Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

TPM (Trusted Platform Module) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของ Windows Server 2025 เพราะทำหน้าที่เก็บกุญแจเข้ารหัส (Encryption Keys) และข้อมูลด้านความปลอดภัยไว้ในชิปฮาร์ดแวร์แยกต่างหาก ทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงได้ยากกว่าการเก็บไว้ในระบบปฏิบัติการ
ในปัจจุบัน ฟีเจอร์สำคัญหลายตัวของ Microsoft เช่น BitLocker, Secure Boot, Credential Guard และ Windows Hello for Business ต่างอาศัย TPM เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับระบบ
หากองค์กรต้องการสร้าง Security Baseline ที่แข็งแกร่ง TPM ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ควรเปิดใช้งานตั้งแต่วันแรก
TPM หรือ Trusted Platform Module คือชิปด้านความปลอดภัยที่ติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ดหรือ CPU ของเซิร์ฟเวอร์
หน้าที่หลัก
TPM ช่วยให้ข้อมูลสำคัญไม่ถูกเก็บไว้ในระบบปฏิบัติการโดยตรง
เมื่อ Windows Server ต้องการใช้ Encryption Key
TPM จะทำหน้าที่
หากมีการแก้ไข Firmware หรือ Boot Process
TPM สามารถตรวจจับความผิดปกติได้ทันที
ปัจจุบัน Microsoft แนะนำ
TPM 2.0
เนื่องจากรองรับ
มีความปลอดภัยสูงกว่า TPM 1.2 อย่างมาก
เปิด PowerShell แบบ Administrator
ใช้คำสั่ง
Get-Tpm
ตัวอย่างผลลัพธ์
TpmPresent : True
TpmReady : True
หากเป็น True ทั้งสองค่า
แสดงว่า TPM พร้อมใช้งาน
เปิด Run
พิมพ์
tpm.msc
หน้าต่าง TPM Management จะเปิดขึ้น
ข้อมูลสำคัญที่ควรดู
หาก TPM ไม่ถูกตรวจพบ
รีสตาร์ต Server
เข้าสู่ BIOS หรือ UEFI
ค้นหาเมนู
จากนั้นเปลี่ยนค่าเป็น
Enabled
บันทึกและรีบูตระบบ
หลังเปิดใช้งาน
เปิด PowerShell
Initialize-Tpm
ระบบจะเริ่มกระบวนการเตรียม TPM ให้พร้อมใช้งาน
ตรวจสอบสถานะอีกครั้ง
Get-Tpm
BitLocker เป็นฟีเจอร์ที่ได้รับประโยชน์จาก TPM มากที่สุด
ข้อดี
Microsoft แนะนำให้เปิด TPM ก่อนเปิด BitLocker เสมอ
Secure Boot และ TPM ทำงานร่วมกัน
Secure Boot
TPM
เมื่อใช้งานร่วมกัน
จะช่วยลดความเสี่ยงจาก
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Credential Guard ใช้ TPM เพื่อช่วยปกป้อง
ทำให้การโจมตีแบบ Pass-the-Hash ยากขึ้นมาก
เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด
อาจทำให้ Windows มองไม่เห็น TPM
ต้อง Initialize ก่อน
อาจกระทบ BitLocker และระบบเข้ารหัสอื่น ๆ
เฉพาะกรณี
ก่อน Clear TPM
ควรสำรอง
ทุกครั้ง
แนะนำสำหรับทุกประเภท
โดยเฉพาะระบบที่มีข้อมูลสำคัญ
ทีมงาน comsiam แนะนำให้ตรวจสอบ TPM เป็นส่วนหนึ่งของ Checklist การติดตั้ง Windows Server ใหม่ทุกครั้ง เพราะหลายฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพหากไม่มี TPM
ในหลายองค์กรที่ comsiam ดูแล TPM ถูกกำหนดเป็นข้อบังคับสำหรับเซิร์ฟเวอร์ใหม่ทุกเครื่อง เพื่อรองรับมาตรฐานความปลอดภัยในระยะยาว
ไม่บังคับ แต่แนะนำอย่างยิ่ง
แทบไม่มีผลต่อ Performance
ได้ แต่ TPM 2.0 ปลอดภัยกว่า
ได้ แต่ระดับความปลอดภัยจะลดลง
TPM เป็นรากฐานสำคัญของระบบความปลอดภัยบน Windows Server 2025 ทำหน้าที่จัดเก็บกุญแจเข้ารหัสและข้อมูลสำคัญในระดับฮาร์ดแวร์ ช่วยสนับสนุน BitLocker, Secure Boot, Credential Guard และเทคโนโลยีความปลอดภัยสมัยใหม่อื่น ๆ องค์กรที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการโจมตีและการรั่วไหลของข้อมูลควรเปิดใช้งาน TPM 2.0 บนเซิร์ฟเวอร์ทุกเครื่อง
หากวันนี้มีผู้โจมตีเข้าถึงฮาร์ดดิสก์ของเซิร์ฟเวอร์คุณได้โดยตรง ระบบของคุณมีอะไรปกป้อง Encryption Key และข้อมูลสำคัญไม่ให้ถูกนำออกไปใช้งานหรือไม่?