Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือโทรออกแล้วสัญญาณ 5G หรือ 4G หายทันที เป็นอาการที่ก่อนโทรศัพท์จะแสดงเครือข่าย 5G, 4G หรือ LTE ตามปกติ แต่เมื่อกดโทร ไอคอนเครือข่ายกลับเปลี่ยนเป็น H, H+, E หรือหายไปทั้งหมด บางเครื่องยังโทรได้แต่ใช้อินเทอร์เน็ตระหว่างสนทนาไม่ได้ ขณะที่บางเครื่องสายตัด โทรไม่สำเร็จ หรือขึ้นว่าไม่มีบริการ
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ VoLTE ไม่ทำงาน ทำให้โทรศัพท์ต้องลดจากเครือข่าย 4G หรือ 5G ไปใช้ 3G หรือ 2G สำหรับการโทรเสียง หากพื้นที่ไม่มีเครือข่ายรุ่นเก่าหรือสัญญาณอ่อน โทรศัพท์อาจสูญเสียสัญญาณและโทรออกไม่ได้ทันที
อย่างไรก็ตาม อาการนี้ยังอาจเกิดจากซิมไม่ได้รับสิทธิ์ VoLTE ซอฟต์แวร์ไม่รองรับผู้ให้บริการ ใช้โทรศัพท์สองซิม ช่อง SIM 2 มีข้อจำกัด ระบบ IMS ไม่ลงทะเบียน หรือโทรศัพท์รุ่นนั้นไม่รองรับการโทรผ่าน 4G ของเครือข่ายที่ใช้งาน
ผู้ใช้อาจพบอาการต่อไปนี้
หาก 5G เปลี่ยนเป็น 4G แต่ยังโทรและใช้อินเทอร์เน็ตได้ตามปกติ อาจเป็นพฤติกรรมปกติของโทรศัพท์บางรุ่น แต่หาก 4G หาย อินเทอร์เน็ตหยุด หรือสายตัด ควรตรวจ VoLTE และระบบเครือข่าย
ลองทำตามลำดับต่อไปนี้ก่อน
❶ เปิด VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G
❷ ตั้งเครือข่ายเป็น 5G/4G/3G/2G อัตโนมัติ
❸ ตั้งซิมโทรและซิมข้อมูลเป็นใบเดียวกันชั่วคราว
❹ เปิดและปิดโหมดเครื่องบินประมาณ 30 วินาที
❺ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❻ ทดลองย้ายซิมไป SIM 1
❼ ปิด SIM 2 ชั่วคราว
❽ อัปเดตระบบและ Carrier Settings
❾ ทดลองซิมในโทรศัพท์เครื่องอื่น
❿ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
⓫ ติดต่อผู้ให้บริการให้ตรวจ VoLTE และ IMS
⓬ นำเครื่องเข้าศูนย์หากทุกซิมมีอาการเฉพาะเครื่องเดิม
ไม่ควรบังคับใช้ LTE Only หรือ 5G Only หาก VoLTE ยังไม่ทำงาน เพราะอาจทำให้โทรออกและรับสายไม่ได้ทั้งหมด
เป็นเรื่องปกติได้ในโทรศัพท์และเครือข่ายบางระบบ เพราะการเชื่อมต่อ 5G อาจใช้ 4G เป็นเครือข่ายหลักสำหรับบริการเสียง
ขณะโทรอาจเกิดว่า
หากเป็นเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องแก้ไข เพราะบริการเสียงยังทำงานผ่าน VoLTE ได้ปกติ
อาการที่ควรตรวจสอบคือ
VoLTE ย่อมาจาก Voice over LTE เป็นระบบโทรเสียงผ่านเครือข่าย 4G
เมื่อ VoLTE ทำงาน โทรศัพท์ควรสามารถ
หาก VoLTE ไม่ทำงาน โทรศัพท์จะพยายามลดเครือข่ายเพื่อใช้ระบบเสียงแบบเดิม ทำให้ 4G หรือ 5G หายทันทีเมื่อโทรออก
โทรศัพท์อาจรองรับ VoLTE แต่สวิตช์ถูกปิดอยู่
ชื่อเมนูที่อาจพบ ได้แก่
เมื่อเปิดแล้วควรรีสตาร์ตโทรศัพท์และทดลองใหม่
การไม่มีเมนูอาจเกิดจาก
ควรทดสอบว่าโทรออกแล้ว 4G ยังอยู่หรือไม่ มากกว่าดูเฉพาะว่ามีสวิตช์หรือไม่
แม้เปิดเมนูในโทรศัพท์แล้ว แต่หมายเลขอาจยังไม่ได้รับสิทธิ์จากระบบเครือข่าย
อาการที่ควรสงสัย ได้แก่
ควรให้ผู้ให้บริการตรวจสอบ VoLTE Provisioning และ IMS Registration
IMS เป็นระบบที่ใช้กับ VoLTE และ Wi-Fi Calling หากลงทะเบียนไม่สำเร็จ โทรศัพท์อาจมี 4G สำหรับอินเทอร์เน็ต แต่โทรผ่าน 4G ไม่ได้
สาเหตุอาจมาจาก
ผู้ใช้ทั่วไปไม่ควรแก้ IMS APN ด้วยตนเอง
ซิมที่ใช้งานมานานอาจใช้ข้อมูล 4G ได้ แต่บริการเสียงผ่าน 4G ไม่ทำงาน
ควรตรวจสอบว่า
โทรศัพท์รุ่นเก่าบางเครื่องรองรับ 4G สำหรับข้อมูล แต่ไม่มีระบบเสียงผ่าน LTE
อาการที่อาจพบ ได้แก่
กรณีนี้อาจต้องเปลี่ยนไปใช้โทรศัพท์ที่รองรับ VoLTE อย่างชัดเจน
โทรศัพท์อาจมี VoLTE แต่ใช้ได้เฉพาะเครือข่ายในประเทศต้นทาง
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรตรวจสอบรหัสรุ่นเต็มและซอฟต์แวร์ภูมิภาค
Carrier Settings มีผลต่อ
หลังเปลี่ยนซิมหรือย้ายค่าย ควรเชื่อมต่อ Wi-Fi อัปเดตระบบ และรีสตาร์ตโทรศัพท์
การล็อก LTE Only อาจทำให้อินเทอร์เน็ตเสถียร แต่ถ้า VoLTE ไม่ทำงาน โทรศัพท์จะไม่มีเครือข่ายสำหรับการโทร
อาจเกิดอาการ
ควรใช้โหมดอัตโนมัติจนกว่า VoLTE จะทำงานสมบูรณ์
หากใช้เมนูลับบังคับ 5G Only โทรศัพท์อาจไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้บริการเสียงที่รองรับได้
ควรเลือก 5G Auto หรือ 5G/4G/3G/2G Auto
หาก VoLTE ไม่ทำงาน โทรศัพท์จะพยายามลดเครือข่าย แต่หากพื้นที่ไม่มี 2G หรือ 3G จะเกิดว่า
วิธีแก้ที่ถูกต้องคือทำให้ VoLTE ใช้งานได้ ไม่ใช่บังคับหาเครือข่ายที่ไม่มีอยู่
บางพื้นที่ยังมี 2G หรือ 3G แต่สัญญาณอ่อนมาก เมื่อโทรศัพท์ลดเครือข่ายจึงเกิดสายหลุดหรือโทรไม่สำเร็จ
มักเกิดใน
มือถือสองซิมอาจใช้ข้อมูลจาก SIM 1 แต่โทรจาก SIM 2 เมื่อกดโทร ระบบอาจพัก SIM 1 ชั่วคราว
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรทดลองตั้งซิมโทรและซิมข้อมูลเป็นใบเดียวกัน
โทรศัพท์ส่วนใหญ่เป็น Dual SIM Dual Standby หมายความว่าเมื่อซิมหนึ่งกำลังโทร อีกซิมอาจไม่พร้อมใช้งาน
ผลที่อาจเกิดคือ
อาการนี้อาจเป็นข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ ไม่ใช่โทรศัพท์เสีย
มือถือบางรุ่นรองรับ VoLTE เพียงหนึ่งซิมพร้อมกัน
หากโทรด้วยซิมที่ไม่มี VoLTE เครื่องอาจลดไปใช้ 2G หรือ 3G และทำให้ซิมข้อมูลอีกใบหยุด
ควรทดลอง
โทรศัพท์บางรุ่นให้ SIM 1 รองรับ 5G, 4G และ VoLTE เต็มรูปแบบ แต่ SIM 2 รองรับไม่ครบ
อาการที่อาจพบ ได้แก่
โทรศัพท์บางรุ่นมีตัวเลือก
หากปิดไว้ ซิมรองอาจลดลงไปใช้เครือข่ายเก่า
ควรเปิดเมนูดังกล่าวหากโทรศัพท์และผู้ให้บริการรองรับ
Automatic Data Switching อาจเปลี่ยนซิมข้อมูลระหว่างการโทร ทำให้ไอคอนเครือข่ายเปลี่ยนหรือข้อมูลหลุด
ควรปิดชั่วคราวเพื่อทดสอบ
ซิมทดแทนหรือ eSIM ใหม่อาจยังไม่ได้รับสิทธิ์ IMS ครบ
ควร
① ตั้งซิมเป็นสายโทรหลัก
② เปิด VoLTE
③ รีสตาร์ต
④ อัปเดต Carrier Settings
⑤ ทดลอง SIM 1
⑥ ติดต่อผู้ให้บริการ
หลังย้ายค่าย อินเทอร์เน็ตอาจพร้อมก่อนบริการเสียงผ่าน 4G
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรให้ค่ายใหม่ตรวจสอบ Voice และ IMS Provisioning
หากตั้ง eSIM สำหรับข้อมูลและโทรด้วยซิมหลัก อาจดูเหมือนว่า 5G หรือ 4G ของ eSIM หายเมื่อโทร
สาเหตุคือโทรศัพท์อาจพัก eSIM ขณะซิมหลักโทร หรือเครื่องไม่รองรับการใช้งานสองซิมพร้อมกันเต็มรูปแบบ
ขณะอยู่ต่างประเทศ เครือข่ายปลายทางอาจรองรับข้อมูล 4G แต่ไม่รองรับ VoLTE Roaming สำหรับซิมนั้น
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรตรวจ Voice Roaming และ VoLTE Roaming กับผู้ให้บริการ
หากโทรศัพท์หลายเครื่องของค่ายเดียวกันมีอาการพร้อมกัน อาจเป็นปัญหา IMS หรือบริการเสียงของเครือข่าย
ควรทดลอง
ขณะเดินทาง โทรศัพท์อาจเปลี่ยนสถานีฐานและเครือข่าย ทำให้
หากเกิดเฉพาะตอนนั่งรถหรือเดินทางด้วยความเร็วสูง อาจเกี่ยวข้องกับการส่งต่อสัญญาณระหว่างสถานีฐาน
หาก 4G อ่อนมาก โทรศัพท์อาจลดเครือข่ายเมื่อเริ่มโทร แม้ VoLTE จะเปิดอยู่
ควรทดลอง
เมื่อเครื่องร้อนมาก โมเด็มอาจลดเครือข่ายเพื่อควบคุมอุณหภูมิ
มักเกิดขณะ
ควรพักเครื่องให้เย็นก่อนทดสอบใหม่
หลังอัปเดตระบบอาจเกิดว่า
ควรตรวจอัปเดตรอบแก้ไขและรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากผู้ใช้สร้าง ลบ หรือแก้ APN ขั้นสูง อาจทำให้ IMS ลงทะเบียนไม่ได้
ไม่ควรแก้
หากปัญหาเริ่มหลังแก้ APN ควรรีเซ็ต APN เป็นค่าเริ่มต้น
ซิมอาจใช้อินเทอร์เน็ตได้ แต่ขาดการเชื่อมต่อเมื่อเปลี่ยนเข้าสู่บริการเสียง
ควรทดลอง
หากทุกซิมโทรแล้วสัญญาณหายเฉพาะเครื่องเดิม อาจเกี่ยวข้องกับ
ควรนำเครื่องเข้าศูนย์บริการ
ทำตามขั้นตอนนี้
❶ ปิด Wi-Fi
❷ เปิดข้อมูลมือถือ
❸ ตรวจว่าเครื่องขึ้น 4G หรือ 5G
❹ โทรออกหนึ่งสาย
❺ ดูไอคอนเครือข่ายระหว่างโทร
❻ ทดลองเปิดเว็บไซต์หรือส่งข้อความผ่านแอป
❼ วางสาย
❽ สังเกตว่าเครือข่ายกลับสู่สถานะเดิมหรือไม่
ผลที่ตีความได้:
ชื่อเมนูอาจต่างกันตามยี่ห้อ
เส้นทางที่พบบ่อย ได้แก่
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > VoLTE
หรือ
การตั้งค่า > การเชื่อมต่อ > เครือข่ายมือถือ > การโทรผ่าน 4G
หรือ
การตั้งค่า > ซิมและเครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > ใช้ VoLTE
จากนั้น
① เปิด VoLTE
② เลือกเครือข่ายอัตโนมัติ
③ ตั้งซิมเป็นสายโทรหลัก
④ รีสตาร์ตโทรศัพท์
⑤ ทดลองโทรใหม่
หากไม่มีเมนู ไม่ควรติดตั้งแอปภายนอกเพื่อบังคับเปิด
เข้าเมนู
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > เลือกหมายเลข > เสียงและข้อมูล
ตัวเลือกที่อาจพบ ได้แก่
ในบางเครือข่าย VoLTE ทำงานอัตโนมัติและไม่มีสวิตช์แยก
ควรอัปเดต Carrier Settings และรีสตาร์ต iPhone หลังเปลี่ยนซิมหรือย้ายค่าย
เลือก
ไม่ควรใช้ 5G Only หรือ LTE Only
เปิดให้ซิมที่ใช้โทร ไม่ใช่เพียงซิมข้อมูล
หากใช้สองซิม ควรตรวจทั้ง SIM 1 และ SIM 2
เลือกซิมเดียวกันเป็น
จากนั้นทดลองโทร
หากอาการหาย ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับข้อจำกัด Dual SIM
เปิดใช้งานเพียงซิมที่ต้องการ แล้วรีสตาร์ต
หาก VoLTE กลับมา แสดงว่าเครื่องอาจไม่รองรับ Dual VoLTE เต็มรูปแบบ
ปิดเครื่องก่อนย้ายซิม
หากใช้ได้ใน SIM 1 แต่ไม่ได้ใน SIM 2 แสดงว่าช่องรองมีข้อจำกัดหรือผิดปกติ
ขั้นตอน:
① เปิดโหมดเครื่องบิน
② รอประมาณ 30 วินาที
③ ปิดโหมดเครื่องบิน
④ รอชื่อเครือข่าย
⑤ ตรวจ VoLTE
⑥ ทดลองโทร
ช่วยให้โทรศัพท์ลงทะเบียน IMS และ Carrier Settings ใหม่
เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วตรวจสอบ
หลังอัปเดตให้รีสตาร์ต
ทำเมื่อปัญหาเริ่มหลังแก้ APN หรือเปลี่ยนซิม
ไม่ควรสร้าง IMS APN เอง
ผลการทดสอบ:
① ซิมโทรได้โดย 4G ไม่หายในเครื่องอื่น — ตรวจเครื่องเดิม
② ซิมมีอาการในทุกเครื่อง — ติดต่อผู้ให้บริการ
③ ซิมอื่นใช้ได้ในเครื่องเดิม — ซิมหรือบัญชีเดิมมีปัญหา
④ ทุกซิมมีอาการในเครื่องเดิม — ตรวจรุ่น ซอฟต์แวร์ หรือฮาร์ดแวร์
โดยทั่วไปไม่ลบ
แต่อาจลบ
หลังรีเซ็ตให้เปิด VoLTE และตั้งซิมโทรใหม่
ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
① VoLTE Provisioning
② IMS Registration
③ Voice Service
④ ซิมรองรับหรือไม่
⑤ ต้องเปลี่ยนซิมหรือไม่
⑥ รหัสรุ่นรองรับหรือไม่
⑦ พื้นที่มีเหตุขัดข้องหรือไม่
⑧ เพิ่งย้ายค่ายหรือเปลี่ยนซิมหรือไม่
อาการนี้อาจเกิดจากข้อจำกัดของ Dual SIM Dual Standby
ให้ลอง
❶ ใช้ SIM 1 เป็นซิมโทรและข้อมูล
❷ เปิด VoLTE ให้ทั้งสองซิม
❸ เปิด Dual 4G หรือ Dual VoLTE
❹ ปิด Automatic Data Switching
❺ ทดลองปิด SIM 1 แล้วใช้ SIM 2 เพียงใบเดียว
❻ ทดลองปิด SIM 2 แล้วใช้ SIM 1
❼ อัปเดตระบบ
❽ ตรวจสอบสเปกของรุ่น
หากข้อมูลหายเฉพาะขณะอีกซิมโทรและกลับมาทันทีหลังวางสาย อาจเป็นข้อจำกัดของเครื่อง
ให้ลองตามลำดับนี้
① รอประมาณ 1–2 นาที
② ปิดและเปิดข้อมูลมือถือ
③ เปิด–ปิดโหมดเครื่องบิน
④ ตรวจประเภทเครือข่าย
⑤ ปิด SIM 2
⑥ รีสตาร์ตโทรศัพท์
⑦ อัปเดตระบบ
⑧ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากเกิดทุกครั้ง ควรแจ้งผู้ให้บริการหรือศูนย์บริการ
อาจเกิดจากเครือข่ายปลายทางไม่รองรับ VoLTE Roaming
ควรตรวจสอบ
Wi-Fi Calling สามารถช่วยให้โทรผ่าน Wi-Fi ได้ เมื่อสัญญาณมือถือหรือ VoLTE มีปัญหา แต่ต้องมี
ควรถือเป็นทางเลือกเสริม ไม่ใช่วิธีแทน VoLTE ในทุกสถานการณ์
APN อินเทอร์เน็ตทั่วไปไม่ใช่สาเหตุหลัก แต่ VoLTE ใช้ระบบ IMS ที่มีการตั้งค่าของผู้ให้บริการอยู่เบื้องหลัง
หากผู้ใช้เคยลบหรือแก้ APN ขั้นสูง ควรรีเซ็ต APN เป็นค่าเริ่มต้น ไม่ควรสร้าง IMS APN ด้วยตนเอง
ไม่ควร เพราะอาจทำให้
ควรใช้โหมดอัตโนมัติเป็นหลัก
ไม่แนะนำสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เพราะอาจเปลี่ยน
หากตั้งผิดอาจทำให้ไม่มีสัญญาณทั้งหมด
ไม่ควร เพราะอาจทำให้
ควรใช้ซอฟต์แวร์ทางการหรือให้ศูนย์บริการตรวจสอบ
ยังไม่ควรรีเซ็ตเครื่อง เพราะไม่ช่วยหาก
ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้
❶ เปิด VoLTE
❷ ใช้เครือข่ายอัตโนมัติ
❸ ตั้งซิมโทรและข้อมูลใบเดียวกัน
❹ ทดลอง SIM 1
❺ ปิดซิมรอง
❻ ทดลองซิมในอีกเครื่อง
❼ ติดต่อผู้ให้บริการ
❽ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
ควรแจ้งหมายเลข รุ่นและรหัสโทรศัพท์ พื้นที่ วัน เวลา และผลการทดลองซิมในเครื่องอื่น
ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
ไม่ควรแก้ IMEI หรือ Baseband ด้วยเครื่องมือที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
ไม่จำเป็น หากยังโทรได้ อินเทอร์เน็ตยังใช้งานได้ และวางสายแล้ว 5G กลับมา อาจเป็นการทำงานปกติของเครือข่าย
หมายความว่า VoLTE อาจไม่ทำงาน โทรศัพท์จึงลดลงไปใช้ 3G สำหรับบริการเสียง
อาจเกิดจาก VoLTE ไม่ทำงาน หรือใช้ซิมโทรและซิมข้อมูลคนละใบในโทรศัพท์ที่ไม่รองรับ Dual SIM แบบทำงานพร้อมกัน
ผู้ให้บริการอาจยังไม่เปิด IMS ซิมเก่า เครื่องไม่รองรับค่ายนั้น หรือระบบ Carrier Settings มีปัญหา
ไม่เสมอไป อาจเป็นข้อจำกัดของ Dual SIM Dual Standby หรือเครื่องไม่รองรับ Dual VoLTE
ไม่ใช่วิธีหลัก แต่ควรรีเซ็ต APN หากปัญหาเริ่มหลังแก้ APN หรือ IMS ด้วยตนเอง
ไม่ควร หาก VoLTE ยังไม่ทำงาน เพราะอาจทำให้โทรออกและรับสายไม่ได้ทั้งหมด
โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ แอป และเอกสาร แต่จะลบรหัสผ่าน Wi-Fi อุปกรณ์ Bluetooth, VPN, APN และค่าการเชื่อมต่อบางรายการ
มือถือโทรออกแล้วสัญญาณ 5G หรือ 4G หายทันที มักเกิดจาก VoLTE ไม่ทำงาน ผู้ให้บริการยังไม่เปิด IMS ซิมเก่า โทรศัพท์ไม่รองรับ Carrier Profile หรือระบบสองซิมมีข้อจำกัด
ควรเริ่มจากเปิด VoLTE ตั้งเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ ตั้งซิมโทรและซิมข้อมูลเป็นใบเดียวกัน ทดลอง SIM 1 ปิดซิมรอง และอัปเดต Carrier Settings
แนวทางของ comsiam คือหาก 5G ลดเป็น 4G แต่ยังโทรและใช้อินเทอร์เน็ตได้ อาจถือว่าปกติ แต่หาก 4G ลดเป็น H+, E หรือหายทั้งหมด ควรตรวจ VoLTE และ IMS โดยตรง
หากซิมมีอาการในโทรศัพท์หลายเครื่อง ควรติดต่อผู้ให้บริการ แต่หากทุกซิมมีปัญหาเฉพาะเครื่องเดิม comsiam แนะนำให้ตรวจรหัสรุ่น Dual VoLTE, Baseband ช่องซิม และระบบโมเด็มของโทรศัพท์