Windows 11 Valorant TPM Error วิธีแก้แบบละเอียด

Valorant บน Windows 11 มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่าระบบปฏิบัติการรุ่นก่อน โดย Riot Games กำหนดให้เครื่องต้องเปิดใช้งาน TPM 2.0 และ Secure Boot หากฟีเจอร์ใดฟีเจอร์หนึ่งปิดอยู่ เกมอาจแสดงข้อความ TPM Error หรือ This build of Vanguard requires TPM version 2.0 and Secure Boot to be enabled ทำให้ไม่สามารถเข้าเกมได้

บทความนี้จะแนะนำวิธีตรวจสอบและแก้ไข TPM Error อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถกลับเข้าเล่น Valorant ได้อีกครั้ง

อาการที่พบ

  • ขึ้นข้อความ TPM Error
  • ขึ้นข้อความ Vanguard requires TPM 2.0
  • เกมปิดทันทีหลังเปิด
  • เข้า Lobby ไม่ได้
  • Riot Client เปิดได้ แต่ Valorant เปิดไม่ได้
  • เกมขึ้น VAN 9001 หรือ Error ที่เกี่ยวข้องกับ Secure Boot

สาเหตุที่ทำให้เกิด Valorant TPM Error

  • TPM 2.0 ถูกปิดใน BIOS
  • Secure Boot ถูกปิด
  • BIOS ใช้โหมด Legacy แทน UEFI
  • Riot Vanguard ทำงานผิดปกติ
  • BIOS เวอร์ชันเก่า
  • Windows ตรวจไม่พบ TPM
  • การตั้งค่า BIOS ถูกรีเซ็ต

วิธีแก้ Windows 11 Valorant TPM Error

1. ตรวจสอบว่าเครื่องรองรับ TPM 2.0

กด

Win + R

พิมพ์

tpm.msc

หากแสดงข้อความ

The TPM is ready for use

แสดงว่า Windows ตรวจพบ TPM แล้ว

หากขึ้นว่าไม่พบ TPM ให้ตรวจสอบการตั้งค่า BIOS

2. ตรวจสอบเวอร์ชันของ TPM

ในหน้าต่าง TPM Management

ตรวจสอบหัวข้อ

Specification Version

ควรเป็น

2.0

หากเป็น 1.2 เครื่องอาจไม่รองรับ Valorant บน Windows 11

3. ตรวจสอบ Secure Boot

กด

Win + R

พิมพ์

msinfo32

ตรวจสอบ

Secure Boot State

ต้องเป็น

On

หากเป็น Off ให้เปิดใช้งานจาก BIOS

4. ตรวจสอบโหมดการบูต

ในหน้าต่างเดียวกัน

ตรวจสอบ

BIOS Mode

ควรเป็น

UEFI

หากเป็น Legacy

จำเป็นต้องแปลงดิสก์เป็น GPT และเปลี่ยนเป็น UEFI ก่อนจึงจะเปิด Secure Boot ได้

5. เปิด TPM ใน BIOS

ผู้ผลิตเมนบอร์ดแต่ละรายใช้ชื่อแตกต่างกัน เช่น

  • Intel Platform Trust Technology (PTT)
  • AMD fTPM
  • TPM Device

เปิดใช้งานฟังก์ชันดังกล่าว

บันทึกการตั้งค่า

แล้วรีสตาร์ทเครื่อง

6. เปิด Secure Boot

เข้า BIOS

ค้นหาเมนู

Secure Boot

ตั้งค่าเป็น

Enabled

จากนั้นบันทึกและรีสตาร์ทเครื่อง

7. ติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่

ถอนการติดตั้ง

Riot Vanguard

รีสตาร์ทเครื่อง

เปิด Valorant ใหม่

ระบบจะติดตั้ง Vanguard ใหม่โดยอัตโนมัติ

8. อัปเดต BIOS

หากเมนบอร์ดมี BIOS เวอร์ชันเก่า

ควรอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด

เพราะผู้ผลิตหลายรายได้ปรับปรุงการรองรับ TPM และ Secure Boot

9. ซ่อมแซมไฟล์ระบบ Windows

เปิด Command Prompt (Run as Administrator)

รัน

sfc /scannow

จากนั้นรัน

DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth

เพื่อซ่อมแซมไฟล์ระบบของ Windows

10. ตรวจสอบ Windows Update

เปิด

Settings → Windows Update

ติดตั้งอัปเดตล่าสุด

เนื่องจาก Windows บางเวอร์ชันมีการแก้ไขปัญหาการตรวจจับ TPM และ Secure Boot

วิธีป้องกันปัญหา TPM Error

  • อย่าปิด TPM หรือ Secure Boot ใน BIOS
  • อัปเดต BIOS เมื่อผู้ผลิตออกเวอร์ชันใหม่
  • ใช้โหมด UEFI แทน Legacy
  • อัปเดต Windows 11 อย่างสม่ำเสมอ
  • อัปเดต Riot Vanguard และ Valorant ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

มุมมองจากช่าง IT

จากประสบการณ์ของทีม comsiam ปัญหา Valorant TPM Error มักเกิดหลังจากรีเซ็ต BIOS อัปเดต BIOS หรือเปลี่ยนการตั้งค่าเมนบอร์ด ทำให้ TPM หรือ Secure Boot ถูกปิดโดยไม่รู้ตัว ผู้ใช้จำนวนมากรีบถอนการติดตั้งเกม ทั้งที่ปัญหาจริงอยู่ใน BIOS การตรวจสอบ tpm.msc, msinfo32 และเปิดใช้งาน TPM 2.0 กับ Secure Boot มักช่วยแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องติดตั้งเกมใหม่ โดย comsiam แนะนำให้ตรวจสอบการตั้งค่าทั้งสองรายการนี้เป็นอันดับแรก

สรุป

Windows 11 ที่พบ Valorant TPM Error สามารถแก้ไขได้โดยการเปิดใช้งาน TPM 2.0 และ Secure Boot ตรวจสอบว่าเครื่องบูตแบบ UEFI อัปเดต BIOS ซ่อมแซม Riot Vanguard และอัปเดต Windows ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด หากยังพบปัญหา ควรตรวจสอบว่าเมนบอร์ดรองรับ TPM 2.0 อย่างสมบูรณ์หรือไม่

คำถามชวนคิด

Valorant ของคุณขึ้นข้อความว่า Vanguard requires TPM 2.0 หรือขึ้น VAN 9001 หลังจากอัปเดต BIOS หรือ Windows 11 หรือไม่?