🔥 คำถามที่เจอบ่อยมาก
- ตู้โทรศัพท์ใช้งานมา หลายปี ยังโทรได้อยู่
- กลัวเปลี่ยนแล้วค่าใช้จ่ายบาน
- ระบบเดิมคุ้นมือ พนักงานใช้เป็น
- แต่เริ่มมีอาการรวนเป็นระยะ
คำถามนี้ไม่มีคำตอบเดียว
เพราะ “ใช้ได้ไหม” ต้องดู บริบทการใช้งานจริง
🔍 เช็ก 5 จุดหลักก่อนตัดสินใจ (เรียงตามความสำคัญ)
① อายุการใช้งานของตู้
- ต่ำกว่า 5 ปี → ยังถือว่าใหม่
- 5–8 ปี → เริ่มเสื่อมตามสภาพ
- มากกว่า 8–10 ปี → ความเสี่ยงสูง
อายุที่มากขึ้น
หมายถึง ความเสถียรลดลง และอะไหล่หายาก
② รองรับรูปแบบการใช้งานปัจจุบันหรือไม่
- โทรพร้อมกันได้พอหรือไม่
- รองรับ IVR / โอน / เวลา / กลุ่มรับสาย
- ทำงานร่วมกับอินเทอร์เน็ตได้หรือไม่
ถ้าตู้เดิม
ไม่รองรับงานที่ใช้จริง → ใช้ต่อ = ฝืน
③ ความถี่ของปัญหาที่เกิดขึ้น
- รีสตาร์ตบ่อย
- ค้างเป็นระยะ
- พอร์ตเริ่มเสียทีละช่อง
อาการเหล่านี้คือ
ค่าใช้จ่ายแฝง ที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื้อหาในจุดนี้ทาง คอมสยาม เขียนขึ้นเพื่อให้เข้าใจระบบได้เป็นขั้นตอน
④ ยังมีอะไหล่และคนซ่อมหรือไม่
- อะแดปเตอร์ / การ์ดขยาย
- ช่างที่รู้ระบบรุ่นนี้
- เอกสาร/คู่มือเดิม
ถ้า อะไหล่ไม่มี + ช่างไม่รับซ่อม
การใช้ต่อ = เสี่ยงหยุดระบบฉับพลัน
⑤ แผนธุรกิจใน 1–3 ปีข้างหน้า
- จะเพิ่มพนักงานไหม
- จะย้ายสำนักงานหรือไม่
- ต้องรองรับหลายสาขาหรือไม่
ถ้าธุรกิจจะโต
ตู้เก่ามัก เป็นคอขวดของระบบ
🧪 วิธีประเมินแบบเร็ว (ช่างใช้จริง)
ตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้
- 📞 โทรพร้อมกันเกิน 5–10 สายหรือไม่
- ⏰ ต้องใช้ IVR / เวลา / วันหยุดหรือไม่
- 🔧 มีปัญหาเดือนละครั้งขึ้นไปหรือไม่
- 📈 มีแผนขยายใน 12 เดือนหรือไม่
ถ้า “ใช่” เกิน 2 ข้อ
การเปลี่ยนเริ่มคุ้มกว่าซ่อม
🚨 สัญญาณที่ควร “เลิกฝืนใช้”
- ระบบเริ่มค้าง/รีเซ็ตเอง
- พอร์ตเสียเพิ่มเรื่อย ๆ
- เปลี่ยนแพ็กเกจ/ผู้ให้บริการแล้วไม่รองรับ
- เสียเวลางานมากกว่าค่าเครื่อง
ฝืนใช้ต่อ
มักจบด้วย เสียเงินหลายรอบ + เสียโอกาสธุรกิจ
🛠️ มุมมองช่าง: ใช้ต่อ vs เปลี่ยน
การตัดสินใจที่ดี
ควรดูภาพรวม ระบบโทรศัพท์ออฟฟิศ ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ตู้ตัวเดียว เช่น
- ต้นทุนรวมระยะ 3 ปี
- ความเสถียรที่ต้องการ
- ความยืดหยุ่นในการขยาย
- ความเสี่ยงหยุดระบบ
บางกรณี
ใช้ตู้เก่าต่อ = แพงกว่าเปลี่ยน
✅ สรุปแบบช่างพูดตรง
ตู้สาขาโทรศัพท์เก่า ยังใช้ได้ไหม
คำตอบคือ ใช้ได้ ถ้ามันยังตอบโจทย์งานจริง
แต่ถ้าเริ่ม
ถึงเวลาถามใหม่ว่า
“ควรใช้ต่อ หรือควรเปลี่ยน”