เปลี่ยน Founder เป็น Chairman โดยไม่ทำให้ทีมแตก

ถอยผิดจังหวะ คนจะรู้สึกว่าถูกทิ้ง ถอยถูกจังหวะ ระบบจะรู้สึกว่าโต


🔍 บทนำ: ความพังที่ไม่ได้เกิดจากการถอย แต่เกิดจาก “วิธีถอย”

Founder หลายคนตัดสินใจถอยจากบทบาท CEO
แล้วเจอผลลัพธ์แบบนี้:

  • ทีมงงว่าใครตัดสินใจ
  • ผู้บริหารลังเล
  • งานช้าลง
  • คนเก่งเริ่มคิดจะไป

ปัญหาไม่ใช่การเปลี่ยนตำแหน่ง
แต่คือ การเปลี่ยนบทบาท โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างรองรับ


🔍 ทีม “แตก” เพราะอะไร เมื่อ Founder ถอย

จากมุมทีม ปัญหามักเกิดจาก 3 อย่างนี้

❌ 1) Founder หายไปก่อนที่กรอบจะอยู่

ทีมไม่ได้ต้องการ:

“Founder อยู่ตลอด”

แต่ต้องการ:

“รู้ว่าเมื่อไรควรตัดสินใจ
และใครรับผิดชอบผลลัพธ์”

ถ้าคุณถอยก่อนกรอบชัด
ความว่างจะถูกแทนด้วย:

  • ความกลัว
  • การโยนงาน
  • การรอคำสั่ง

❌ 2) บทบาทใหม่ไม่ชัด แต่พฤติกรรมยังเหมือนเดิม

Founder หลายคนบอกว่า:

“ผมเป็น Chairman แล้วนะ”

แต่ยัง:

  • แทรกการตัดสินใจ
  • แก้แทนทีม
  • เปลี่ยนใจกลางทาง

ทีมจะสับสนทันทีว่า:

“จริง ๆ แล้วใครคุม”

และความเชื่อถือจะเริ่มพัง


❌ 3) เปลี่ยนตำแหน่ง แต่ไม่เปลี่ยนสิทธิ์ตัดสินใจ

การแต่งตั้ง CEO ใหม่
แต่ยังต้อง:

  • ขออนุมัติทุกเรื่อง
  • รายงานละเอียดเหมือนเดิม
  • กลัวโดน Founder กลับคำ

นี่ไม่ใช่การส่งไม้
แต่มันคือ การผูกมือคนรับไม้


🔍 หลักคิดสำคัญ: ทีมไม่ได้ต่อต้านการถอย แต่ต่อต้าน “ความไม่ชัด”

ทีมรับการเปลี่ยนแปลงได้
ถ้าเขาเห็นว่า:

  • ระบบชัด
  • อำนาจชัด
  • ความรับผิดชอบชัด

สิ่งที่ทำให้ทีมแตก
ไม่ใช่ Founder ถอย
แต่คือ ทีมไม่รู้ว่าจะเชื่ออะไรแทน Founder


🛠️ วิธีเปลี่ยน Founder → Chairman แบบไม่แตก

ถ้าผมต้องทำการเปลี่ยนบทบาทนี้
ผมจะทำตามลำดับนี้เสมอ


✅ ขั้นที่ 1: ประกาศ “สิ่งที่ไม่ผ่าน Founder แล้ว”

อย่าพูดกว้าง ๆ ว่า:

“ผมจะไม่ลงแล้ว”

ให้พูดชัดว่า:

  • เรื่องอะไร CEO ตัดสินใจเอง
  • เรื่องอะไรทีมตัดเอง
  • เรื่องอะไรถึงจะมาถึง Chairman

ความชัดนี้
ลดความกลัวได้มากกว่าคำสัญญา


✅ ขั้นที่ 2: ยกความชอบธรรมให้ CEO ต่อหน้าทีม

Founder ต้อง:

  • ปกป้องการตัดสินใจของ CEO ต่อหน้าทีม
  • ไม่กลับคำในที่สาธารณะ
  • รับผิดแทนเมื่อ CEO พลาดในกรอบที่ตกลงกัน

นี่คือสัญญาณว่า:

“อำนาจนี้ไม่ใช่ชั่วคราว
และไม่ถูกดึงกลับง่าย ๆ”


✅ ขั้นที่ 3: เปลี่ยนจาก “สั่ง” เป็น “ถาม”

Chairman ที่ดี:

  • ถามเพื่อเปิดมุมคิด
  • ไม่สั่งเพื่อปิดการตัดสินใจ

เช่น:

  • ❌ “ทำไมไม่ทำแบบนี้”
  • ✅ “ถ้าเลือกทางนี้ ความเสี่ยงคืออะไร”

คำถามที่ดี
ทำให้ทีมคิด
โดยไม่ทำให้ทีมรู้สึกว่าถูกแทรก


✅ ขั้นที่ 4: สร้างเวทีตัดสินใจที่ไม่มีคุณ

ถ้าทุกการตัดสินใจยังมีคุณอยู่
ทีมจะไม่เรียนรู้

ต้องมี:

  • การประชุมที่คุณไม่เข้าร่วม
  • การตัดสินใจที่คุณรับรู้ภายหลัง
  • ความผิดพลาดที่ระบบรับได้

นี่คือการฝึกระบบ
ไม่ใช่การทอดทิ้ง


✅ ขั้นที่ 5: วัดผลจาก “ความนิ่ง” ไม่ใช่ “ความเร็ว”

ช่วงเปลี่ยนบทบาท:

  • งานอาจช้าลง
  • การตัดสินใจอาจลังเล

อย่ารีบแทรก
ให้ดูว่า:

  • ระบบนิ่งไหม
  • ทีมรับผิดชอบไหม
  • ปัญหาถูกแก้ในกรอบไหม

ถ้านิ่ง
คุณกำลังทำถูกทาง


⚠️ สิ่งที่ Founder ไม่ควรทำเด็ดขาด

ถ้าไม่อยากให้ทีมแตก ห้ามทำสิ่งเหล่านี้

  • แทรกหลังบ้าน แต่ไม่พูดต่อหน้า
  • เปลี่ยนใจกลางทาง
  • เรียกคนมาคุยลับ
  • ส่งสัญญาณว่า “สุดท้ายต้องผ่านเรา”

สิ่งเหล่านี้
จะทำลายความเชื่อถือ
เร็วกว่าอะไรก็ตาม


🔍 มุมมองบอร์ด: การถอยที่ดี ดูยังไง

จากมุมบอร์ด:

  • CEO ตัดสินใจได้จริง
  • Founder ไม่ดึงอำนาจ
  • ทีมยังเดิน
  • ความเสี่ยงยังอยู่ในกรอบ

ถ้าบอร์ดเห็นภาพนี้
เขาจะ:

“เชื่อว่าธุรกิจนี้
ไม่ได้ผูกกับใครอีกต่อไป”


✅ บทสรุปแบบไม่อ้อม

การเปลี่ยน Founder เป็น Chairman
ไม่ใช่เรื่องตำแหน่ง
แต่คือเรื่อง ความชัดของอำนาจและกรอบ

ถอยเร็วไป
ทีมงง
ถอยช้าไป
ระบบอืด

ถอยถูกจังหวะ
และถอยแบบมีโครง
ทีมจะไม่แตก
แต่จะ โตขึ้นแทน


🔍 คำถามชวนคิด

วันนี้ในธุรกิจคุณ
มีการตัดสินใจเรื่องไหนบ้าง
ที่:

  • คุณยังรู้สึกอยากแทรก
  • ทั้งที่จริงควรปล่อยให้ทีมตัด

คำตอบนั้น
คือจุดที่คุณต้อง
เปลี่ยนบทบาทให้ชัด
ก่อนที่ระบบจะชะงักโดยไม่รู้ตัว