Core Web Vitals คืออะไร?

① Core Web Vitals คืออะไร? 🚀

Core Web Vitals คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่ Google ใช้จัดอันดับเว็บไซต์ในปัจจุบัน หากเว็บไซต์ของคุณช้า โหลดกระตุก หรือใช้งานยาก อันดับ SEO จะตกทันที แม้เนื้อหาจะดีแค่ไหนก็ตาม

Google ต้องการให้เว็บไซต์มี “ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีที่สุด” และ Core Web Vitals คือเครื่องมือวัดสิ่งนี้โดยตรง

บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่อธิบายทุกอย่างแบบเข้าใจง่าย และสามารถนำไปใช้ได้จริงทันที


② Core Web Vitals คืออะไร 🔍

Core Web Vitals คือชุดค่าที่ Google ใช้ในการวัดคุณภาพประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience) ของเว็บไซต์ โดยเน้นที่ 3 ปัจจัยหลัก:

• ความเร็วในการโหลด
• ความเสถียรของหน้าเว็บ
• ความเร็วในการตอบสนอง

Google เริ่มใช้ Core Web Vitals เป็น Ranking Factor อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2021 และมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2026

เว็บไซต์ที่มี Core Web Vitals ดี จะได้เปรียบ SEO อย่างชัดเจน


③ Core Web Vitals มีอะไรบ้าง ⚡

Core Web Vitals ประกอบด้วย 3 ตัวหลัก:

1️⃣ LCP (Largest Contentful Paint) – ความเร็วในการโหลด

วัดเวลาที่ element หลักของหน้าเว็บโหลดเสร็จ เช่น:

• รูปภาพหลัก
• Heading
• Banner

ค่าที่ดี:

🟢 ดี: ต่ำกว่า 2.5 วินาที
🟡 ปานกลาง: 2.5 – 4 วินาที
🔴 แย่: มากกว่า 4 วินาที


2️⃣ INP (Interaction to Next Paint) – ความเร็วในการตอบสนอง

วัดความเร็วเมื่อผู้ใช้คลิก เช่น:

• คลิกเมนู
• คลิกปุ่ม
• คลิกลิงค์

ค่าที่ดี:

🟢 ดี: ต่ำกว่า 200 ms
🟡 ปานกลาง: 200–500 ms
🔴 แย่: มากกว่า 500 ms


3️⃣ CLS (Cumulative Layout Shift) – ความเสถียรของหน้าเว็บ

วัดการกระโดดของ Layout เช่น:

• หน้าเว็บกระตุก
• ปุ่มเลื่อนเอง
• ตัวหนังสือขยับ

ค่าที่ดี:

🟢 ดี: ต่ำกว่า 0.1
🟡 ปานกลาง: 0.1–0.25
🔴 แย่: มากกว่า 0.25


④ ทำไม Core Web Vitals สำคัญต่อ SEO 📈

Core Web Vitals ส่งผลต่อ:

• อันดับ Google
• Conversion Rate
• Bounce Rate
• User Experience

Google ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Core Web Vitals เป็น Ranking Factor

เว็บไซต์ที่เร็วกว่า จะได้อันดับดีกว่า

หากต้องการเพิ่มอันดับเว็บไซต์อย่างยั่งยืน แนะนำใช้บริการ
รับทำ seo


⑤ Core Web Vitals ส่งผลต่ออันดับ Google อย่างไร 🎯

Google ใช้ Core Web Vitals เป็นส่วนหนึ่งของระบบ:

• Page Experience Signal
• Ranking Algorithm

เว็บไซต์ที่มีคะแนนดี จะได้:

• Index เร็วขึ้น
• อันดับสูงขึ้น
• Crawl บ่อยขึ้น


⑥ วิธีตรวจสอบ Core Web Vitals 🛠️

ใช้เครื่องมือเหล่านี้:

1. Google PageSpeed Insights

เว็บไซต์:
https://pagespeed.web.dev

แสดง:

• LCP
• INP
• CLS


2. Google Search Console

ไปที่:

Core Web Vitals Report

แสดง:

• URL ที่มีปัญหา
• URL ที่ดี


3. Chrome DevTools

ใช้ตรวจสอบแบบ Real-time


⑦ Core Web Vitals ที่ดีควรมีค่าเท่าไร 📊

มาตรฐาน Google:

MetricGood
LCP< 2.5 s
INP< 200 ms
CLS< 0.1

⑧ สาเหตุที่ Core Web Vitals แย่ ❌

สาเหตุหลัก:

• Hosting ช้า
• รูปภาพใหญ่เกินไป
• JavaScript มากเกินไป
• CSS หนัก
• ไม่มี Cache


⑨ วิธีปรับปรุง Core Web Vitals ให้ดีขึ้น 🚀

วิธีที่ได้ผลจริง:

ลดขนาดรูปภาพ

ใช้:

• WebP
• AVIF


ใช้ CDN

เช่น:

• Cloudflare


ใช้ Hosting คุณภาพสูง

Hosting คือปัจจัยสำคัญที่สุด


ลด JavaScript

ลบ Script ที่ไม่จำเป็น


ใช้ Cache

ช่วยให้โหลดเร็วขึ้น


⑩ Core Web Vitals กับ Backlink เกี่ยวข้องกันหรือไม่ 🔗

Core Web Vitals และ Backlink เป็น Ranking Factor ทั้งคู่

Backlink ช่วยเพิ่ม Authority

Core Web Vitals ช่วยเพิ่ม Experience

ทั้งสองอย่างต้องทำควบคู่กัน

หากต้องการเพิ่ม Authority เว็บไซต์ สามารถใช้บริการ
รับทำ backlink


⑪ Core Web Vitals สำคัญแค่ไหนในปี 2026 🌐

สำคัญมาก

Google ให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นทุกปี

เว็บไซต์ที่ไม่ผ่าน Core Web Vitals จะ:

• อันดับตก
• Traffic ลด


⑫ สรุป Core Web Vitals 🧠

Core Web Vitals คือปัจจัยสำคัญของ SEO ในปี 2026

ประกอบด้วย:

• LCP
• INP
• CLS

เว็บไซต์ที่ผ่าน Core Web Vitals จะได้:

• อันดับสูง
• โหลดเร็ว
• ผู้ใช้พอใจ


⑬ FAQ คำถามที่พบบ่อย ❓

Core Web Vitals มีผลต่อ SEO จริงไหม

มีผลโดยตรง

Google ใช้เป็น Ranking Factor


ต้องได้คะแนน 100 หรือไม่

ไม่จำเป็น

แค่ผ่านเกณฑ์ Good ก็เพียงพอ


WordPress สามารถทำให้ผ่านได้ไหม

ทำได้ 100%

หาก Optimize ถูกต้อง


⑭ สรุปสำหรับเจ้าของเว็บไซต์และนัก SEO 🔥

หากต้องการติดอันดับ Google

Core Web Vitals คือสิ่งที่ต้อง Optimize อย่างจริงจัง

เว็บไซต์ที่เร็วกว่า จะชนะเสมอ