วิธีบล็อกโฆษณาใน Safari บน iPhone

โฆษณาบนเว็บไซต์เป็นเรื่องปกติ แต่บางครั้งโฆษณาที่มีจำนวนมากหรือแสดงผลไม่เหมาะสม อาจทำให้เว็บไซต์โหลดช้า สิ้นเปลืองอินเทอร์เน็ต และรบกวนการอ่านเนื้อหา โชคดีที่ Safari บน iPhone รองรับการบล็อกโฆษณาบางประเภทผ่านฟีเจอร์ของระบบและแอปประเภท Content Blocker

บทความนี้จะแนะนำวิธีลดหรือบล็อกโฆษณาใน Safari อย่างถูกต้อง พร้อมข้อควรรู้เกี่ยวกับข้อจำกัดของระบบ iOS

Safari บล็อกโฆษณาได้หรือไม่

ได้ แต่ไม่สามารถบล็อกโฆษณาทุกประเภทได้ในตัวเอง

Safari รองรับการทำงานร่วมกับ

  • แอป Content Blocker
  • การป้องกันการติดตามข้ามเว็บไซต์
  • ระบบป้องกันป๊อปอัป
  • ระบบป้องกันเว็บไซต์หลอกลวง

การใช้งานร่วมกันจะช่วยลดโฆษณาและตัวติดตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ


เปิดการป้องกันป๊อปอัป

Safari มีฟีเจอร์ป้องกันป๊อปอัปในตัว

เปิดใช้งานได้ดังนี้

  1. เปิด การตั้งค่า (Settings)
  2. แตะ Safari
  3. เปิด บล็อกป๊อปอัป (Block Pop-ups)

ฟีเจอร์นี้ช่วยลดหน้าต่างโฆษณาที่เด้งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ


เปิดการป้องกันการติดตามข้ามเว็บไซต์

การติดตามข้ามเว็บไซต์เป็นสาเหตุที่ทำให้เห็นโฆษณาตามพฤติกรรมการใช้งาน

เปิดใช้งานได้ที่

  1. เปิด การตั้งค่า
  2. แตะ Safari
  3. เปิด ป้องกันการติดตามข้ามเว็บไซต์ (Prevent Cross-Site Tracking)

ช่วยลดการเก็บข้อมูลจากผู้ลงโฆษณาได้


ใช้ Content Blocker

Safari รองรับแอปประเภท Content Blocker จากผู้พัฒนา

หลังติดตั้งแล้ว

  1. เปิด การตั้งค่า
  2. แตะ Safari
  3. เลือก ส่วนขยาย (Extensions) หรือ Content Blockers (ขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน iOS)
  4. เปิดใช้งานตัวบล็อกเนื้อหาที่ติดตั้งไว้

เมื่อเปิดใช้งาน Safari จะเริ่มบล็อกโฆษณาและสคริปต์ที่รองรับ


อัปเดต iOS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

Apple มีการปรับปรุงระบบความปลอดภัยและการจัดการเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง

ตรวจสอบได้ที่

การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์

การอัปเดตช่วยให้ Safari ทำงานร่วมกับระบบป้องกันได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


หากยังเห็นโฆษณาอยู่

สาเหตุอาจเกิดจาก

  • เว็บไซต์แสดงโฆษณาที่ฝังอยู่ในเนื้อหา
  • โฆษณาเป็นส่วนหนึ่งของวิดีโอ
  • เว็บไซต์ใช้ระบบโฆษณารูปแบบใหม่
  • Content Blocker ยังไม่รองรับเว็บไซต์นั้น

Safari ไม่สามารถบล็อกโฆษณาทุกประเภทได้


วิธีลดโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

แม้จะไม่สามารถปิดโฆษณาทั้งหมดได้ แต่สามารถลดการติดตามได้

ควร

  • เปิด Prevent Cross-Site Tracking
  • ล้างข้อมูลเว็บไซต์เป็นระยะ
  • ล้างคุกกี้
  • ใช้ Private Browsing เมื่อต้องการความเป็นส่วนตัว

ระวังเว็บไซต์ที่มีโฆษณาหลอกลวง

บางเว็บไซต์อาจแสดงข้อความ เช่น

  • iPhone ติดไวรัส
  • เครื่องของคุณเสียหาย
  • ต้องดาวน์โหลดแอปทันที
  • คุณถูกรางวัล

ข้อความเหล่านี้มักเป็นโฆษณาหลอกลวง

ไม่ควร

  • แตะลิงก์
  • ดาวน์โหลดแอป
  • กรอกข้อมูลส่วนตัว

ให้ปิดแท็บนั้นทันที


การใช้ตัวบล็อกโฆษณามีผลเสียหรือไม่

เว็บไซต์บางแห่งอาจ

  • โหลดเนื้อหาไม่ครบ
  • เล่นวิดีโอไม่ได้
  • แสดงข้อความให้ปิดตัวบล็อกโฆษณา
  • ใช้งานบางฟังก์ชันไม่ได้

หากพบปัญหา สามารถปิด Content Blocker ชั่วคราวสำหรับเว็บไซต์นั้น


วิธีปิดตัวบล็อกโฆษณาเฉพาะเว็บไซต์

หากเว็บไซต์ทำงานผิดปกติ

สามารถปิด Content Blocker ชั่วคราว

จากเมนูการตั้งค่าของ Safari หรือส่วนขยายที่ใช้งานอยู่

แล้วรีเฟรชหน้าเว็บอีกครั้ง


วิธีเพิ่มความปลอดภัยในการท่องเว็บ

นอกจากการบล็อกโฆษณาแล้ว ควร

  • อัปเดต iOS เป็นประจำ
  • เปิดการแจ้งเตือนเว็บไซต์เท่าที่จำเป็น
  • หลีกเลี่ยงเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • ไม่ดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่รู้จัก
  • ใช้ Face ID หรือ Touch ID ป้องกันการเข้าถึงเครื่อง

คำถามที่พบบ่อย

Safari บล็อกโฆษณา YouTube ได้หรือไม่

โดยทั่วไป Safari ไม่สามารถบล็อกโฆษณาที่ฝังอยู่ในวิดีโอ YouTube ได้

บล็อกโฆษณาแล้วเว็บไซต์จะเร็วขึ้นหรือไม่

ในหลายกรณี เว็บไซต์จะโหลดเร็วขึ้น เพราะมีการโหลดสคริปต์และองค์ประกอบน้อยลง

จำเป็นต้องติดตั้งแอปเพิ่มหรือไม่

หากต้องการบล็อกโฆษณาได้มากขึ้น อาจเลือกใช้แอป Content Blocker ที่รองรับ Safari


สรุป

Safari บน iPhone สามารถลดโฆษณาและเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ผ่านการเปิดบล็อกป๊อปอัป การป้องกันการติดตามข้ามเว็บไซต์ และการใช้งาน Content Blocker ที่รองรับ แม้จะไม่สามารถบล็อกโฆษณาได้ทุกประเภท แต่ก็ช่วยให้การท่องเว็บรวดเร็ว ปลอดภัย และรบกวนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

หากคุณต้องการเรียนรู้การตั้งค่า Safari และการใช้งาน iPhone อย่างเต็มประสิทธิภาพ comsiam ได้รวบรวมบทความเกี่ยวกับ iOS ความปลอดภัย และการแก้ปัญหาที่พบบ่อยไว้อย่างครบถ้วน พร้อมอัปเดตตามเวอร์ชันล่าสุด เพื่อให้คุณใช้งาน iPhone ได้อย่างมั่นใจ comsiam ยังมีคู่มือเกี่ยวกับ Safari และฟีเจอร์ใหม่ของ Apple ที่อัปเดตอย่างต่อเนื่อง