Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Windows Defender หรือ Microsoft Defender เป็นระบบป้องกันไวรัสที่ติดมากับ Windows 11 แต่ผู้ใช้หลายคนพบว่าโปรแกรมนี้ใช้ CPU สูงผิดปกติ โดยเฉพาะระหว่างการสแกน ทำให้เครื่องหน่วง พัดลมหมุนแรง หรือเล่นเกมแล้ว FPS ตก
บทความนี้จะพาคุณตรวจสอบสาเหตุและวิธีแก้ปัญหา Windows Defender กิน CPU สูงบน Windows 11 อย่างปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องปิดระบบป้องกันไวรัสทั้งหมด
อาการนี้มักเกิดจาก
① Defender กำลังสแกนแบบ Full Scan
② มีไฟล์จำนวนมากในเครื่อง
③ Windows Update เพิ่งอัปเดตฐานข้อมูลไวรัส
④ SSD หรือ HDD ทำงานช้า
⑤ ไฟล์ระบบเสียหาย
⑥ มีโปรแกรมหรือมัลแวร์น่าสงสัย
⑦ Antimalware Service Executable ใช้ทรัพยากรสูง
⑧ Windows เพิ่งติดตั้งหรืออัปเดตใหม่
กด
Ctrl + Shift + Esc
เปิด Task Manager
เลือกแท็บ
Processes
ตรวจสอบ
หากใช้ CPU สูงต่อเนื่องเป็นเวลานานผิดปกติ ควรตรวจสอบเพิ่มเติม
หาก Defender กำลังทำ Full Scan
การใช้ CPU สูงเป็นเรื่องปกติ
ควรรอให้การสแกนเสร็จสิ้นก่อน
จากนั้นตรวจสอบว่าค่า CPU กลับสู่ปกติหรือไม่
เปิด
Windows Security
เลือก
Virus & Threat Protection
จากนั้นคลิก
Protection updates
กด
Check for updates
เพื่อให้ฐานข้อมูลไวรัสเป็นเวอร์ชันล่าสุด
เปิด Command Prompt แบบ Administrator
ใช้คำสั่ง
sfc /scannow
จากนั้นใช้
DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth
แล้วรีสตาร์ทเครื่อง
ใช้โปรแกรม
หากไดรฟ์เริ่มเสื่อม
Windows Defender อาจใช้เวลาสแกนนานและกิน CPU สูงกว่าปกติ
บางครั้ง Defender ใช้ CPU สูงเนื่องจากกำลังตรวจจับไฟล์อันตราย
ให้ทำ
Full Scan
หรือ
Microsoft Defender Offline Scan
เพื่อสแกนก่อนเข้า Windows
หากเล่นเกมหรือใช้โปรแกรมตัดต่อ
ไปที่
Windows Security > Virus & Threat Protection > Manage settings > Exclusions
เพิ่มโฟลเดอร์เกมหรือโฟลเดอร์โปรเจกต์ที่เชื่อถือได้
เพื่อลดภาระการสแกนแบบเรียลไทม์
ควรเพิ่มเฉพาะโฟลเดอร์ที่มั่นใจว่าปลอดภัยเท่านั้น
✅ ตรวจสอบการใช้ CPU ผ่าน Task Manager
✅ รอให้การสแกนเสร็จ
✅ อัปเดตฐานข้อมูลไวรัส
✅ ซ่อมไฟล์ระบบด้วย SFC และ DISM
✅ ตรวจสอบสุขภาพ SSD หรือ HDD
✅ สแกนมัลแวร์เพิ่มเติม
✅ เพิ่ม Exclusion สำหรับโฟลเดอร์ที่เชื่อถือได้
Windows Defender ของคุณกิน CPU สูงตลอดเวลา หรือเกิดขึ้นเฉพาะตอนสแกนไวรัสหรือขณะเล่นเกม?