วิธีรวมยอดตามเดือนใน Excel 365 ด้วยสูตร (สรุปยอดรายเดือนได้อัตโนมัติ)

ถ้าคุณต้องสรุป “ยอดขายรายเดือน” หรือ “ค่าใช้จ่ายรายเดือน”
คุณไม่จำเป็นต้องทำ Pivot Table เสมอไป — สูตรเดียวจบ และอัปเดตทันที


🎯 วิธีรวมยอดตามเดือนใน Excel 365

ใช้สูตรนี้ 👇

=SUMIFS(B2:B100,A2:A100,">="&DATE(2026,1,1),A2:A100,"<="&EOMONTH(DATE(2026,1,1),0))

📌 ความหมาย:

  • B2:B100 = ยอดเงิน
  • A2:A100 = วันที่
  • DATE(2026,1,1) = วันเริ่มเดือน
  • EOMONTH(...) = วันสุดท้ายของเดือน

👉 ผลลัพธ์: รวมยอด “เดือนมกราคม 2026”


⚡ สูตรแบบยืดหยุ่น (เลือกเดือนได้)

① ใช้เซลล์กำหนดเดือน (แนะนำ)

=SUMIFS(B2:B100,A2:A100,">="&E1,A2:A100,"<="&EOMONTH(E1,0))

📌 E1 = วันที่ใดก็ได้ในเดือนนั้น
👉 สูตรจะรวมทั้งเดือนให้อัตโนมัติ


② รวมยอดทุกเดือนอัตโนมัติ (ขั้นเทพ)

=SUMIF(TEXT(A2:A100,"yyyy-mm"),TEXT(E1,"yyyy-mm"),B2:B100)

👉 ใช้เมื่อ:

  • ต้องการจับคู่ “ปี-เดือน”
  • ทำ Dashboard

🔥 ตัวอย่างใช้งานจริง

① สรุปยอดขายรายเดือน

  • วันที่ → คอลัมน์ A
  • ยอดขาย → คอลัมน์ B

👉 ใช้สูตร SUMIFS ได้ทันที


② สรุปค่าใช้จ่ายรายเดือน

=SUMIFS(B2:B100,A2:A100,">="&E1,A2:A100,"<="&EOMONTH(E1,0))

🧠 ใช้จริงในงานอะไรได้บ้าง

  • รายงานยอดขาย
  • รายงานบัญชี
  • วิเคราะห์กำไร
  • Dashboard ธุรกิจ

❗ ปัญหาที่พบบ่อย

รวมยอดแล้วผิด

✔ ตรวจสอบว่า “วันที่เป็น Date จริง” ไม่ใช่ Text

สูตรไม่ทำงาน

✔ ตรวจสอบช่วงข้อมูลตรงกัน


📌 เคล็ดลับระดับโปร

ใช้ร่วมกับ:

  • UNIQUE → ดึงเดือน
  • SORT → เรียงเดือน
  • Pivot → สรุประดับสูง

👉 จะได้ระบบรายงานรายเดือนอัตโนมัติ


🔥 สรุปแบบสั้น (ตอบตรงคำถาม)

สูตร:

=SUMIFS(sum_range,date_range,">="&start_date,date_range,"<="&end_date)

👉 ใช้เพื่อ:
รวมยอดตามเดือนใน Excel 365 แบบอัตโนมัติ