Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากกดปุ่ม Start บน Windows 11 แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมนู Start เปิดไม่ขึ้น หรือคลิกแล้วค้าง ปัญหานี้พบได้บ่อยหลังอัปเดต Windows หรือเมื่อไฟล์ระบบบางส่วนเสียหาย ข่าวดีคือส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้เองโดยไม่ต้องลง Windows ใหม่
บทความนี้จะแนะนำวิธีแก้ปัญหา Start Menu Windows 11 ค้างหรือเปิดไม่ขึ้นแบบทีละขั้นตอน
ปัญหานี้มักเกิดจาก
① Windows Explorer ทำงานผิดปกติ
② ไฟล์ระบบเสียหาย
③ Windows Update มีปัญหา
④ แอปของระบบทำงานผิดพลาด
⑤ Profile ผู้ใช้เสียหาย
⑥ RAM หรือ CPU ใช้งานสูงเกินไป
⑦ มีโปรแกรมภายนอกขัดแย้งกับระบบ
กด
Ctrl + Shift + Esc
เพื่อเปิด Task Manager
ค้นหา
Windows Explorer
คลิกขวา
เลือก
Restart
จากนั้นลองกดปุ่ม Start อีกครั้ง
กด
Ctrl + Shift + Esc
เลือก
Run new task
พิมพ์
powershell
ติ๊ก
Create this task with administrative privileges
จากนั้นใช้คำสั่ง
Get-AppxPackage Microsoft.Windows.StartMenuExperienceHost | Reset-AppxPackage
หากคำสั่งไม่ทำงาน ให้ไปยังขั้นตอนถัดไป
เปิด Command Prompt แบบ Administrator
พิมพ์
sfc /scannow
เมื่อเสร็จแล้วตามด้วย
DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth
จากนั้นรีสตาร์ทเครื่อง
ไปที่
Settings > Windows Update
ติดตั้งอัปเดตล่าสุด เพราะ Microsoft มักปล่อย Patch สำหรับแก้ปัญหา Start Menu โดยเฉพาะ
เปิด PowerShell แบบ Administrator
พิมพ์
Get-AppxPackage -AllUsers | Foreach {Add-AppxPackage -DisableDevelopmentMode -Register "$($_.InstallLocation)\AppXManifest.xml"}
รอจนกระบวนการเสร็จสิ้น แล้วรีสตาร์ทเครื่อง
เปิด
Windows Security
เลือก
Virus & Threat Protection
จากนั้นทำ
Full Scan
เพื่อค้นหาโปรแกรมที่อาจรบกวนการทำงานของระบบ
ไปที่
Settings > Accounts > Other users
เลือก
Add account
หากบัญชีใหม่สามารถเปิด Start Menu ได้ตามปกติ แสดงว่า Profile เดิมอาจเสียหาย
✅ รีสตาร์ท Windows Explorer
✅ รีเซ็ต Start Menu ผ่าน PowerShell
✅ ซ่อมไฟล์ระบบด้วย SFC และ DISM
✅ อัปเดต Windows 11
✅ ลงทะเบียนแอปของระบบใหม่
✅ สแกนไวรัสและมัลแวร์
✅ สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่
Start Menu ของคุณเปิดไม่ขึ้นเลย หรือมีอาการค้างเป็นบางครั้งหลังจากอัปเดต Windows 11?