Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Gemini Live เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ของ Google Gemini ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถสนทนากับ AI ด้วยเสียงแบบเป็นธรรมชาติมากขึ้น และในบางรูปแบบยังสามารถใช้กล้องหรือแชร์หน้าจอเพื่อให้ Gemini เข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้
จึงเกิดคำถามสำคัญว่า Gemini Live เก็บเสียงและวิดีโอหรือไม่? เสียงที่เราพูดกับ AI ถูกบันทึกไว้หรือเปล่า? วิดีโอจากกล้องถูกเก็บหรือไม่? แล้ว Screenshare ที่เราเปิดให้ Gemini ดูหน้าจอจะถูกจัดเก็บอย่างไร?
คำตอบคือ ต้องแยกให้ชัดระหว่าง ข้อมูลที่ Gemini ต้องประมวลผลเพื่อให้ Live ทำงาน กับ ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ใน Gemini Apps Activity รวมถึงต้องดูว่าเปิดหรือปิด Keep Activity และการตั้งค่าอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่
บทความนี้จะอธิบายแบบเข้าใจง่าย พร้อม Checklist สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ Gemini Live โดยลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวให้มากที่สุด
เมื่อคุณใช้ Gemini Live ระบบจำเป็นต้องประมวลผลเสียงที่คุณพูดเพื่อทำความเข้าใจและตอบกลับ
แต่คำว่า “ประมวลผลเสียง” กับ “เก็บเสียงไว้ในประวัติ” ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
Google ระบุว่าเมื่อ Keep Activity เปิดอยู่ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Gemini สามารถถูกบันทึกไว้ใน Gemini Apps Activity และกิจกรรมของ Gemini Live อาจประกอบด้วยข้อมูล เช่น Transcript, เสียง วิดีโอ หรือ Screenshare ตามลักษณะการใช้งาน
ดังนั้น หากคุณต้องการทราบว่าเสียงจาก Live ถูกเก็บไว้หรือไม่ ต้องตรวจสอบการตั้งค่า Activity ของบัญชีด้วย ไม่ควรดูเฉพาะการทำงานของไมโครโฟน
หากคุณใช้ฟีเจอร์กล้องหรือฟีเจอร์ที่ให้ Gemini มองเห็นสิ่งรอบตัว ระบบจำเป็นต้องรับข้อมูลภาพเพื่อวิเคราะห์สิ่งที่คุณกำลังแสดง
ตัวอย่างเช่น คุณอาจใช้กล้องให้ Gemini ช่วยดู
อย่างไรก็ตาม การที่ Gemini ประมวลผลภาพจากกล้องไม่ได้แปลว่าวิดีโอทุกวินาทีจากกล้องจะถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ถาวรโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ ฟีเจอร์ที่ใช้งาน + การตั้งค่า Activity + นโยบายการจัดเก็บข้อมูลของ Google
Screenshare เป็นอีกประเภทข้อมูลที่ต้องระวัง เพราะเมื่อคุณแชร์หน้าจอ Gemini สามารถประมวลผลสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอในช่วงเวลาที่แชร์
ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังเปิด
ข้อมูลเหล่านี้อาจปรากฏบนหน้าจอและถูกส่งเข้าสู่การประมวลผลของฟีเจอร์ที่คุณกำลังใช้งาน
ดังนั้น การแชร์หน้าจอควรถือว่าเป็นการส่งข้อมูลให้ AI และควรเปิดเฉพาะเมื่อจำเป็น
ประเด็นนี้ต้องแยกจากการจัดเก็บ Activity
Google ระบุว่า เสียงและวิดีโอจาก Gemini Live รวมถึง Screenshare ไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงบริการของ Google โดยค่าเริ่มต้น แต่มีการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล Live ซึ่งผู้ใช้ควรตรวจสอบตามบัญชีและฟีเจอร์ที่ใช้งาน
ขณะเดียวกัน Gemini Apps Privacy Hub ระบุว่ากิจกรรม Gemini ที่บันทึกไว้ภายใต้ Keep Activity อาจถูกใช้เพื่อให้บริการ พัฒนาและปรับปรุงบริการ รวมถึงการพัฒนาโมเดล Generative AI ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นอย่าใช้คำว่า “Gemini Live ไม่เก็บข้อมูล” แบบเหมารวม
คำอธิบายที่ถูกต้องกว่าคือ:
Gemini Live ต้องประมวลผลข้อมูลที่คุณให้เพื่อทำงาน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Activity รวมถึงการนำข้อมูลไปใช้เพื่อการปรับปรุงบริการ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและประเภทข้อมูล
Keep Activity เป็นหนึ่งในการตั้งค่าที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ใช้ Gemini
เมื่อเปิด Keep Activity กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Gemini สามารถถูกบันทึกไว้ใน Activity
สำหรับ Gemini Live กิจกรรมอาจรวมถึง
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณใช้งานจริง
การปิด Keep Activity สามารถลดการจัดเก็บกิจกรรมใน Activity ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า Gemini จะไม่ประมวลผลข้อมูลที่คุณส่งให้ระหว่าง Live
Google ระบุว่าเมื่อปิด Keep Activity การสนทนาในอนาคตจะไม่ปรากฏใน Activity ตามปกติ และจะไม่ถูกใช้เพื่อฝึกโมเดล AI เว้นแต่ผู้ใช้ส่ง Feedback
อย่างไรก็ตาม Google อาจเก็บข้อมูลของการสนทนาไว้กับบัญชีเป็นเวลาประมาณ 72 ชั่วโมง เพื่อให้บริการ ประมวลผล Feedback และเหตุผลด้านความปลอดภัย
ดังนั้น
ปิด Keep Activity ≠ ไม่มีการประมวลผลข้อมูล
แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีจัดการและการเก็บกิจกรรมในอนาคต
หากต้องการตรวจสอบย้อนหลัง ให้เข้าไปที่ Gemini Apps Activity
❶ เปิด Gemini ด้วยบัญชีที่ใช้ Gemini Live
❷ เข้า Settings & help
❸ เลือก Activity
❹ ตรวจสอบรายการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Gemini Live
❺ เปิดรายการที่ต้องการตรวจสอบ
❻ ดูว่ามีข้อมูลประเภทใดเกี่ยวข้องกับกิจกรรมนั้น
หากพบข้อมูล Live ที่ไม่ต้องการเก็บ สามารถลบกิจกรรมนั้นตามตัวเลือกที่ Google มีให้
ได้
Google ระบุว่าการลบกิจกรรม Gemini Live จะลบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนั้น เช่น
ตามประเภทข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้
ดังนั้น หากคุณใช้ Gemini Live กับข้อมูลส่วนตัวแล้วต้องการลบภายหลัง ควรตรวจสอบ Activity โดยตรง ไม่ใช่ดูเฉพาะรายการแชตข้อความ
❶ เปิด Gemini
❷ เข้า Settings & help
❸ เลือก Activity
❹ ค้นหากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Live
❺ เลือกรายการที่ต้องการลบ
❻ กดลบกิจกรรม
หากต้องการลบจำนวนมาก สามารถใช้ตัวเลือกการลบตามช่วงเวลาที่ระบบรองรับ
หลังจากลบแล้ว ควรกลับมาตรวจสอบ Activity อีกครั้งเพื่อยืนยันว่ารายการที่ต้องการลบถูกจัดการแล้ว
ไม่ควรคิดว่าเป็นสิ่งเดียวกัน
Gemini Live อาจมีข้อมูลมากกว่าข้อความในแชต เช่น Audio, Transcript, Video และ Screenshare
ดังนั้นหากต้องการจัดการข้อมูล Live ให้ละเอียด ควรตรวจสอบ Gemini Apps Activity โดยตรง
หลักง่าย ๆ คือ
ลบแชต ≠ ตรวจสอบ Live Activity ครบทุกประเภท
ไม่ควรเข้าใจว่า Gemini มีสิทธิ์ใช้ไมโครโฟนของคุณตลอดเวลาเพียงเพราะติดตั้งแอป
การใช้ไมโครโฟนอยู่ภายใต้สิทธิ์ของระบบปฏิบัติการและฟีเจอร์ที่คุณกำลังใช้งาน
หากคุณเปิด Gemini Live ระบบจำเป็นต้องรับเสียงเพื่อให้สามารถสนทนาได้
แต่เมื่อไม่ได้ใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าว คุณสามารถตรวจสอบสิทธิ์ Microphone ของแอปได้จาก Settings ของอุปกรณ์
❶ เปิด Settings
❷ เลือก Apps
❸ เลือก Gemini
❹ เข้า Permissions
❺ เลือก Microphone
❻ ตรวจสอบว่าอนุญาตในระดับใด
หากไม่ได้ใช้ฟีเจอร์เสียง สามารถพิจารณาปิดสิทธิ์ได้ แต่ฟีเจอร์ที่ต้องใช้ไมโครโฟนจะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
เช่นเดียวกับไมโครโฟน การติดตั้ง Gemini ไม่ได้หมายความว่ากล้องจะถูกเปิดตลอดเวลา
กล้องจะเกี่ยวข้องเมื่อคุณเรียกใช้ฟีเจอร์ที่ต้องใช้ภาพหรือวิดีโอ
หากคุณเปิดกล้องระหว่าง Live ให้ถือว่าสิ่งที่กล้องกำลังมองเห็นสามารถกลายเป็นข้อมูลที่ Gemini ประมวลผลได้
ดังนั้นก่อนใช้กล้อง ควรตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในเฟรมด้วย
แม้ข้อมูลจะไม่ได้ถูกส่งด้วยการพิมพ์ แต่ถ้ามันอยู่ในภาพที่คุณส่งให้ AI ก็ถือเป็นข้อมูลที่ Gemini สามารถประมวลผลได้
Screenshare มีความเสี่ยงมากกว่าที่ผู้ใช้บางคนคิด เพราะหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มักมีข้อมูลจำนวนมากปรากฏพร้อมกัน
สมมติว่าคุณต้องการให้ Gemini ช่วยแก้ปัญหาหนึ่งบนเว็บไซต์ แต่ขณะที่แชร์หน้าจอมี
ปรากฏอยู่ด้วย
Gemini อาจสามารถมองเห็นข้อมูลเหล่านั้นในช่วงที่มีการแชร์หน้าจอ
❶ ปิดหน้าต่างที่มีข้อมูลสำคัญ
❷ ปิด Notification ที่ไม่จำเป็น
❸ เปิดเฉพาะหน้าต่างที่ต้องการแชร์
❹ ซ่อนข้อมูลส่วนตัวก่อนเริ่มแชร์
❺ หยุด Screenshare ทันทีเมื่อแก้ปัญหาเสร็จ
❻ ตรวจสอบ Activity หากเป็นข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน
หากกล้องเปิดอยู่และบุคคลอื่นอยู่ในเฟรม ภาพของบุคคลนั้นอาจกลายเป็นข้อมูลที่ Gemini ประมวลผลได้
ดังนั้นก่อนเปิดกล้องในสถานที่สาธารณะหรือที่ทำงาน ควรระวังบุคคลอื่นและเอกสารที่อยู่ในภาพ
โดยเฉพาะการใช้ Gemini Live ใน
ควรหลีกเลี่ยงการจับภาพบุคคลอื่นหรือข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องโดยไม่จำเป็น
การใช้ Gemini Live ในงานอาจมีประโยชน์มาก แต่ความเสี่ยงด้านข้อมูลก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ตัวอย่างเช่น คุณอาจให้ Gemini ช่วยดู
หากเป็นข้อมูลภายในบริษัท ควรตรวจสอบนโยบายขององค์กรก่อน
โดยเฉพาะบัญชี Google Workspace เพราะผู้ดูแลระบบอาจเป็นผู้ควบคุมการตั้งค่าบางอย่างของ Gemini
อย่าคิดว่าเพียงเพราะเป็นบัญชีบริษัทแล้วข้อมูลจะเป็นส่วนตัวโดยอัตโนมัติ
Google ระบุว่าข้อมูล Gemini บางส่วนอาจถูกตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบที่เป็นมนุษย์เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงบริการ
สำหรับข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบ Google ระบุว่าข้อมูลจะถูกตัดการเชื่อมโยงกับบัญชี และข้อมูลที่ผ่านกระบวนการดังกล่าวอาจถูกเก็บไว้นานถึง 3 ปี
นี่เป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมจึงไม่ควรส่งข้อมูลลับที่ไม่จำเป็นให้ AI
แม้คุณจะลบ Activity ในภายหลัง ก็ไม่ควรตีความว่าข้อมูลทุกสำเนาที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบจะหายทันทีจากทุกระบบ
ไม่
การปิด Keep Activity เป็นวิธีหนึ่งในการลดการจัดเก็บกิจกรรม แต่ไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีข้อมูลถูกประมวลผลเลย
Gemini ยังต้องรับข้อมูลที่คุณส่งเข้าไปเพื่อสร้างคำตอบ
ตัวอย่างเช่น หากคุณพูดกับ Gemini Live ว่า
“ช่วยดูเอกสารนี้ให้หน่อย”
ระบบต้องประมวลผลเสียงและเอกสารนั้นเพื่อให้สามารถทำงานได้
ดังนั้นแนวคิดเรื่องความเป็นส่วนตัวที่ดีที่สุดคือ
อย่าส่งข้อมูลที่ไม่จำเป็นตั้งแต่แรก
แล้วจึงใช้การตั้งค่า Privacy เป็นชั้นป้องกันเพิ่มเติม
หากต้องการลดการเก็บข้อมูลให้มากที่สุด ให้ทำตามขั้นตอนนี้
ไปที่ Gemini > Settings & help > Activity แล้วตรวจสอบการตั้งค่า
หากมีตัวเลือก Turn off and delete activity และต้องการลบข้อมูลเก่าด้วย สามารถเลือกตามความต้องการ
ให้ Gemini ใช้ Microphone เมื่อจำเป็นเท่านั้น
หากไม่ได้ใช้ฟีเจอร์ภาพ ให้ปิดสิทธิ์กล้องได้ตามความเหมาะสม
เปิด Screenshare เฉพาะเวลาที่ต้องการ และหยุดทันทีหลังใช้งาน
ตัดการเชื่อมต่อ Gmail, Drive, Photos หรือบริการอื่นที่ไม่จำเป็น
ตรวจสอบ Activity หลังจากใช้ Live กับข้อมูลสำคัญ
หากกำลังทดสอบหรือแก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจริงเสมอไป
เช่น ใช้ชื่อสมมติหรือข้อมูลตัวอย่างแทนข้อมูลลูกค้า
หากคุณเพิ่งใช้ Gemini Live กับข้อมูลสำคัญและต้องการลบข้อมูล ให้ดำเนินการตามลำดับนี้
❶ เปิด Gemini Apps Activity
❷ ค้นหากิจกรรมในช่วงเวลาที่ใช้ Live
❸ ตรวจสอบรายการที่เกี่ยวข้อง
❹ ลบกิจกรรมที่ต้องการ
❺ ตรวจสอบอีกครั้งว่าข้อมูล Live ที่เกี่ยวข้องถูกลบแล้ว
❻ ตรวจสอบ Connected Apps หากระหว่าง Live มีการใช้ข้อมูลจากบริการอื่น
❼ หากไฟล์ต้นฉบับยังอยู่ใน Google Drive หรือบริการอื่น ให้จัดการไฟล์ต้นฉบับแยกต่างหาก
การลบ Activity ของ Gemini ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลต้นฉบับในบริการ Google อื่นจะถูกลบไปด้วย
หากบัญชีของคุณรองรับ Temporary Chat ฟีเจอร์นี้เป็นอีกตัวเลือกสำหรับการสนทนาที่ไม่ต้องการให้ถูกบันทึกเป็นประวัติปกติ
Google ระบุว่า Temporary chats จะไม่ถูกใช้เพื่อฝึกโมเดล Google AI
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ไม่ควรนำแนวคิดนี้ไปตีความว่า “ส่งข้อมูลลับอะไรก็ได้”
เพราะ Gemini ยังต้องประมวลผลข้อมูลเพื่อให้บริการ และนโยบายการเก็บข้อมูลชั่วคราวหรือเพื่อความปลอดภัยยังคงมีผล
หากข้อมูลมีความลับสูง วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือไม่ส่งข้อมูลนั้นเข้าสู่ AI หากไม่มีความจำเป็น
ก่อนกดเริ่ม Live ให้ถามตัวเอง 6 ข้อ
☐ เปิดไมโครโฟนเพราะจำเป็นจริงหรือไม่?
☐ จำเป็นต้องเปิดกล้องหรือไม่?
☐ มีข้อมูลส่วนตัวอยู่ในภาพหรือไม่?
☐ มี Notification หรือข้อความลับบนหน้าจอหรือไม่?
☐ เปิด Screenshare อยู่หรือไม่?
☐ กำลังพูดถึงข้อมูลที่ไม่ควรส่งให้ AI หรือไม่?
ถ้าคำตอบข้อใดคือ “ใช่” ให้หยุดและนำข้อมูลนั้นออกก่อน
ข้อมูลเสียงต้องถูกประมวลผลเพื่อให้ Gemini Live สนทนากับคุณได้ แต่การประมวลผลกับการเก็บไว้ใน Activity เป็นคนละเรื่องกัน หาก Keep Activity เปิดอยู่ กิจกรรม Live ที่เกี่ยวข้องอาจถูกบันทึกตามประเภทข้อมูลและการตั้งค่าของบัญชี
หากใช้ฟีเจอร์กล้อง ระบบต้องประมวลผลภาพหรือวิดีโอที่จำเป็นต่อการตอบสนอง แต่ไม่ควรเหมารวมว่าวิดีโอทุกช่วงเวลาจะถูกเก็บเป็นไฟล์ถาวรโดยอัตโนมัติ
ปลอดภัยมากขึ้นหากแชร์เฉพาะข้อมูลที่จำเป็น แต่หน้าจออาจมีข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบริษัทโดยไม่รู้ตัว จึงควรปิดหน้าต่างและ Notification ที่ไม่เกี่ยวข้องก่อนแชร์
ได้ การปิด Keep Activity ไม่ได้ทำให้ Gemini Live หยุดทำงาน แต่เปลี่ยนวิธีจัดการกิจกรรมในอนาคต
ไม่ เพราะ Gemini ยังต้องประมวลผลเสียงที่คุณส่งให้เพื่อสนทนา แต่กิจกรรมในอนาคตจะไม่ถูกบันทึกใน Activity ตามปกติ และ Google ระบุว่าการสนทนาเหล่านั้นไม่ถูกใช้เพื่อฝึกโมเดล AI เว้นแต่มีการส่ง Feedback
การลบกิจกรรมจะเริ่มกระบวนการลบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ควรตีความว่าข้อมูลทุกสำเนาในทุกระบบหายทันที เพราะการเก็บรักษาข้อมูลบางประเภทอาจมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัย กฎหมาย หรือการดำเนินงาน
ตรวจสอบ Gemini Apps Activity ที่เกี่ยวข้อง และลบกิจกรรมหากไม่ต้องการเก็บไว้ หากหน้าจอแสดงข้อมูลจากบริการอื่น เช่น Drive หรือระบบบริษัท ต้องจัดการข้อมูลต้นฉบับจากบริการนั้นแยกต่างหาก
คำตอบที่ถูกต้องคือ Gemini Live ต้องประมวลผลเสียง ภาพ และข้อมูลที่คุณส่งให้เพื่อให้ฟีเจอร์ทำงาน แต่การประมวลผลไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นประวัติถาวร
สิ่งที่ต้องดูมี 4 ส่วนหลัก
หนึ่ง — Keep Activity
หากเปิดอยู่ กิจกรรม Gemini รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Live สามารถถูกบันทึกใน Activity ตามประเภทข้อมูลและการใช้งาน
สอง — การตั้งค่าของ Gemini Live
เสียงและวิดีโอจาก Live ไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงบริการของ Google โดยค่าเริ่มต้น แต่ควรตรวจสอบการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับบัญชีอยู่เสมอ
สาม — สิ่งที่คุณเปิดให้ Gemini เห็น
การเปิดกล้องและ Screenshare ทำให้ข้อมูลที่อยู่ในเฟรมหรือบนหน้าจอสามารถถูกประมวลผลได้ จึงควรซ่อนข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องก่อนใช้งาน
สี่ — ข้อมูลที่คุณส่งเอง
ต่อให้ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไว้อย่างดี หากคุณนำรหัสผ่าน เอกสารลับ ข้อมูลลูกค้า หรือข้อมูลสำคัญมาแสดงต่อ Gemini Live ข้อมูลเหล่านั้นก็เข้าสู่กระบวนการประมวลผล
ดังนั้นหลักการที่ดีที่สุดคือ ให้ Gemini เห็นและได้ยินเฉพาะสิ่งที่จำเป็น
หากต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น comsiam แนะนำให้ตรวจสอบ Keep Activity, สิทธิ์ไมโครโฟน กล้อง Connected Apps และ Gemini Apps Activity เป็นระยะ รวมถึงลบ Live Activity ที่ไม่ต้องการเก็บ
ท้ายที่สุด comsiam แนะนำว่าอย่าพึ่งพาการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเพียงอย่างเดียว วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือไม่ส่งข้อมูลลับเข้าสู่ Gemini Live ตั้งแต่แรก และเปิดใช้กล้อง ไมโครโฟน หรือ Screenshare เฉพาะเวลาที่จำเป็น