Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

ปัญหา Windows 11 Disk Fragmentation เกิดจากไฟล์บนฮาร์ดดิสก์ถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนและกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ของดิสก์ ทำให้หัวอ่านของดิสก์ต้องทำงานมากขึ้น ส่งผลให้การเปิดไฟล์หรือโปรแกรมช้าลง ปัญหานี้พบได้บ่อยในเครื่องที่ใช้ HDD (Hard Disk Drive) โดยเฉพาะเครื่องที่ใช้งานมานานและมีการลบหรือย้ายไฟล์บ่อย
แม้ว่า Windows 11 จะมีระบบจัดเรียงดิสก์อัตโนมัติ แต่ในบางกรณีผู้ใช้ยังคงพบปัญหาประสิทธิภาพของดิสก์ลดลงจาก Fragmentation
ผู้ใช้มักพบอาการดังนี้
ปัญหานี้มักเกิดกับเครื่องที่ใช้ HDD มากกว่า SSD
สาเหตุหลัก ได้แก่
เมื่อไฟล์ถูกแบ่งเป็นหลายส่วน ดิสก์ต้องอ่านข้อมูลหลายตำแหน่ง
Windows 11 มีเครื่องมือจัดเรียงดิสก์
เปิด
Defragment and Optimize Drives
หรือค้นหาใน Start Menu
เลือกไดรฟ์ที่ต้องการ
กด
Optimize
ในหน้าต่าง Optimize Drives
Windows จะแสดงค่า
Fragmented
หากเกินประมาณ 10%
ควรทำการ Optimize
ในหน้าต่างเดียวกัน
คลิก
Change settings
เลือก
Run on a schedule
Windows จะจัดเรียงดิสก์อัตโนมัติ
ถ้าดิสก์ใกล้เต็ม
Fragmentation จะเกิดง่ายขึ้น
ควรรักษาพื้นที่ว่างอย่างน้อย
ประมาณ
15% ของดิสก์
ใช้เครื่องมือ
Disk Cleanup
เพื่อลบไฟล์ชั่วคราว
เช่น
เปิด
Settings → Storage
เปิด
Storage Sense
Windows จะลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นอัตโนมัติ
ถ้าเครื่องใช้ SSD
ไม่ควร Defrag แบบ HDD
Windows จะใช้
TRIM
แทน ซึ่งเหมาะกับ SSD มากกว่า
จากประสบการณ์ด้านระบบ ปัญหา Fragmentation ส่งผลกับ HDD มากกว่า SSD
ทีมงานด้านระบบของ COMSIAM แนะนำให้ใช้ Optimize Drives เป็นประจำ และถ้าเป็นไปได้ควรอัปเกรดจาก HDD เป็น SSD เพื่อเพิ่มความเร็วของระบบ
ถ้า HDD ช้ามากผิดปกติ
ควรตรวจสอบด้วยโปรแกรม เช่น
เพื่อดูค่า SMART ของดิสก์
ปัญหา Windows 11 Disk Fragmentation ทำให้เครื่องช้าลง โดยเฉพาะใน HDD
วิธีแก้ที่ได้ผล ได้แก่
การดูแลดิสก์เป็นประจำจะช่วยให้ระบบทำงานได้เร็วและเสถียรขึ้น
คอมพิวเตอร์ของคุณยังใช้ HDD อยู่ หรืออัปเกรดเป็น SSD แล้ว?