Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือขึ้นข้อความ ซิมไม่รองรับ, SIM Not Supported, Invalid SIM, SIM Card Not Supported หรือ ซิมนี้ใช้กับเครื่องไม่ได้ หมายความว่าโทรศัพท์ตรวจพบซิมแล้ว แต่ระบบไม่อนุญาตให้ใช้งานซิมใบนั้นตามปกติ
ปัญหานี้ต่างจากอาการ No SIM เพราะกรณี No SIM คือโทรศัพท์ตรวจไม่พบการ์ด แต่กรณี SIM Not Supported เครื่องอ่านข้อมูลของซิมได้แล้ว เพียงแต่มีข้อจำกัดด้านเครือข่าย การล็อกเครื่อง สถานะซิม ซอฟต์แวร์ หรือความเข้ากันได้ระหว่างโทรศัพท์กับผู้ให้บริการ
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ โทรศัพท์ติดล็อกเครือข่าย เครื่องจากต่างประเทศรองรับซิมไม่ครบ ซิมถูกระงับ ซิมยังเปิดใช้งานไม่สมบูรณ์ เครื่องติดล็อกบัญชีหรือระบบองค์กร รวมถึงปัญหาหลังอัปเดตและเปลี่ยนซิม
ควรเริ่มจากทดลองซิมอื่น ตรวจสอบว่าเครื่องเคยซื้อจากผู้ให้บริการรายใด และติดต่อผู้ขายหรือผู้ให้บริการเดิมก่อนใช้วิธีรีเซ็ตเครื่อง
ผู้ใช้อาจพบอาการต่อไปนี้
ข้อความที่แสดงอาจต่างกันตามยี่ห้อ รุ่น ระบบปฏิบัติการ และผู้ให้บริการ แต่หลักการตรวจสอบคล้ายกัน
ลองทำตามลำดับต่อไปนี้ก่อน
❶ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❷ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
❸ ปิดเครื่องแล้วถอดซิมใส่ใหม่
❹ ตรวจสอบว่าซิมยังใช้งานได้ในเครื่องอื่น
❺ ทดลองซิมอีกเครือข่ายกับเครื่องเดิม
❻ ตรวจสอบว่าเครื่องติดล็อกเครือข่ายหรือไม่
❼ ตรวจสอบสถานะการเปิดใช้งานซิม
❽ อัปเดตระบบโทรศัพท์
❾ อัปเดตการตั้งค่าผู้ให้บริการ
❿ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
⓫ ติดต่อผู้ขายหรือผู้ให้บริการเดิม
⓬ ขอปลดล็อกเครือข่ายอย่างถูกต้อง หากเครื่องมีสิทธิ์ปลดล็อก
หากเครื่องใช้ได้เฉพาะซิมเครือข่ายหนึ่ง แต่ซิมค่ายอื่นขึ้น SIM Not Supported มีโอกาสสูงว่าโทรศัพท์ติดล็อกเครือข่าย
โทรศัพท์บางเครื่องถูกจำหน่ายพร้อมแพ็กเกจของผู้ให้บริการ และถูกตั้งให้ใช้ได้เฉพาะซิมในเครือข่ายนั้น
เมื่อใส่ซิมจากค่ายอื่น อาจขึ้นข้อความ เช่น
อาการนี้พบได้บ่อยกับโทรศัพท์จากต่างประเทศหรือเครื่องมือสองที่ซื้อจากผู้ให้บริการรายเดิม
การรีเซ็ตเครื่องหรือเปลี่ยน APN ไม่สามารถปลดล็อกเครือข่ายได้ ต้องติดต่อผู้ให้บริการที่ล็อกเครื่องเพื่อขอปลดล็อกตามเงื่อนไข
โทรศัพท์ที่ซื้อพร้อมสัญญาอาจยังไม่ผ่านเงื่อนไขการปลดล็อก เช่น
ควรติดต่อผู้ขายหรือผู้ให้บริการเดิม โดยเตรียมเลข IMEI และหลักฐานการซื้อ หากมี
ผู้ซื้อเครื่องมือสองอาจไม่ทราบว่าเครื่องติดล็อกเครือข่าย เพราะเจ้าของเดิมใช้ซิมค่ายเดียวกับที่เครื่องรองรับอยู่แล้ว
เมื่อเปลี่ยนเป็นซิมค่ายอื่นจึงพบปัญหา
ควรตรวจสอบ
ไม่ควรจ่ายเงินให้บริการปลดล็อกที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะอาจถูกหลอกหรือทำให้เครื่องมีปัญหามากขึ้น
โทรศัพท์บางรุ่นมีหลายรหัสย่อย แม้ชื่อรุ่นเหมือนกัน แต่รองรับย่านความถี่และโปรไฟล์เครือข่ายต่างกัน
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรตรวจสอบรหัสรุ่นเต็ม ไม่ควรดูเฉพาะชื่อการตลาดของโทรศัพท์
ซิมใหม่อาจต้องผ่านการลงทะเบียน ยืนยันตัวตน หรือรอระบบเปิดบริการก่อน
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อยืนยันว่าซิมเปิดใช้งานแล้วและผูกกับหมายเลขถูกต้อง
หากหมายเลขถูกระงับ ซิมหมดอายุ หรือบัญชีถูกยกเลิก โทรศัพท์บางรุ่นอาจแสดงข้อความคล้ายซิมไม่รองรับ
สาเหตุอาจเป็น
ควรทดลองซิมในโทรศัพท์เครื่องอื่นและตรวจสอบสถานะกับผู้ให้บริการ
หากชิปซิมหรือข้อมูลภายในเสีย โทรศัพท์อาจตรวจพบการ์ด แต่ไม่สามารถยืนยันตัวตนกับเครือข่ายได้
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรเปลี่ยนซิมใหม่โดยใช้หมายเลขเดิม หากผู้ให้บริการยืนยันว่าซิมเสีย
โทรศัพท์บางรุ่นรองรับเครือข่ายหรือ VoLTE เต็มรูปแบบเฉพาะ SIM 1 ขณะที่ SIM 2 อาจมีข้อจำกัด
ควรทดลอง
① ปิดเครื่อง
② ย้ายซิมไป SIM 1
③ เปิดเครื่องและทดสอบ
④ ตรวจสอบการตั้งค่าซิม
⑤ อัปเดตระบบ
⑥ เปรียบเทียบกับ SIM 2
หากซิมใช้ได้ใน SIM 1 แต่ขึ้น Invalid SIM ใน SIM 2 อาจเป็นข้อจำกัดของรุ่นหรือช่องอ่าน SIM 2
โทรศัพท์บางรุ่นอาจมีข้อจำกัดด้านภูมิภาค โดยเฉพาะเครื่องที่จำหน่ายในบางประเทศ
อาการอาจเกิดเมื่อ
ควรสอบถามผู้ขายหรือศูนย์บริการของแบรนด์ เพราะเงื่อนไขแตกต่างกันตามรุ่นและประเทศ
บางกรณีข้อความเกี่ยวกับซิมเกิดร่วมกับปัญหาการเปิดใช้งานเครื่อง เช่น เครื่องยังผูกกับบัญชีเจ้าของเดิมหรือเซิร์ฟเวอร์เปิดใช้งานไม่ยอมรับซิม
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรติดต่อเจ้าของเดิมหรือผู้ขายอย่างถูกต้อง ไม่ควรพยายามข้ามระบบล็อกบัญชี
โทรศัพท์ของบริษัท โรงเรียน หรือองค์กรอาจถูกจำกัดให้ใช้เฉพาะซิมหรือผู้ให้บริการที่กำหนด
ระบบอาจจำกัด
ควรติดต่อผู้ดูแลระบบก่อนลบโปรไฟล์หรือรีเซ็ตเครื่อง เพราะการรีเซ็ตอาจไม่ยกเลิกข้อจำกัด
โทรศัพท์ที่เคยแฟลชรอม เปลี่ยนเฟิร์มแวร์ หรือซ่อมเมนบอร์ด อาจมีข้อมูลเครือข่ายไม่ตรงกับรุ่นจริง
อาการที่อาจพบ ได้แก่
กรณีนี้ควรใช้ศูนย์บริการหรือช่างที่ตรวจสอบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ได้อย่างถูกต้อง
Baseband ควบคุมการสื่อสารระหว่างโทรศัพท์กับเครือข่าย หากข้อมูลเสีย เครื่องอาจตรวจซิมได้แต่ไม่ยอมรับหรือไม่สามารถลงทะเบียนได้
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรนำเครื่องเข้าศูนย์บริการ ไม่ควรดาวน์โหลดเครื่องมือแก้ระบบเครือข่ายจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
หาก IMEI ถูกบล็อกโดยผู้ให้บริการหรือระบบเครือข่าย เครื่องอาจตรวจพบซิมแต่ไม่สามารถใช้งานเครือข่ายตามปกติ
สาเหตุที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
ผู้ใช้ควรตรวจสอบกับผู้ขายและผู้ให้บริการ ไม่ควรพยายามแก้ไข IMEI ด้วยตนเอง
โทรศัพท์บางรุ่นจากบางประเทศอาจไม่มีช่องซิมแบบกายภาพ หรือรองรับรูปแบบซิมต่างจากรุ่นที่จำหน่ายในประเทศอื่น
ควรตรวจสอบว่า
ไม่ควรสรุปจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว
ซิมบางประเภทอาจใช้เฉพาะข้อมูล อินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ IoT หรือบริการเฉพาะทาง
ตัวอย่างเช่น
หากนำมาใส่โทรศัพท์ อาจใช้งานได้ไม่ครบหรือขึ้นข้อความไม่รองรับ
ซิมต่างประเทศอาจตรวจพบได้ แต่ไม่สามารถลงทะเบียนกับเครือข่ายในประเทศ หากไม่ได้เปิดโรมมิ่งหรือไม่มีพันธมิตรเครือข่าย
ควรตรวจสอบ
ข้อความอาจเป็น Invalid SIM, No Service หรือ Network Not Available ขึ้นอยู่กับเครื่อง
หลังอัปเดต Android หรือ iOS อาจเกิดความผิดปกติกับ
ควรรีสตาร์ต ตรวจสอบการอัปเดตรอบใหม่ และอัปเดต Carrier Settings ก่อนรีเซ็ตเครื่องทั้งหมด
เครื่องที่เคยใช้งานได้ อาจขึ้น SIM Not Supported หลังรีเซ็ต หากระบบตรวจพบล็อกเครือข่ายหรือข้อจำกัดที่ก่อนหน้านี้ไม่แสดง
อาจเกิดเมื่อ
ควรติดต่อผู้ขายหรือผู้ให้บริการเดิม ไม่ควรรีเซ็ตซ้ำหลายครั้ง
หลังเปลี่ยนเมนบอร์ด ข้อมูลรหัสรุ่น IMEI ภูมิภาค หรือเครือข่ายอาจต่างจากตัวเครื่องเดิม
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรกลับไปยังร้านหรือศูนย์ที่ซ่อม เพื่อให้ตรวจสอบอะไหล่และข้อมูลเครื่อง
ข้อความแต่ละแบบอาจชี้ไปคนละสาเหตุ
① SIM Not Supported — มักเกี่ยวกับล็อกเครือข่ายหรือความเข้ากันได้
② Invalid SIM — ซิมไม่ถูกยอมรับหรือมีปัญหา
③ Network Locked — เครื่องติดล็อกค่าย
④ SIM Network Unlock PIN — ต้องใช้รหัสปลดล็อกจากผู้ให้บริการ
⑤ SIM Not Provisioned — ซิมยังเปิดใช้งานไม่สมบูรณ์
⑥ No SIM — เครื่องไม่ตรวจพบการ์ด
⑦ No Service — เครื่องพบซิมแต่ต่อเครือข่ายไม่ได้
ควรถ่ายภาพข้อความไว้เพื่อแจ้งผู้ขาย ผู้ให้บริการ หรือศูนย์บริการ
การรีสตาร์ตช่วยให้ระบบอ่านซิม การตั้งค่าผู้ให้บริการ และโมเด็มใหม่
หลังเปิดเครื่องควรรอประมาณ 2–3 นาที แล้วตรวจสอบว่าข้อความยังปรากฏหรือไม่
ขั้นตอน:
① เปิดโหมดเครื่องบิน
② รอประมาณ 30 วินาที
③ ปิดโหมดเครื่องบิน
④ รอระบบค้นหาเครือข่าย
⑤ ตรวจสอบข้อความอีกครั้ง
วิธีนี้อาจช่วยหากระบบเครือข่ายค้าง แต่ไม่สามารถปลดล็อกเครื่องที่ติดล็อกค่ายได้
ขั้นตอน:
① ปิดเครื่องให้สนิท
② ถอดถาดซิม
③ ตรวจสอบตำแหน่งซิม
④ เช็ดหน้าสัมผัสด้วยผ้าแห้ง
⑤ ใส่กลับให้ตรง
⑥ ปิดถาดให้สนิท
⑦ เปิดเครื่องและทดสอบ
หากขึ้นข้อความเดิม แสดงว่าปัญหาไม่น่าจะเกิดจากการใส่ซิมไม่ตรงเพียงอย่างเดียว
ผลการทดสอบ:
ควรทดลองอย่างน้อย
① ซิมเครือข่ายเดิมที่เคยใช้
② ซิมเครือข่ายอื่น
③ ซิมที่ยืนยันว่าเปิดใช้งานแล้ว
ผลการทดสอบ:
ควรตรวจสอบจาก
หากเป็น iPhone บางรุ่นสามารถตรวจสอบสถานะล็อกผู้ให้บริการได้ในเมนูเกี่ยวกับเครื่อง ส่วน Android แตกต่างกันตามยี่ห้อและผู้ให้บริการ
เตรียมข้อมูลดังนี้
① IMEI
② ชื่อเจ้าของบัญชีเดิม
③ หลักฐานการซื้อ
④ หมายเลขสัญญา หากมี
⑤ สถานะการผ่อนชำระ
⑥ หมายเลขที่เคยใช้กับเครื่อง
⑦ ประเทศและเครือข่ายต้นทาง
การปลดล็อกควรทำผ่านผู้ให้บริการที่ล็อกเครื่อง ไม่ควรใช้รหัสสุ่มหรือบริการที่ไม่ชัดเจน
สอบถามว่า
หากเครื่องแสดงข้อความเกี่ยวกับการล็อกซิม
SIM PIN ต่างจากรหัสปลดล็อกเครือข่าย
สำหรับมือถือสองซิม ให้ทดลองย้ายซิมไปอีกช่อง
หากซิมใช้ได้เฉพาะ SIM 1 ควรตรวจสอบ
เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วตรวจสอบ
หลังอัปเดตให้รีสตาร์ตและทดลองใหม่
การรีเซ็ตอาจช่วยเมื่อโปรไฟล์ซิมหรือการตั้งค่าผู้ให้บริการผิดปกติ โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ แอป วิดีโอ และไฟล์ส่วนตัว
แต่อาจลบ
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > ระบบหรือการจัดการทั่วไป > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
บน iPhone:
การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
เข้าเมนูเกี่ยวกับโทรศัพท์ แล้วตรวจสอบว่า
หาก IMEI หรือ Baseband ขึ้น Unknown ควรนำเครื่องเข้าศูนย์บริการ
ควรค้นหาข้อมูลจากรหัสรุ่นเต็ม ไม่ใช่ดูเพียงชื่อรุ่น
ตรวจสอบว่า
ควรแจ้งข้อมูลให้ครบ ได้แก่
หากผู้ขายระบุว่าเป็นเครื่องปลดล็อก แต่ใช้ได้เพียงค่ายเดียว ควรขอให้ผู้ขายตรวจสอบและรับผิดชอบตามข้อตกลง
อาการนี้มีแนวโน้มสูงว่าเครื่องติดล็อกเครือข่าย
ควรทำดังนี้
❶ ตรวจสอบผู้ให้บริการต้นทาง
❷ ตรวจสอบสถานะสัญญา
❸ ตรวจสอบยอดค้างชำระ
❹ เตรียม IMEI
❺ ติดต่อผู้ให้บริการเดิม
❻ ขอปลดล็อกตามเงื่อนไข
❼ รอการยืนยันจากระบบ
❽ ใส่ซิมค่ายใหม่แล้วรีสตาร์ต
ไม่ควรซื้อรหัสปลดล็อกจากแหล่งที่ไม่สามารถยืนยันได้
ให้ตรวจสอบ
① เครื่องติดล็อกค่ายหรือไม่
② รหัสรุ่นรองรับเครือข่ายในประเทศหรือไม่
③ รองรับซิมแบบใด
④ ต้องเปิดใช้งานในประเทศต้นทางก่อนหรือไม่
⑤ IMEI ถูกบล็อกหรือไม่
⑥ รองรับ VoLTE ของผู้ให้บริการหรือไม่
⑦ ซอฟต์แวร์ภูมิภาคตรงหรือไม่
⑧ ผู้ขายรับประกันว่าเป็นเครื่องปลดล็อกหรือไม่
หากเครื่องติดล็อก ต้องติดต่อผู้ให้บริการประเทศต้นทาง
ควรตรวจสอบตามลำดับนี้
❶ ย้ายซิมไป SIM 1
❷ ทดลองซิมอื่นใน SIM 2
❸ เปิด SIM 2 ในตัวจัดการซิม
❹ ตรวจสอบข้อจำกัดของรุ่น
❺ อัปเดตระบบ
❻ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
❼ ตรวจสอบถาดซิม
❽ ส่งตรวจหากทุกซิมมีปัญหาเฉพาะ SIM 2
หากซิมทุกใบใช้ได้ใน SIM 1 แต่ไม่ได้ใน SIM 2 ปัญหาอาจอยู่ที่ช่องหรือระบบของเครื่อง
อาจเกิดจากระบบตรวจพบล็อกที่เคยถูกซ่อนไว้หรือการเปิดใช้งานใหม่ไม่ผ่าน
ควรทำดังนี้
❶ เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียร
❷ ใส่ซิมเดิมที่เคยใช้งาน
❸ รีสตาร์ตเครื่อง
❹ ตรวจสอบบัญชีเจ้าของเดิม
❺ ตรวจสอบล็อกเครือข่าย
❻ ติดต่อผู้ขาย
❼ ติดต่อผู้ให้บริการต้นทาง
❽ หลีกเลี่ยงการรีเซ็ตซ้ำหลายครั้ง
หากเป็นเครื่องมือสอง ควรให้เจ้าของเดิมลบบัญชีและยืนยันสิทธิ์ให้ถูกต้อง
ให้ลองตามลำดับนี้
❶ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❷ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
❸ ถอดซิมใส่ใหม่
❹ ตรวจสอบ Carrier Settings
❺ ทดลองซิมอื่น
❻ ตรวจสอบการอัปเดตรอบใหม่
❼ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
❽ ตรวจสอบ IMEI และ Baseband
❾ ติดต่อศูนย์บริการหากทุกซิมใช้ไม่ได้
หากเครื่องใช้ได้เฉพาะซิมค่ายเดิม อาการยังมีแนวโน้มเป็น Network Lock มากกว่าบั๊กทั่วไป
โดยทั่วไป APN ไม่สามารถแก้ข้อความ SIM Not Supported ได้ เพราะ APN ใช้กำหนดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหลังจากเครื่องยอมรับซิมและลงทะเบียนเครือข่ายแล้ว
ควรตรวจสอบ APN เมื่อ
หากเครื่องขึ้นซิมไม่รองรับ ควรตรวจสอบ Network Lock สถานะซิม รหัสรุ่น และ Baseband ก่อน
ไม่ควรสุ่มกรอกรหัส เพราะโทรศัพท์บางรุ่นจำกัดจำนวนครั้ง หากกรอกผิดหลายครั้งอาจทำให้การปลดล็อกยุ่งยากขึ้น
ควรใช้รหัสจาก
ไม่ควรส่ง IMEI หรือข้อมูลบัญชีให้เว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
ยังไม่ควรรีเซ็ตเครื่องเป็นวิธีแรก เพราะการรีเซ็ตไม่สามารถปลดล็อกเครือข่าย ยกเลิกสัญญา หรือแก้ IMEI ที่ถูกบล็อกได้
ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้
❶ ทดลองซิมหลายเครือข่าย
❷ ตรวจสอบสถานะซิม
❸ ตรวจสอบ Network Lock
❹ ติดต่อผู้ขาย
❺ ติดต่อผู้ให้บริการเดิม
❻ ตรวจสอบรหัสรุ่น
❼ อัปเดตระบบ
❽ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
หากเป็นเครื่องติดล็อกค่าย การรีเซ็ตกลับค่าโรงงานอาจทำให้ต้องเปิดใช้งานใหม่ แต่ยังคงล็อกเหมือนเดิม
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
ควรเตรียมบัตรประจำตัว หลักฐานการซื้อ หมายเลขโทรศัพท์ และ IMEI ตามที่ผู้ให้บริการกำหนด
ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
ไม่ควรแกะเครื่องหรือแก้ไขข้อมูล IMEI ด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้เครื่องใช้งานเครือข่ายไม่ได้ถาวร
หมายความว่าโทรศัพท์ตรวจพบซิมแล้ว แต่ไม่อนุญาตให้ใช้งาน เนื่องจากล็อกเครือข่าย สถานะซิม ความเข้ากันได้ หรือระบบเครื่องผิดปกติ
No SIM หมายถึงเครื่องตรวจไม่พบการ์ด ส่วน SIM Not Supported หมายถึงเครื่องตรวจพบซิม แต่ไม่ยอมรับซิมนั้น
โทรศัพท์อาจติดล็อกเครือข่ายของค่ายเดิม ต้องติดต่อผู้ให้บริการเดิมเพื่อขอปลดล็อกตามเงื่อนไข
ไม่ได้ การล็อกเครือข่ายไม่ได้หายจากการรีเซ็ตเครื่อง ต้องปลดล็อกผ่านผู้ให้บริการหรือช่องทางที่ถูกต้อง
เครื่องอาจติดล็อกค่าย ไม่รองรับซิมนั้น มีปัญหาที่ Baseband หรือมีข้อจำกัดของ SIM 1 และ SIM 2
ช่วยได้หากซิมเดิมเสีย หมดอายุ หรือเปิดใช้งานไม่สมบูรณ์ แต่ไม่ช่วยหากเครื่องติดล็อกเครือข่าย
ไม่ได้ APN เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตมือถือหลังจากเครื่องยอมรับซิมแล้วเท่านั้น
ควรติดต่อผู้ขาย ตรวจสอบเครือข่ายเดิม IMEI รหัสรุ่น และหลักฐานว่าเครื่องปลดล็อกแล้วก่อนจ่ายค่าปลดล็อกเพิ่มเติม
มือถือขึ้นซิมไม่รองรับหรือ SIM Not Supported มักเกิดจากโทรศัพท์ติดล็อกเครือข่าย เครื่องจากต่างประเทศไม่เข้ากับซิม ซิมยังเปิดใช้งานไม่สมบูรณ์ ซิมถูกระงับ หรือระบบ Baseband และ IMEI มีปัญหา
ควรเริ่มจากทดลองซิมเดิมในโทรศัพท์อีกเครื่อง และทดลองซิมหลายเครือข่ายในเครื่องเดิม หากใช้ได้เฉพาะค่ายเดียว มีโอกาสสูงว่าเครื่องติด Network Lock และต้องติดต่อผู้ให้บริการเดิมเพื่อขอปลดล็อก
แนวทางของ comsiam คือไม่ควรรีเซ็ตเครื่องหรือซื้อรหัสปลดล็อกจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะการรีเซ็ตไม่สามารถยกเลิก Network Lock และการกรอกรหัสผิดอาจทำให้การแก้ไขยากขึ้น
หากผู้ให้บริการยืนยันว่าเครื่องไม่ได้ติดล็อก แต่ทุกซิมยังขึ้นไม่รองรับเฉพาะเครื่องเดิม comsiam แนะนำให้ตรวจสอบ IMEI, Baseband รหัสรุ่น ซอฟต์แวร์ และประวัติการเปลี่ยนเมนบอร์ดกับศูนย์บริการ