Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากไม่ต้องการให้ YouTube บันทึกวิดีโอที่รับชมไว้ในประวัติการดู สามารถใช้ฟังก์ชัน หยุดประวัติการดูชั่วคราว (Pause watch history) ได้ โดยไม่จำเป็นต้องลบประวัติเดิมทั้งหมด
ฟังก์ชันนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูวิดีโอบางประเภทโดยไม่ต้องการให้รายการดังกล่าวปรากฏในประวัติ หรือไม่ต้องการให้กิจกรรมการดูใหม่ถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การรับชมตามปกติ
ก่อนเปิดใช้งานควรเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ลบประวัติการดู กับ หยุดบันทึกประวัติการดู เพราะสองฟังก์ชันนี้มีจุดประสงค์ต่างกัน
การหยุดประวัติการดูหมายถึงการปิดการบันทึกวิดีโอใหม่ลงในประวัติการดูของบัญชีในช่วงเวลาที่ตั้งค่าไว้
พูดง่าย ๆ คือ
ลบประวัติ = ลบข้อมูลที่มีอยู่แล้ว
หยุดประวัติ = ไม่ให้กิจกรรมใหม่ถูกบันทึกในช่วงที่หยุด
ดังนั้นหากคุณมีประวัติการดูเก่าอยู่แล้ว การเปิด Pause ไม่ได้หมายความว่าประวัติเก่าจะถูกลบออกทั้งหมด
มีหลายเหตุผลที่ผู้ใช้ต้องการหยุดบันทึกประวัติ
ตัวอย่างเช่น หากปกติคุณดูวิดีโอเกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่ต้องการดูวิดีโอสำหรับเด็กหรือหัวข้ออื่นเป็นครั้งคราว การหยุดประวัติอาจช่วยไม่ให้กิจกรรมช่วงนั้นถูกบันทึกตามปกติ
สามารถตั้งค่าผ่านแอป YouTube บนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตได้
❶ เปิดแอป YouTube
❷ แตะรูปโปรไฟล์
❸ เลือก การตั้งค่า
❹ เลือก จัดการประวัติทั้งหมด
❺ เปิดแท็บ การควบคุม
❻ มองหาตัวเลือกเกี่ยวกับประวัติการดู YouTube
❼ ปิดการรวมวิดีโอ YouTube ที่คุณดูไว้ในประวัติ
❽ อ่านข้อความยืนยันที่แสดงบนหน้าจอ
❾ ยืนยันการเปลี่ยนแปลง
หลังจากตั้งค่าแล้ว วิดีโอที่ดูในช่วงที่หยุดประวัติจะไม่ถูกบันทึกลงในประวัติการดูตามการตั้งค่าดังกล่าว
บนคอมพิวเตอร์สามารถจัดการผ่านหน้า Google My Activity หรือส่วนจัดการประวัติของ YouTube
❶ เปิด YouTube
❷ ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google
❸ เปิด การตั้งค่า
❹ เลือก จัดการประวัติทั้งหมด
❺ ไปที่ส่วน การควบคุม
❻ ค้นหาการตั้งค่าประวัติการดู YouTube
❼ ปิดการบันทึกวิดีโอที่รับชม
❽ ยืนยันการตั้งค่า
หากหน้าจอของคุณมีชื่อเมนูแตกต่างจากตัวอย่าง ให้มองหาคำที่เกี่ยวข้องกับ YouTube History, Watch history หรือ ประวัติการดู
ไม่จำเป็นต้องหาย
นี่เป็นจุดที่ผู้ใช้มักเข้าใจผิด
การหยุดประวัติการดูมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้กิจกรรมใหม่ถูกบันทึก ไม่ใช่การลบข้อมูลเก่าทั้งหมด
หากต้องการล้างประวัติเดิมด้วย ต้องใช้ฟังก์ชัน Delete แยกต่างหาก
ดังนั้นหากต้องการจัดการทั้งสองอย่าง สามารถทำตามลำดับนี้
❶ ลบประวัติการดูเก่าที่ไม่ต้องการ
❷ หยุดการบันทึกประวัติ
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการล้างข้อมูลเก่าและป้องกันการสร้างประวัติใหม่
วิดีโอที่รับชมในช่วงที่ประวัติถูกหยุดจะไม่ถูกบันทึกเป็นประวัติการดูตามการตั้งค่าที่เปิดไว้
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสับสนระหว่าง ประวัติการดู กับข้อมูลอื่น ๆ ของ YouTube เช่น
การหยุด Watch History ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทุกประเภทในบัญชีจะถูกหยุดหรือถูกลบทั้งหมด
มีผลต่อประสบการณ์การใช้งานได้
YouTube ใช้ประวัติการดูเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ช่วยปรับแต่งประสบการณ์และคำแนะนำวิดีโอ
เมื่อประวัติการดูถูกหยุด ระบบจะไม่มีข้อมูลการดูใหม่ในลักษณะเดียวกับช่วงที่เปิดประวัติตามปกติ
ดังนั้นคำแนะนำบางอย่างอาจแตกต่างจากเดิม
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่าการหยุดประวัติจะทำให้ระบบหยุดใช้ข้อมูลทุกประเภทในการปรับประสบการณ์
ไม่เหมือนกัน
เป็นการเปลี่ยนการตั้งค่าประวัติของบัญชี เพื่อหยุดการบันทึกกิจกรรมการดูใหม่
เป็นโหมดการใช้งาน YouTube ที่ช่วยให้กิจกรรมในเซสชันนั้นไม่ถูกนำไปผูกกับประวัติการดูและการค้นหาของบัญชีในลักษณะปกติ
หากต้องการหยุดบันทึกประวัติเป็นระยะเวลานาน การใช้การตั้งค่า Pause อาจสะดวกกว่า
หากต้องการดูวิดีโอเพียงช่วงสั้น ๆ โดยไม่ต้องการให้กิจกรรมนั้นเชื่อมกับบัญชีตามปกติ อาจเลือกใช้ Incognito
หากหยุดประวัติไว้ชั่วคราวและต้องการให้ YouTube กลับมาบันทึกวิดีโอที่ดูตามปกติ สามารถกลับไปที่การตั้งค่าเดิม
❶ เปิด YouTube
❷ ไปที่ การตั้งค่า
❸ เลือก จัดการประวัติทั้งหมด
❹ เปิดส่วน การควบคุม
❺ เปิดการบันทึกประวัติการดูอีกครั้ง
❻ ยืนยันการตั้งค่า
หลังจากเปิดกลับมา วิดีโอที่รับชมใหม่จะกลับมาถูกบันทึกตามการตั้งค่าประวัติของบัญชี
โดยหลักแล้ว หากดูวิดีโอในช่วงที่หยุดประวัติ วิดีโอเหล่านั้นจะไม่ถูกเพิ่มเข้าไปในประวัติการดูในภายหลังเพียงเพราะเปิดประวัติกลับมา
ดังนั้นหากมีวิดีโอที่ต้องการกลับมาหาในภายหลัง ควรเพิ่มไว้ในเพลย์ลิสต์หรือบันทึกวิธีเข้าถึงไว้ด้วย
อย่าพึ่งพาประวัติการดูเป็นวิธีเดียวในการค้นหาวิดีโอที่สำคัญ
หากใช้งาน YouTube ด้วยบัญชี Google เดียวกัน การตั้งค่าประวัติที่ผูกกับบัญชีจะมีผลกับกิจกรรมของบัญชีตามการตั้งค่านั้น
อย่างไรก็ตาม หากอุปกรณ์หนึ่งใช้บัญชีอื่น หรือไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้ อาจมีพฤติกรรมแตกต่างกัน
จึงควรตรวจสอบบัญชีที่ใช้งานทุกครั้ง โดยเฉพาะกรณีที่มีหลายบัญชี Google บนอุปกรณ์เดียวกัน
ได้
บน Smart TV หรืออุปกรณ์สตรีมมิงที่รองรับ YouTube สามารถเข้าไปที่เมนู Settings แล้วจัดการตัวเลือกเกี่ยวกับประวัติการดู
❶ เปิดแอป YouTube บนทีวี
❷ เปิดเมนูด้านซ้าย
❸ เลือก Settings
❹ ค้นหาตัวเลือกประวัติการดู
❺ เลือกหยุดประวัติการดู
❻ ยืนยันการตั้งค่า
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามรุ่นทีวี ระบบปฏิบัติการ และเวอร์ชันของแอป YouTube
ช่วยลดการแสดงกิจกรรมใหม่ในประวัติการดูได้ แต่ไม่ควรมองว่าเป็นระบบป้องกันความเป็นส่วนตัวทั้งหมด
หากใช้อุปกรณ์ร่วมกับผู้อื่น ควรทำเพิ่มเติม เช่น
☑ ออกจากระบบเมื่อใช้งานเสร็จ
☑ ใช้โปรไฟล์ผู้ใช้ของตัวเอง
☑ ตั้งค่าการล็อกอุปกรณ์
☑ ตรวจสอบบัญชีที่กำลังใช้งาน
☑ ใช้โหมดไม่ระบุตัวตนเมื่อเหมาะสม
หากใช้บัญชีเดียวกันหลายคน การหยุดประวัติอย่างเดียวอาจไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
ต้องแยกคำว่า ประวัติการดู ออกจากข้อมูลทั้งหมดที่ระบบอาจใช้ในการให้บริการ
การหยุดประวัติหมายถึงการควบคุมการบันทึก Watch History ของบัญชี ไม่ได้หมายความว่าทุกระบบที่เกี่ยวข้องกับ YouTube หรือ Google จะหยุดทำงานทั้งหมด
ดังนั้นหากเป้าหมายคือการจัดการความเป็นส่วนตัวในภาพรวม ควรตรวจสอบการตั้งค่ากิจกรรมของ Google และ YouTube ส่วนอื่นเพิ่มเติมด้วย
การหยุดประวัติไม่ได้ลบวิดีโอออกจาก YouTube
หากวิดีโอยังเผยแพร่โดยเจ้าของช่อง คุณยังสามารถค้นหาและรับชมวิดีโอนั้นได้ตามปกติ
สิ่งที่เปลี่ยนคือกิจกรรมการรับชมใหม่จะไม่ถูกบันทึกลงใน Watch History ตามการตั้งค่าที่หยุดไว้
ดังนั้นหากต้องการกลับมาดูวิดีโอเดิมภายหลัง ควรบันทึก URL หรือเพิ่มวิดีโอไว้ในเพลย์ลิสต์
สมมติว่าคุณต้องการค้นคว้าหัวข้อหนึ่งเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่หัวข้อนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสนใจปกติ
คุณสามารถหยุดประวัติการดูไว้ก่อน
ปกติดู
🎮 เกม
💻 เทคโนโลยี
📱 สมาร์ตโฟน
แต่วันนี้ต้องการค้นคว้าเรื่อง
🎓 การเรียน
🏠 การทำอาหาร
🚗 รถยนต์
การหยุดประวัติอาจช่วยแยกกิจกรรมช่วงนั้นออกจากประวัติการดูปกติ
เมื่อค้นคว้าเสร็จแล้ว สามารถเปิดประวัติกลับมาได้
ไม่ควรเหมารวมว่าเหมือนกัน
Watch History และ Search History เป็นข้อมูลกิจกรรมคนละประเภท
หากต้องการหยุดทั้งสองอย่าง ควรตรวจสอบการตั้งค่าของแต่ละประเภทแยกกัน
ตัวอย่างเช่น
การตั้งค่าอย่างหนึ่งไม่ได้หมายความว่าจะปิดอีกอย่างโดยอัตโนมัติเสมอไป
หากมีประวัติเก่าที่ต้องการลบ สามารถใช้เมนูจัดการประวัติของ YouTube
❶ เปิด Manage all history
❷ ค้นหาวิดีโอที่ต้องการลบ
❸ ลบทีละรายการ หรือใช้ตัวเลือก Delete
❹ เลือกช่วงเวลาตามต้องการ
❺ ตรวจสอบข้อมูลที่จะถูกลบ
❻ ยืนยัน
หากต้องการเพียงหยุดการบันทึกใหม่ ไม่จำเป็นต้องลบประวัติเก่าทั้งหมด
ได้ แต่จุดประสงค์ต่างกัน
Pause ใช้เพื่อหยุดการบันทึกกิจกรรมใหม่
Auto-delete ใช้เพื่อลบกิจกรรมตามระยะเวลาที่กำหนด
หากต้องการให้ระบบลบประวัติที่เก่าเกินกำหนดโดยอัตโนมัติ Auto-delete อาจเหมาะกว่า
หากต้องการป้องกันไม่ให้วิดีโอที่กำลังดูถูกบันทึก Pause จะตรงกับความต้องการมากกว่า
หลังจากเปลี่ยนการตั้งค่าแล้ว ให้กลับไปที่ส่วน การควบคุม และตรวจสอบสถานะ
จากนั้นสามารถทดลองรับชมวิดีโอหนึ่งรายการแล้วตรวจสอบประวัติภายหลัง
หากยังมีการบันทึก ให้ตรวจสอบว่า
หากพบว่ายังมีข้อมูลในประวัติ ให้ตรวจสอบก่อนว่าเป็นกิจกรรมเก่าหรือกิจกรรมใหม่
การหยุดประวัติไม่ได้ลบรายการเก่าที่มีอยู่
นอกจากนี้ หากมีหลายบัญชีบนอุปกรณ์เดียวกัน อาจกำลังดูประวัติของอีกบัญชีหนึ่ง
ดังนั้นควรตรวจสอบบัญชีและเวลาของรายการก่อนสรุปว่าการตั้งค่าไม่ทำงาน
หากต้องการวิธีที่ทำตามได้ง่าย ให้ใช้ขั้นตอนนี้
❶ เปิด YouTube
❷ แตะรูปโปรไฟล์
❸ เปิด การตั้งค่า
❹ เลือก จัดการประวัติทั้งหมด
❺ เปิด การควบคุม
❻ ปิดการรวมวิดีโอที่ดูไว้ในประวัติ
❼ ตรวจสอบสถานะอีกครั้ง
เพียงเท่านี้การบันทึก Watch History ใหม่ก็จะถูกหยุดตามการตั้งค่าของบัญชี
ไม่ใช่
ควรจัดการสองส่วนแยกกัน
อาจกำลังเปลี่ยนการตั้งค่าผิดบัญชี
การหยุดประวัติเฉพาะส่วนไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทุกประเภทถูกปิด
เมื่อวิดีโอไม่ถูกบันทึกในประวัติ คุณอาจหาเจอได้ยากภายหลัง
ฟังก์ชันนี้เหมาะกับ
🟢 ผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
🟢 ผู้ที่ใช้บัญชีส่วนตัวบนอุปกรณ์ร่วม
🟢 ผู้ที่กำลังค้นคว้าหัวข้อที่ไม่เกี่ยวกับความสนใจปกติ
🟢 ผู้ที่ไม่ต้องการสร้างประวัติการดูเพิ่ม
🟢 ผู้ที่ต้องการควบคุมข้อมูลกิจกรรม YouTube
แต่หากต้องการเพียงล้างข้อมูลเก่า การใช้ Delete จะตรงจุดกว่า
| ความต้องการ | ตัวเลือก |
|---|---|
| ไม่ต้องการบันทึกวิดีโอใหม่ | Pause |
| ต้องการลบประวัติเก่า | Delete |
| ต้องการลบข้อมูลเก่าอัตโนมัติ | Auto-delete |
| ต้องการดูแบบไม่ผูกกับประวัติตามปกติ | Incognito |
ไม่มีตัวเลือกใดดีที่สุดสำหรับทุกคน ให้เลือกตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
หลังตั้งค่าแล้วควรตรวจสอบว่า
☑ ใช้บัญชี Google ถูกต้อง
☑ Watch History ถูกหยุด
☑ เข้าใจว่าประวัติเก่าไม่ได้ถูกลบโดยอัตโนมัติ
☑ หากต้องการหยุด Search History ได้ตั้งค่าแยกแล้ว
☑ หากมีวิดีโอสำคัญได้บันทึกไว้ในเพลย์ลิสต์แล้ว
☑ เข้าใจว่า Pause ไม่ได้ปิดข้อมูล YouTube ทุกประเภท
การตรวจสอบเหล่านี้ช่วยให้ใช้ฟังก์ชันได้ตรงกับเป้าหมายมากขึ้น
การ หยุดบันทึกประวัติการดู YouTube เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการป้องกันไม่ให้วิดีโอที่รับชมใหม่ถูกบันทึกลงใน Watch History โดยไม่จำเป็นต้องลบประวัติเก่าทั้งหมด
บนมือถือและคอมพิวเตอร์สามารถเข้าไปที่ YouTube > การตั้งค่า > จัดการประวัติทั้งหมด > การควบคุม แล้วจัดการการบันทึกประวัติการดูได้
สิ่งสำคัญคือ Pause ไม่เท่ากับ Delete การหยุดประวัติจะไม่ใช่การลบข้อมูลเก่าทั้งหมด และการหยุด Watch History ก็ไม่ควรตีความว่าเป็นการหยุด Search History หรือข้อมูลกิจกรรมทุกประเภท
หากต้องการควบคุมประวัติให้เหมาะกับการใช้งาน สามารถเลือก Pause, Delete, Auto-delete หรือ Incognito ตามสถานการณ์ได้