Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

BitLocker เป็นระบบเข้ารหัสข้อมูลที่ช่วยปกป้องไฟล์ใน Windows 11 แต่ผู้ใช้บางคนกลับพบปัญหาว่าไม่สามารถปิด BitLocker ได้ แม้จะเลือก Turn off BitLocker แล้วก็ตาม บางครั้งกระบวนการถอดรหัส (Decrypting) หยุดค้าง ปุ่มปิดใช้งานเป็นสีเทา หรือมีข้อความแจ้งข้อผิดพลาด ทำให้ไม่สามารถนำไดรฟ์กลับมาใช้งานแบบปกติได้
ปัญหานี้อาจเกิดจากบริการของ BitLocker, TPM, ไฟล์ระบบ หรือข้อผิดพลาดของฮาร์ดดิสก์ หากแก้ไขไม่ถูกวิธี อาจทำให้ข้อมูลเสี่ยงเสียหายหรือใช้เวลาถอดรหัสนานกว่าปกติ
หากคุณกำลังค้นหาวิธีแก้ปัญหา Windows 11 BitLocker ปิดไม่ได้ คู่มือนี้จาก comsiam ได้รวบรวมวิธีแก้ไขที่ใช้ได้จริง พร้อมคำแนะนำเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย
เปิด Command Prompt ด้วยสิทธิ์ Administrator
รันคำสั่ง
manage-bde -status
คำสั่งนี้จะแสดงสถานะของทุกไดรฟ์ เช่น
หากยังอยู่ระหว่างถอดรหัส ควรรอให้กระบวนการเสร็จสิ้นก่อน
เข้า
Control Panel > BitLocker Drive Encryption
เลือกไดรฟ์ที่ต้องการ
คลิก
Turn off BitLocker
จากนั้นยืนยันการถอดรหัส
หากหน้า Settings ใช้งานไม่ได้ วิธีนี้มักช่วยได้
เปิด Command Prompt ด้วยสิทธิ์ Administrator
รันคำสั่ง
manage-bde -off C:
หากต้องการปิด BitLocker ของไดรฟ์อื่น
ให้เปลี่ยนตัวอักษรไดรฟ์ เช่น
manage-bde -off D:
จากนั้นใช้คำสั่ง
manage-bde -status
เพื่อตรวจสอบความคืบหน้า
เมื่อ BitLocker เริ่มถอดรหัสแล้ว
ไม่ควร
เพราะอาจทำให้กระบวนการหยุดและต้องเริ่มใหม่
หากเป็นโน้ตบุ๊ก ควรเสียบอะแดปเตอร์ไว้ตลอด
หากการถอดรหัสค้าง
เปิด Command Prompt
รันคำสั่ง
chkdsk C: /f /r
รีสตาร์ตเครื่องเพื่อให้ Windows ตรวจสอบข้อผิดพลาดของดิสก์
เปิด Command Prompt ด้วยสิทธิ์ Administrator
รันคำสั่ง
sfc /scannow
เมื่อเสร็จแล้วรันต่อ
DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth
จากนั้นรีสตาร์ตเครื่อง
กด
Windows + R
พิมพ์
services.msc
ค้นหาบริการ
BitLocker Drive Encryption Service
ตรวจสอบว่า
หากบริการหยุดทำงาน ให้เริ่มใหม่
กด
Windows + R
พิมพ์
tpm.msc
ตรวจสอบว่า
The TPM is ready for use
หาก TPM มีข้อผิดพลาด BitLocker อาจทำงานผิดปกติ
เข้า
Settings > Windows Update
ติดตั้งอัปเดตล่าสุดทั้งหมด
Microsoft มักแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ BitLocker ผ่าน Windows Update
หาก BitLocker ยังปิดไม่ได้ และข้อมูลภายในไดรฟ์ยังเข้าถึงได้
ควรสำรองข้อมูลสำคัญทั้งหมดก่อน
จากนั้นจึงดำเนินการแก้ไขขั้นสูง เช่น การซ่อมระบบหรือรีเซ็ต Windows
ไม่หาย เพราะเป็นเพียงการถอดการเข้ารหัสออกจากไดรฟ์
ขึ้นอยู่กับขนาดของไดรฟ์ ความเร็วของ SSD/HDD และปริมาณข้อมูลที่จัดเก็บ อาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึงหลายชั่วโมง
ตรวจสอบสถานะด้วย manage-bde -status และตรวจสอบสุขภาพของไดรฟ์ด้วย chkdsk
ไม่จำเป็นในส่วนใหญ่ เพราะปัญหามักแก้ไขได้ด้วยการตรวจสอบบริการ BitLocker ซ่อมไฟล์ระบบ และตรวจสอบฮาร์ดดิสก์
ปัญหา Windows 11 BitLocker ปิดไม่ได้ มักเกิดจากกระบวนการถอดรหัสยังไม่เสร็จ บริการของ BitLocker ทำงานผิดปกติ TPM มีปัญหา หรือดิสก์มีข้อผิดพลาด การตรวจสอบสถานะด้วย manage-bde ซ่อมไฟล์ระบบ และตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ จะช่วยให้สามารถปิด BitLocker ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่กระทบต่อข้อมูล
หากต้องการเรียนรู้วิธีแก้ปัญหา Windows 11 เพิ่มเติม comsiam ได้รวบรวมบทความด้าน Windows และ IT Support ที่ครอบคลุมทุกปัญหา พร้อมอัปเดตแนวทางแก้ไขล่าสุด เพื่อช่วยให้คุณจัดการระบบและข้อมูลได้อย่างมั่นใจ
ก่อนปิด BitLocker คุณได้สำรองข้อมูลและเก็บ BitLocker Recovery Key ไว้ในที่ปลอดภัยแล้วหรือยัง?