วันไหนที่คุณควรเลิกเป็น CEO และเริ่มทำตัวเป็น Chairman

ตำแหน่งเปลี่ยนช้าไปหนึ่งวัน ระบบจะเจ็บเพิ่มอีกหนึ่งปี


🔍 บทนำ: คำถามที่ Founder เกือบทุกคนเลี่ยง

ไม่มี Founder คนไหนอยากถามตัวเองว่า:

“เราควรถอยเมื่อไหร่”

เพราะในหัวมักคิดว่า:

  • ยังจำเป็นอยู่
  • ทีมยังไม่พร้อม
  • ถ้าเราไม่คุม เดี๋ยวพัง

แต่ในโลกของบอร์ดและนักลงทุน
คำถามจริงไม่ใช่ “ควรถอยไหม”
แต่คือ “ถ้าไม่ถอยตอนนี้ จะพังตรงไหน”


🔍 CEO กับ Chairman ทำหน้าที่คนละเกม

ก่อนจะรู้ว่า เมื่อไหร่ควรเปลี่ยน
ต้องเข้าใจก่อนว่า บทบาทต่างกันยังไง

CEO (เกมปฏิบัติการ)

  • ตัดสินใจเร็ว
  • แก้ปัญหาหน้างาน
  • คุมคน คุมงาน คุมคุณภาพ
  • ทำให้ “วันนี้รอด”

Chairman (เกมโครงสร้าง)

  • คุมทิศทางระยะยาว
  • ออกแบบกรอบการตัดสินใจ
  • คุมความเสี่ยงระดับระบบ
  • ทำให้ “พรุ่งนี้ไม่พัง”

ปัญหาคือ Founder ส่วนใหญ่
ยังเล่นเกม CEO อยู่ ทั้งที่ธุรกิจเข้าสู่เกม Chairman แล้ว


⚠️ สัญญาณชัดว่า “คุณเป็น CEO ต่อไป จะทำร้ายระบบ”

ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
นี่คือสัญญาณเตือนจริง ไม่ใช่คำแนะนำ

❌ 1) การตัดสินใจเริ่มช้าลง เพราะทุกอย่างต้องผ่านคุณ

  • เรื่องเล็ก ๆ ยังรอ
  • ทีมไม่กล้าฟันธง
  • ความเร็วหายไป

นี่ไม่ใช่เพราะทีมไม่เก่ง
แต่เพราะ บทบาทคุณยังไม่เปลี่ยน


❌ 2) ผู้บริหารเริ่มเก่งขึ้น แต่ไม่กล้าตัดสินใจ

ถ้าคุณมี:

  • Head เก่ง
  • Manager มีประสบการณ์

แต่ทุกคนยังถามคุณ
แปลว่า:

“ระบบยังไม่อนุญาตให้เขาเป็นผู้นำจริง”

นี่คือปัญหาเชิงโครง ไม่ใช่เชิงคน


❌ 3) คุณใช้เวลาส่วนใหญ่กับการแก้ มากกว่าวางโครง

ถ้าวันหนึ่งคุณพบว่า:

  • งาน 70% คือดับไฟ
  • งาน 20% คือประชุม
  • งาน 10% คือคิดอนาคต

จากมุมบอร์ด:

“นี่คือ CEO ที่ยังจำเป็น
แต่ระบบเริ่มโตเกินตำแหน่งนี้แล้ว”


❌ 4) นักลงทุนเริ่มถามเรื่อง “ถ้าคุณไม่อยู่”

คำถามแบบ:

  • ถ้าคุณพักยาว ระบบจะเป็นยังไง
  • ใครตัดสินใจแทนคุณ
  • ใครรับไม้ต่อ

ถ้าคำถามนี้เริ่มมา
นั่นแปลว่า:
เขามองคุณในบทบาท Chairman แล้ว
แต่คุณยังทำตัวเป็น CEO อยู่


🔍 วันที่เหมาะจะเปลี่ยน ไม่ใช่วันที่ “พร้อม”

Founder จำนวนมากรอ:

“ให้ทีมพร้อมกว่านี้ก่อน”
“ให้ระบบนิ่งกว่านี้ก่อน”

จากมุมบอร์ด:

“ระบบจะไม่มีวันนิ่ง
ถ้าคุณยังไม่เปลี่ยนบทบาท”

การเปลี่ยนเป็น Chairman
ไม่ใช่รางวัลของความพร้อม
แต่คือ เงื่อนไขที่ทำให้ระบบพร้อม


🛠️ เปลี่ยนบทบาทยังไง โดยไม่ทำให้ระบบสะดุด

การเปลี่ยนจาก CEO → Chairman
ไม่ใช่การหายไป
แต่คือการ เปลี่ยนวิธีมีตัวตน

สิ่งที่ต้องหยุดทำ:

  • แทรกการตัดสินใจระดับทีม
  • แก้ปัญหาแทนผู้บริหาร
  • เป็นด่านสุดท้ายของทุกเรื่อง

สิ่งที่ต้องเริ่มทำ:

  1. ตั้งกรอบการตัดสินใจแทนการสั่ง
  2. ตั้ง Owner แทนการอนุมัติ
  3. วัดผลจากเสถียรภาพ ไม่ใช่ความเร็ว
  4. คุมความเสี่ยง แทนการคุมงาน
  5. ปล่อยให้ผู้บริหาร “เจ็บแบบไม่ตาย”

นี่คือการฝึกระบบให้ยืนเอง


⚠️ ความเข้าใจผิดที่ทำให้ Founder เปลี่ยนแล้วพัง

อย่าสับสนระหว่าง:

  • ❌ Chairman = ไม่ยุ่ง
  • ❌ Chairman = คนแก่ประชุม
  • ❌ Chairman = คนเซ็นเอกสาร

Chairman ที่ดี:

  • ยุ่งในเรื่องที่ย้อนกลับยาก
  • ถามในเรื่องที่ทุกคนมั่นใจเกินไป
  • เบรกในวันที่ทุกอย่างดูดีเกินจริง

ถ้าคุณ “ถอยแบบหาย”
ระบบจะสั่น
ถ้าคุณ “ถอยแบบมีกรอบ”
ระบบจะนิ่ง


🔍 มุมมองนักลงทุนแบบตรงที่สุด

นักลงทุนไม่ได้ถามว่า:

“คุณอยากเป็นอะไร”

แต่ถามว่า:

“บทบาทของคุณ
ทำให้ธุรกิจนี้
พึ่งคุณมากขึ้น หรือ น้อยลง”

ถ้าคำตอบคือ “พึ่งน้อยลง”
มูลค่าจะเพิ่ม
ถ้าไม่
มูลค่าจะหยุด


✅ บทสรุปแบบไม่อ้อม

วันที่คุณควรเลิกเป็น CEO
ไม่ใช่วันที่คุณหมดไฟ
ไม่ใช่วันที่มีคนเก่งแทน
ไม่ใช่วันที่ Exit แล้ว

แต่คือวันที่:

  • การอยู่ของคุณ เริ่มทำให้ระบบช้าลง
  • ความเก่งของคุณ เริ่มกลายเป็นคอขวด
  • ธุรกิจต้องการโครง มากกว่าความเร็ว

วันนั้น
คุณไม่ได้ “ถอย”
คุณกำลัง ยกระดับบทบาทให้ธุรกิจไปต่อได้จริง


🔍 คำถามชวนคิด

วันนี้มีการตัดสินใจอะไรบ้าง
ที่ถ้าคุณไม่อยู่
ทีมควรตัดได้เอง
แต่ยังทำไม่ได้?

คำตอบนั้น
คือสัญญาณว่า
คุณควรเริ่มทำตัวเป็น Chairman
ตั้งแต่วันนี้