Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Veo ใน Gemini คือโมเดลสร้างวิดีโอด้วย AI ของ Google DeepMind สามารถเปลี่ยนข้อความหรือรูปภาพให้เป็นวิดีโอ สร้างเสียงพร้อมภาพ ควบคุมมุมกล้อง ใช้ภาพอ้างอิง กำหนดเฟรมแรกและเฟรมสุดท้าย รวมถึงต่อความยาวของวิดีโอในรุ่นที่รองรับ
รุ่นปัจจุบันคือ Veo 3.1 ซึ่งเน้นภาพคุณภาพสูง การเคลื่อนไหวสมจริง การทำตาม Prompt และการสร้างเสียงที่สัมพันธ์กับภาพ เหมาะกับงานโฆษณา ภาพยนตร์สั้น คอนเทนต์โซเชียล ภาพสินค้า และการพัฒนาระบบสร้างวิดีโอผ่าน Gemini API
อย่างไรก็ตาม Gemini Apps รุ่นปัจจุบันใช้ Gemini Omni เป็นโมเดลหลักสำหรับการสร้างและแก้ไขวิดีโอแบบสนทนา ผู้ใช้จึงอาจไม่เห็นชื่อ Veo บนหน้า Gemini แม้ว่าผลิตภัณฑ์อื่นของ Google เช่น Flow, Google AI Studio และ Gemini API จะยังรองรับ Veo 3.1
Veo เป็นตระกูลโมเดล Generative Video ของ Google DeepMind พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างวิดีโอจากข้อมูลหลายรูปแบบ เช่น
• ข้อความ
• รูปภาพ
• ภาพอ้างอิง
• เฟรมเริ่มต้น
• เฟรมสิ้นสุด
• วิดีโอที่สร้างไว้ก่อนหน้า
Veo สามารถตีความคำสั่งเกี่ยวกับตัวละคร การเคลื่อนไหว สถานที่ มุมกล้อง แสง สไตล์ เสียง และอัตราส่วน แล้วสร้างเป็นคลิปวิดีโอใหม่
จุดเด่นสำคัญคือระบบไม่ได้สร้างเพียงภาพเคลื่อนไหว แต่ยังพยายามรักษาความต่อเนื่องของตัวแบบ การเคลื่อนไหว หลักฟิสิกส์ และความสัมพันธ์ระหว่างภาพกับเสียงด้วย
Veo เป็นเทคโนโลยีของ Google DeepMind ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการวิจัยและพัฒนา AI ของ Google โดยความสามารถของ Veo ถูกนำไปใช้ในบริการต่าง ๆ เช่น
• Google Flow
• Gemini API
• Google AI Studio
• Vertex AI ในบริการที่รองรับ
• ผลิตภัณฑ์ของ Google สำหรับงานสร้างสรรค์
• Gemini Apps ในบางช่วงและบาง Workflow
ชื่อรุ่น ช่องทางใช้งาน และความสามารถอาจเปลี่ยนตามการอัปเดตของ Google
Veo 3.1 เป็นโมเดลสร้างวิดีโอรุ่นปัจจุบันในตระกูล Veo รองรับการสร้างวิดีโอจากข้อความและรูปภาพ พร้อมสร้างเสียงภายในกระบวนการเดียวกัน
ความสามารถเด่น ได้แก่
✅ สร้างวิดีโอจากข้อความ
✅ สร้างวิดีโอจากภาพนิ่ง
✅ สร้างภาพและเสียงพร้อมกัน
✅ สร้างเสียงพูดและบทสนทนา
✅ สร้างเสียงบรรยากาศและเอฟเฟกต์
✅ รองรับวิดีโอแนวนอนและแนวตั้ง
✅ ใช้ภาพอ้างอิงเพื่อรักษาตัวแบบ
✅ กำหนดเฟรมแรกและเฟรมสุดท้าย
✅ ต่อวิดีโอจากคลิปเดิม
✅ รองรับความละเอียดหลายระดับ
✅ สร้างการเคลื่อนกล้องแบบภาพยนตร์
ความสามารถที่ใช้ได้จริงขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ผลิตภัณฑ์ แพ็กเกจ ภูมิภาค และการตั้งค่าของระบบ
ผู้ใช้พิมพ์คำอธิบายฉากแล้วให้ Veo สร้างวิดีโอใหม่โดยไม่ต้องมีไฟล์ต้นฉบับ
ตัวอย่าง
“สร้างวิดีโอสมจริงของรถไฟกำลังวิ่งผ่านทุ่งนาในประเทศไทยช่วงพระอาทิตย์ตก กล้องติดตามจากด้านข้าง พร้อมเสียงรถไฟและลม”
อัปโหลดภาพแล้วกำหนดให้บุคคล วัตถุ หรือฉากในภาพเคลื่อนไหว
ตัวอย่าง
“ใช้ภาพนี้เป็นเฟรมเริ่มต้น ให้คลื่นค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหาฝั่ง เมฆเคลื่อนช้า และกล้องเคลื่อนไปข้างหน้า”
Veo 3.1 รองรับการใช้วิดีโอเป็นข้อมูลนำเข้าใน Workflow ที่กำหนด ผู้ใช้สามารถต่อหรือปรับวิดีโอจากผลงานเดิมได้
สร้างภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงพูด เสียงบรรยากาศ เอฟเฟกต์ และดนตรี
ตัวอย่าง
“ให้ได้ยินเสียงฝน เสียงรถยนต์ไกล ๆ และเสียงฝีเท้าที่สัมพันธ์กับการเดินของตัวละคร”
Veo 3.1 สามารถสร้างเสียงพร้อมวิดีโอโดยตรง ซึ่งเรียกว่า Native Audio Generation
เสียงที่สร้างได้ ได้แก่
🎙️ บทพูดของตัวละคร
🌧️ เสียงบรรยากาศ
🚪 เสียงจากการกระทำและวัตถุ
🎵 ดนตรีประกอบ
🚗 เสียงเครื่องยนต์
🌊 เสียงธรรมชาติ
ผู้ใช้ควรระบุว่าใครพูด พูดภาษาอะไร เสียงใดเกิดขึ้นเมื่อใด และเสียงประเภทใดเป็นเสียงหลัก
ตัวอย่าง Prompt คือ
“ผู้หญิงมองกล้องแล้วพูดภาษาไทยว่า ‘ยินดีต้อนรับค่ะ’ ด้วยน้ำเสียงอบอุ่น เสียงร้านกาแฟอยู่เบื้องหลังเบามาก ไม่มีดนตรี”
เสียงที่สร้างอาจยังมีข้อผิดพลาด เช่น พูดไม่ครบ ออกเสียงไม่ชัด หรือเสียงไม่ตรงกับปาก จึงต้องตรวจสอบก่อนเผยแพร่
Veo 3.1 ผ่าน Gemini API รองรับระยะเวลาวิดีโอ 4, 6 หรือ 8 วินาทีตามรุ่น ความละเอียด และการตั้งค่า
เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่
• วิดีโอความละเอียด 1080p และ 4K ใช้ระยะเวลา 8 วินาที
• การใช้ภาพอ้างอิงบางรูปแบบกำหนดเป็น 8 วินาที
• การต่อวิดีโอรองรับตามข้อจำกัดของรุ่น
• ความยาวใน Gemini Apps หรือ Flow อาจแตกต่างจาก API
หากต้องการวิดีโอยาว ควรสร้างเป็นหลายคลิปหรือต่อวิดีโอด้วยฟีเจอร์ Extension แล้วนำไปตัดต่อรวมกัน
Veo 3.1 ใน Gemini API รองรับความละเอียดตามรุ่น ได้แก่
• 720p
• 1080p
• 4K
วิดีโอ 4K ใช้เวลาประมวลผลมากกว่าและอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ส่วน Video Extension จำกัดความละเอียดตามเงื่อนไขของระบบ
Veo 3.1 Lite ไม่รองรับ 4K และอาจไม่มีความสามารถ Extension จึงควรตรวจรุ่นก่อนเลือกใช้งาน
ผู้ใช้ Gemini Apps อาจไม่มีเมนูเลือกความละเอียดโดยตรง เพราะระบบกำหนดค่าตามผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจ
Veo 3.1 รองรับอัตราส่วนหลักสองแบบ ได้แก่
เหมาะกับ YouTube เว็บไซต์ งานนำเสนอ และจอแนวนอน
เหมาะกับ TikTok, Instagram Reels, Facebook Reels และ YouTube Shorts
ควรกำหนดอัตราส่วนก่อนสร้าง เพราะการครอบวิดีโอแนวนอนให้เป็นแนวตั้งภายหลังอาจทำให้ตัวละครหรือสินค้าออกจากเฟรม
เหมาะกับงานคุณภาพสูง การเคลื่อนไหวซับซ้อน และงานที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าความเร็ว
เน้นการสร้างที่รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่ารุ่น Standard เหมาะกับการทดลอง Prompt และงานที่ต้องสร้างหลายเวอร์ชัน
เน้นประสิทธิภาพ ต้นทุน และการใช้งานในปริมาณมาก แต่มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่รองรับวิดีโอ 4K และฟีเจอร์ขั้นสูงบางประเภท
ชื่อรุ่นที่เห็นอาจเป็น Preview และสามารถเปลี่ยนก่อนเปิดให้ใช้งานแบบ Stable
Veo 3.1 รองรับภาพอ้างอิงเพื่อช่วยกำหนดบุคคล ตัวละคร สินค้า วัตถุ หรือสไตล์ของวิดีโอ
Gemini API รองรับภาพอ้างอิงแบบ Asset ได้สูงสุดสามภาพตามความสามารถที่ระบุในเอกสารของรุ่น
ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่
• ภาพที่ 1 ใช้ใบหน้าตัวละคร
• ภาพที่ 2 ใช้เสื้อผ้า
• ภาพที่ 3 ใช้สินค้า
Prompt ตัวอย่างคือ
“ใช้บุคคลจากภาพที่ 1 สวมเสื้อผ้าจากภาพที่ 2 และถือสินค้าจากภาพที่ 3 รักษาใบหน้า สีเสื้อผ้า และรูปทรงสินค้าให้สม่ำเสมอตลอดวิดีโอ”
จำนวนภาพที่รองรับใน Gemini Apps อาจแตกต่างจาก Gemini API โดยคู่มือ Gemini Apps ปัจจุบันรองรับภาพได้สูงสุดห้าภาพสำหรับ Workflow ของ Gemini Omni
Ingredients to Video คือการใช้ภาพอ้างอิงของตัวละคร วัตถุ สินค้า หรือสไตล์เป็นส่วนประกอบของฉาก แล้วให้ Veo นำองค์ประกอบเหล่านั้นไปสร้างเป็นวิดีโอ
ตัวอย่างเช่น
• ภาพบุคคล
• ภาพเสื้อผ้า
• ภาพผลิตภัณฑ์
• ภาพยานพาหนะ
• ภาพสไตล์หรือฉาก
วิธีนี้ช่วยให้รักษารูปลักษณ์ของตัวละครและวัตถุได้ดีกว่าการอธิบายด้วยข้อความเพียงอย่างเดียว
Veo 3.1 สามารถใช้ภาพหนึ่งภาพเป็นเฟรมเริ่มต้นและอีกภาพเป็นเฟรมสุดท้าย จากนั้นสร้างการเคลื่อนไหวเชื่อมระหว่างสองภาพ
ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่
• วัตถุเปลี่ยนรูปร่าง
• เปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืน
• ตัวละครเคลื่อนจากตำแหน่งหนึ่งไปอีกตำแหน่ง
• สินค้าเปลี่ยนจากกล่องปิดเป็นกล่องเปิด
• กล้องเคลื่อนจากภาพกว้างไปยังภาพระยะใกล้
ผู้ใช้ควรเลือกเฟรมที่มีองค์ประกอบสัมพันธ์กัน หากภาพแรกและภาพสุดท้ายแตกต่างกันมาก ระบบอาจสร้างการเปลี่ยนผ่านที่ผิดธรรมชาติ
Video Extension คือการต่อวิดีโอให้ยาวขึ้นจากคลิปที่ Veo สร้างไว้ก่อนหน้า ระบบจะใช้ช่วงท้ายของวิดีโอเดิมเป็นข้อมูลในการสร้างเหตุการณ์ต่อเนื่อง
ตัวอย่าง Prompt คือ
“ต่อวิดีโอนี้โดยให้รถวิ่งไปข้างหน้าช้าลง แล้วหยุดบริเวณหน้าร้าน กล้องยังติดตามจากด้านข้าง”
ข้อควรทราบคือ
• ต้องใช้วิดีโอที่ระบบรองรับ
• ความละเอียดอาจถูกจำกัด
• เสียงพูดอาจต่อไม่สมบูรณ์
• ตัวละครอาจเปลี่ยนเมื่อยืดหลายครั้ง
• Veo 3.1 Lite อาจไม่รองรับ Extension
หากมีเสียงพูดต่อเนื่อง เสียงเดิมควรยังปรากฏในช่วงท้ายของคลิปก่อนหน้าเพื่อเพิ่มโอกาสต่อเสียงได้เหมาะสม
ทั้งสองสามารถสร้างวิดีโอได้ แต่มีจุดเด่นต่างกัน
• การสร้างวิดีโอทั่วไปใน Gemini Apps
• การสนทนาแก้ไขหลายรอบ
• การใช้ข้อความ รูปภาพ และวิดีโอร่วมกัน
• การรักษาบริบทจากคำสั่งก่อนหน้า
• การเปลี่ยนวัตถุ ฉาก และมุมกล้อง
• Workflow ที่ต้องการความรวดเร็ว
• งานภาพยนตร์คุณภาพสูง
• การสร้างเสียงพร้อมภาพ
• การควบคุมเฟรมแรกและเฟรมสุดท้าย
• การต่อความยาววิดีโอ
• การใช้ภาพอ้างอิงแบบ Ingredients
• ความละเอียดสูงถึง 4K ในรุ่นที่รองรับ
• ระบบที่พัฒนาผ่าน Gemini API
• Workflow เดิมที่ใช้ความสามารถของ Veo
เอกสาร Gemini API ปัจจุบันแนะนำ Gemini Omni Flash เป็นตัวเลือกเริ่มต้นทั่วไป และใช้ Veo 3.1 เมื่อต้องการความสามารถเฉพาะ เช่น Scene Extension หรือการควบคุมเฟรมสุดท้าย
สาเหตุที่ไม่เห็นคำว่า Veo อาจเกิดจาก
• Gemini Apps เปลี่ยนมาใช้ Gemini Omni เป็นโมเดลหลัก
• ระบบเลือกโมเดลให้โดยอัตโนมัติ
• ชื่อเมนูแสดงเป็น Videos แทนชื่อโมเดล
• บัญชีหรือแพ็กเกจไม่รองรับ Veo โดยตรง
• Veo เปิดให้ใช้ผ่าน Flow หรือ AI Studio
• ฟีเจอร์กำลังทยอยเปิดตามประเทศ
• ใช้บัญชีงานหรือโรงเรียนที่มีข้อจำกัด
หากมีเมนู Videos และสามารถสร้างวิดีโอได้ ไม่จำเป็นต้องเห็นชื่อ Veo บนหน้าจอเสมอไป
ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเริ่มจาก Gemini Apps หรือ Google Flow ตามสิทธิ์ของบัญชี
Gemini Apps อาจใช้ Gemini Omni แทน Veo โดยตรงตามระบบปัจจุบัน
Flow เหมาะกับการสร้างหลายฉากและงานที่ต้องการ Workflow แบบภาพยนตร์มากกว่าแชตทั่วไป
Google AI Studio เหมาะสำหรับการทดสอบโมเดลและ Prompt ก่อนนำไปพัฒนาเป็นแอป
ขั้นตอนทั่วไปคือ
รุ่น Preview อาจมีขีดจำกัดและเปลี่ยนแปลงก่อนเปิดใช้งานจริง
“สร้างวิดีโอภาพยนตร์สมจริงของผู้ชายกำลังเดินบนถนนในกรุงเทพฯ หลังฝนตกช่วงเย็น กล้อง Tracking shot เคลื่อนตามจากด้านข้าง แสงนีออนสะท้อนบนพื้นเปียก เสื้อผ้าและการเดินเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ พร้อมเสียงฝน รถยนต์ไกล ๆ และเสียงฝีเท้า อัตราส่วน 16:9”
“สร้างวิดีโอโฆษณาขวดน้ำหอมไม่มีโลโก้ วางบนแท่นหินอ่อน กล้อง Orbit shot หมุนรอบสินค้าช้า ๆ แสงสตูดิโอสีขาวและทอง มีละอองน้ำเล็กน้อย พร้อมเสียงบรรยากาศหรู ไม่มีบทพูดและไม่มีข้อความ อัตราส่วน 9:16”
“ชายสูงวัยสวมหมวกสีน้ำเงินยืนอยู่บนเรือกลางทะเล ใช้ Medium shot เขามองออกไปทางคลื่นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า ‘ทะเลไม่เคยยอมใครง่าย ๆ’ มีเสียงคลื่น ลม และไม้เรือ ไม่มีดนตรี อัตราส่วน 16:9”
“ใช้ภาพนี้เป็นเฟรมเริ่มต้น รักษาตัวละคร เสื้อผ้า ฉากหลัง แสง และโทนสีเดิม ให้ตัวละครเดินช้า ๆ ไปข้างหน้า กล้องติดตามจากด้านข้าง พร้อมเสียงฝีเท้าและลม ไม่มีบทพูด”
Prompt ควรระบุข้อมูลต่อไปนี้
ควรใช้หนึ่งฉากหลักต่อหนึ่ง Prompt และหลีกเลี่ยงคำสั่งที่ขัดแย้งกัน
การเข้าถึง Veo ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจ
• Gemini Apps ต้องใช้แพ็กเกจ Google AI ที่รองรับการสร้างวิดีโอ
• Flow มีสิทธิ์และเครดิตตามแพ็กเกจ
• Gemini API ให้บริการผ่าน Paid Tier สำหรับโมเดล Veo ปัจจุบัน
• Google AI Studio อาจต้องเปิด Billing หรือใช้โควตาที่กำหนด
• บัญชีองค์กรต้องมี License ที่รองรับ
ไม่มีแพ็กเกจใดรับประกันการสร้างวิดีโอแบบไม่จำกัด เพราะการสร้างวิดีโอใช้ทรัพยากรประมวลผลสูง
Veo 2 และ Veo 3 รุ่นเก่าใน Gemini API ถูกประกาศเลิกสนับสนุนและกำหนดปิดบริการวันที่ 30 มิถุนายน 2026 โดย Google แนะนำให้ย้ายไป Veo 3.1 หรือรุ่นที่รองรับในแพลตฟอร์มองค์กร
นักพัฒนาไม่ควรเริ่มระบบใหม่ด้วยรหัสโมเดล Veo 2 หรือ Veo 3 รุ่นที่ยุติการรองรับแล้ว ควรตรวจเอกสาร Deprecation และ Model ID ก่อนพัฒนาเสมอ
วิดีโอที่สร้างด้วยโมเดล AI ของ Google มี SynthID ซึ่งเป็นลายน้ำดิจิทัลที่มองไม่เห็น และอาจมี Content Credentials เพื่อระบุที่มาของสื่อ
ผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจบางประเภทอาจเพิ่มลายน้ำที่มองเห็นได้ด้วย การไม่มีโลโก้บนวิดีโอไม่ได้หมายความว่าไม่มี SynthID
โดยทั่วไปสามารถนำไปใช้กับงานธุรกิจภายใต้ข้อกำหนดของบริการ แต่ผู้ใช้ต้องมีสิทธิ์ใน Prompt ภาพ เสียง และวิดีโออ้างอิงที่อัปโหลด
ควรหลีกเลี่ยง
• การใช้ใบหน้าหรือเสียงบุคคลจริงโดยไม่ได้รับอนุญาต
• การเลียนแบบศิลปินหรือเพลงที่มีลิขสิทธิ์
• การใช้โลโก้และเครื่องหมายการค้าโดยไม่มีสิทธิ์
• การสร้างข่าวหรือหลักฐานปลอม
• การทำให้เข้าใจว่าบุคคลใดรับรองสินค้า
• การสร้างเนื้อหาที่หลอกลวงหรือสร้างความเสียหาย
ผู้ใช้ควรตรวจสอบข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และกฎหมายก่อนนำวิดีโอไปใช้ในโครงการสำคัญ
ใช่ Veo เป็นตระกูลโมเดลสร้างวิดีโอของ Google DeepMind รองรับข้อความ รูปภาพ เสียง และความสามารถด้านวิดีโอหลายรูปแบบ
รุ่นปัจจุบันคือ Veo 3.1 โดยมีรุ่น Standard, Fast และ Lite ตามช่องทางที่รองรับ
ได้ Veo 3.1 สร้างเสียงพร้อมวิดีโอโดยตรง รวมถึงเสียงพูด บรรยากาศ เอฟเฟกต์ และดนตรี
ได้ในรุ่นที่รองรับ โดย Veo 3.1 Lite ไม่รองรับ 4K และการเข้าถึงจริงขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจ
ได้ Veo 3.1 รองรับอัตราส่วน 9:16 สำหรับ TikTok, Reels และ Shorts
ไม่เหมือนกัน Gemini Omni เน้นการสร้างและแก้ไขวิดีโอผ่านการสนทนา ส่วน Veo 3.1 เน้นงานวิดีโอคุณภาพสูงและความสามารถเฉพาะทาง เช่น Extension และการควบคุมเฟรม
Gemini Apps ปัจจุบันใช้เมนู Videos และ Gemini Omni เป็นระบบหลัก จึงอาจไม่แสดงชื่อ Veo โดยตรง
Veo 3.1 ผ่าน Gemini API รองรับ Asset Reference Images ได้สูงสุดสามภาพ ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นอาจมีขีดจำกัดต่างกัน
Veo 3.1 รุ่นที่รองรับมี Video Extension สำหรับต่อเหตุการณ์จากคลิปเดิม แต่มีข้อจำกัดด้านรุ่น ความละเอียด และเสียง
Veo ใน Gemini คือโมเดลสร้างวิดีโอของ Google DeepMind โดยรุ่นปัจจุบันคือ Veo 3.1 สามารถสร้างวิดีโอจากข้อความและรูปภาพ สร้างเสียงพร้อมภาพ ใช้ภาพอ้างอิง กำหนดเฟรมแรกกับเฟรมสุดท้าย และต่อวิดีโอจากคลิปเดิมได้
Veo 3.1 เหมาะกับงานวิดีโอคุณภาพสูงและการควบคุมแบบภาพยนตร์ ส่วน Gemini Omni เหมาะกับการสร้างและแก้ไขวิดีโอผ่านการสนทนา ผู้ใช้ทั่วไปอาจพบ Gemini Omni ในเมนู Videos ขณะที่นักพัฒนาและผู้สร้างภาพยนตร์สามารถใช้ Veo ผ่าน Gemini API, Google AI Studio หรือ Flow
หากเริ่มใช้งานใหม่ ควรเลือก Veo 3.1 แทน Veo รุ่นเก่า ตรวจรุ่น แพ็กเกจ โควตา และข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์ พร้อมตรวจสอบสิทธิของไฟล์และความถูกต้องของวิดีโอก่อนเผยแพร่