Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

ข้อความโฆษณาที่ดีต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายหยุดอ่าน เข้าใจประโยชน์ และรู้ว่าควรทำอะไรต่อ โดยไม่ใช้คำกล่าวเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด หากเขียนเพียงว่า “สินค้าดี ราคาถูก” ลูกค้าอาจไม่เห็นความแตกต่าง แต่หากใช้ Clickbait มากเกินไป อาจได้คลิกที่ไม่มีคุณภาพและทำลายความน่าเชื่อถือของแบรนด์
Gemini สามารถช่วยคิด Hook เขียนข้อความหลายเวอร์ชัน และปรับให้เหมาะกับช่องทางได้ แต่ต้องใช้ข้อมูลสินค้า ราคา โปรโมชั่น และหลักฐานที่ถูกต้อง ผู้ใช้ควรตรวจนโยบายโฆษณาล่าสุดของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนเผยแพร่เสมอ
ต้องรู้ว่ากำลังสื่อสารกับใคร มีปัญหาอะไร และอยู่ในขั้นใดของการตัดสินใจ
Hook คือประโยคเปิดที่ทำให้คนหยุดอ่าน โดยอาจเริ่มจาก
Hook ควรสัมพันธ์กับเนื้อหาและหน้า Landing Page ไม่ใช่เรียกคลิกด้วยเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
อธิบายว่าสินค้าหรือบริการช่วยอะไร ไม่ควรแสดงเพียงคุณสมบัติทางเทคนิค
บอกเหตุผลที่ลูกค้าควรพิจารณาข้อเสนอนี้เมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น โดยใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้
ตัวอย่างหลักฐาน ได้แก่
ไม่ควรสร้างตัวเลข รีวิว หรือคำรับรองขึ้นเอง
ระบุการดำเนินการถัดไป เช่น
CTA ควรตรงกับความพร้อมของลูกค้า ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่า “ซื้อเลย” กับทุกโฆษณา
Gemini สามารถช่วยงานต่อไปนี้
Gemini ช่วยสร้างร่างได้ แต่ไม่สามารถรับประกัน CTR ยอดขาย หรือการอนุมัติโฆษณาจากแพลตฟอร์มได้
ตัวอย่างเป้าหมาย ได้แก่
ข้อความสำหรับการรับรู้ควรต่างจากข้อความที่ใช้ปิดการขาย
ไม่ควรเขียนข้อความเดียวเพื่อพูดกับลูกค้าทุกประเภท ควรเลือกปัญหาและแรงจูงใจหลักของกลุ่มหนึ่งก่อน
มุมโฆษณาหรือ Ad Angle อาจประกอบด้วย
ควรสร้างหลายแนวเพื่อเปรียบเทียบ ไม่ควรเลือก Hook แรกทันที
ข้อความควรเรียงจาก
แต่ละช่องทางมีพฤติกรรมผู้ใช้ รูปแบบ และข้อกำหนดต่างกัน ควรตรวจข้อจำกัดล่าสุดก่อนใช้งาน
ตรวจว่าทุกตัวเลข ผลลัพธ์ คำรับรอง และโปรโมชั่นมีหลักฐานและเงื่อนไขครบ
เปลี่ยนตัวแปรทีละอย่าง เช่น Hook หรือ CTA เพื่อให้ทราบว่าส่วนใดมีผลต่อผลลัพธ์
“ช่วยเขียนข้อความโฆษณาจากข้อมูลต่อไปนี้
สินค้าและบริการ: [ระบุข้อมูล]
กลุ่มเป้าหมาย: [ระบุกลุ่ม]
ปัญหา: [ระบุปัญหาจากข้อมูลจริง]
ผลลัพธ์ที่ต้องการ: [ระบุข้อมูล]
คุณสมบัติ: [ระบุข้อมูลจริง]
ประโยชน์: [ระบุประโยชน์ที่มีหลักฐาน]
จุดแตกต่าง: [ระบุข้อมูล]
หลักฐาน: [ระบุรีวิว ผลทดสอบ หรือกรณีศึกษาจริง]
ข้อเสนอ: [ระบุราคา โปรโมชั่น และเงื่อนไข]
ช่องทาง: [ระบุแพลตฟอร์ม]
เป้าหมายแคมเปญ: [ระบุเป้าหมาย]
Landing Page: [วางเนื้อหาหรือสรุปข้อมูล]
น้ำเสียง: [ระบุรูปแบบ]
คำที่ห้ามใช้: [ระบุคำ]
โปรดสร้าง
ห้ามสร้างราคา ตัวเลข รีวิว ผลลัพธ์ โปรโมชั่น หรือความเร่งด่วนที่ไม่มีในข้อมูล และไม่รับประกันผลลัพธ์ของโฆษณา”
ดึงความสนใจด้วย Hook ที่เกี่ยวข้อง
อธิบายปัญหาหรือประโยชน์ที่ตรงกับลูกค้า
เพิ่มเหตุผลให้อยากพิจารณาด้วยจุดแตกต่างและหลักฐาน
บอกขั้นตอนต่อไปอย่างชัดเจน
Prompt ตัวอย่าง:
“เขียนข้อความโฆษณาตามสูตร AIDA โดยใช้เฉพาะข้อมูลที่ให้ ความยาวไม่เกิน [จำนวน] คำ และห้ามใช้คำกล่าวเกินจริง”
กล่าวถึงปัญหาที่ลูกค้าพบจริง
อธิบายผลกระทบอย่างเหมาะสม ไม่สร้างความกลัวเกินจริง
แนะนำสินค้าเป็นหนึ่งในทางเลือก พร้อมข้อจำกัดและ CTA
Prompt ตัวอย่าง:
“เขียนโฆษณาตามสูตร PAS โดยหลีกเลี่ยงการขยายความกลัวหรือทำให้ผู้ชมรู้สึกผิด ใช้ปัญหาและผลกระทบจากข้อมูลลูกค้าจริง”
สถานการณ์ก่อนใช้สินค้า
ผลลัพธ์ที่ต้องการและสามารถสนับสนุนด้วยข้อมูล
อธิบายว่าสินค้าช่วยเชื่อมจากสถานการณ์เดิมไปสู่ผลลัพธ์อย่างไร
ไม่ควรนำเสนอผลลัพธ์เป็นสิ่งที่เกิดกับทุกคน หากผลขึ้นอยู่กับการใช้งานหรือปัจจัยอื่น
สินค้ามีอะไร
คุณสมบัตินั้นทำให้อะไรดีขึ้น
ลูกค้าได้รับประโยชน์อย่างไร
สูตรนี้เหมาะกับสินค้าที่ต้องอธิบายข้อมูลทางเทคนิคให้เข้าใจง่าย
“กำลังเสียเวลากับ [ปัญหา] อยู่หรือไม่?”
ต้องระวังไม่ถามเรื่องส่วนบุคคลหรืออ่อนไหวในลักษณะที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าถูกระบุตัว
“งาน [ประเภท] ล่าช้า เพราะข้อมูลกระจัดกระจาย?”
“จัดข้อมูลสำคัญให้อยู่ในที่เดียวและค้นหาได้ง่ายขึ้น”
“ทำคอนเทนต์มากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะได้ลูกค้ามากขึ้นเสมอไป”
“3 ขั้นตอนเตรียมเว็บไซต์ก่อนเริ่มทำโฆษณา”
“ตรวจ 5 จุดนี้ก่อนส่งใบเสนอราคาให้ลูกค้า”
Hook ต้องเชื่อมกับข้อความและหน้า Landing Page ไม่ควรสร้างความอยากรู้โดยไม่ให้คำตอบ
Headline ควรมีอย่างน้อยหนึ่งองค์ประกอบต่อไปนี้
Prompt ตัวอย่าง:
“สร้าง Headline 20 แบบ แบ่งเป็นเน้นปัญหา ประโยชน์ หลักฐาน และข้อเสนอ ความยาวตามข้อจำกัดที่ให้ หลีกเลี่ยงคำว่าดีที่สุด อันดับหนึ่ง และรับประกัน”
ตัวอย่าง:
คุณสมบัติ: มีเทมเพลตพร้อมใช้
ประโยชน์: ลดเวลาที่ต้องเริ่มสร้างเอกสารใหม่ทุกครั้ง
คุณสมบัติ: รองรับการใช้งานบนมือถือ
ประโยชน์: ตรวจและจัดการข้อมูลได้จากอุปกรณ์ที่รองรับในสถานการณ์ที่เหมาะสม
ควรอธิบายประโยชน์ตามความสามารถจริง ไม่ควรสร้างผลลัพธ์ที่สินค้าไม่ได้รับรอง
CTA ควรสอดคล้องกับระดับความพร้อมของลูกค้า
CTA ควรบอกสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังคลิก เพื่อลดความไม่แน่ใจ
ควรเตรียมองค์ประกอบ เช่น
Prompt ตัวอย่าง:
“สร้างข้อความโฆษณาสำหรับ Facebook และ Instagram จากข้อมูลที่ให้ มี Primary Text แบบสั้นและยาว Headline Description และ CTA หลีกเลี่ยงข้อความที่ระบุคุณลักษณะส่วนบุคคลของผู้ชมโดยตรง”
ควรตรวจนโยบายโฆษณาล่าสุดก่อนใช้งาน โดยเฉพาะสินค้าและบริการที่มีข้อจำกัด
ข้อความควรสัมพันธ์กับ Keyword และหน้า Landing Page โดยตรง
องค์ประกอบที่ควรเตรียม ได้แก่
Prompt ตัวอย่าง:
“สร้างข้อความ Search Ads จาก Keyword และ Landing Page ต่อไปนี้ เขียน Headline และ Description หลายแบบโดยไม่ใช้ Keyword ซ้ำเกินจำเป็น รักษาข้อเท็จจริงและข้อเสนอให้ตรงกับหน้าเป้าหมาย”
โครงสร้างเบื้องต้น:
Prompt ตัวอย่าง:
“เขียนสคริปต์โฆษณาวิดีโอความยาว [ระยะเวลา] จากข้อมูลนี้ แบ่งเป็นภาพ เสียงพูด ข้อความบนจอ และ CTA ห้ามสร้างภาพผลลัพธ์ก่อน–หลังที่ไม่มีหลักฐาน”
A/B Test ควรเปลี่ยนตัวแปรหลักทีละอย่าง เช่น
Prompt ตัวอย่าง:
“สร้าง A/B Test จำนวน 4 ชุด โดยแต่ละชุดเปลี่ยนเพียง Hook แต่ใช้กลุ่มเป้าหมาย ข้อเสนอ ภาพ และ CTA เดิม พร้อมระบุสมมติฐานและ KPI”
หากเปลี่ยนหลายองค์ประกอบพร้อมกัน จะสรุปได้ยากว่าสิ่งใดทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน
โฆษณาและหน้า Landing Page ควรตรงกันในเรื่อง
Prompt ตัวอย่าง:
“เปรียบเทียบข้อความโฆษณากับ Landing Page ต่อไปนี้ ระบุข้อความที่ไม่สอดคล้อง คำกล่าวอ้างที่ไม่มีในหน้า ราคาและเงื่อนไขที่ต่างกัน และข้อมูลที่ควรเพิ่มเพื่อให้ผู้คลิกไม่สับสน”
ข้อมูลที่ควรใช้ ได้แก่
Prompt ตัวอย่าง:
“วิเคราะห์ผลโฆษณาจากข้อมูลต่อไปนี้ เปรียบเทียบแต่ละเวอร์ชัน แสดงสิ่งที่สังเกตได้ สมมติฐาน และการทดลองครั้งถัดไป ห้ามสรุปสาเหตุแน่นอนเมื่อข้อมูลไม่เพียงพอ”
CTR สูงไม่ได้หมายความว่าโฆษณาสร้างยอดขายดีเสมอไป ต้องดูคุณภาพของผู้คลิกและผลลัพธ์ปลายทางร่วมด้วย
ข้อความที่เกินจริงอาจได้คลิกมากแต่ผู้ใช้ไม่ซื้อ และทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
คำว่า “สินค้าดี ราคาคุ้ม” ไม่ได้บอกว่าดีอย่างไรหรือเหมาะกับใคร
ตัวเลข ผลลัพธ์ และคำรับรองต้องมีที่มาและตรวจสอบได้
ทำให้ผู้คลิกสับสนและเสียความเชื่อมั่น
ลูกค้าแต่ละกลุ่มอาจมีปัญหาและเหตุผลซื้อแตกต่างกัน
ทำให้ไม่ทราบว่าส่วนใดส่งผลต่อผลการทดสอบ
ราคา ส่วนลด วันสิ้นสุด และจำนวนสินค้าต้องมาจากข้อมูลจริง
ไม่มีข้อความใดรับประกันผลลัพธ์ เพราะผลขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมาย ข้อเสนอ ภาพ ช่องทาง งบประมาณ และหน้า Landing Page
โฆษณาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การเงิน การพนัน แอลกอฮอล์ การเมือง ที่อยู่อาศัย การจ้างงาน และหมวดที่มีข้อกำหนดเฉพาะ ควรได้รับการตรวจนโยบาย กฎหมาย และคำกล่าวอ้างอย่างละเอียด
Gemini ไม่ควรถูกใช้แทนคำแนะนำด้านกฎหมายหรือการตรวจอนุมัติจากแพลตฟอร์ม
ได้ Gemini ช่วยสร้าง Hook, Headline, Description และ CTA ได้ หากมีข้อมูลสินค้า กลุ่มเป้าหมาย และข้อเสนอครบ
ไม่ได้ Gemini ช่วยสร้างตัวเลือกสำหรับทดสอบ แต่ CTR ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยและต้องวัดจากแคมเปญจริง
อาจเริ่มจากหลาย Ad Angles แล้วเลือกจำนวนที่เหมาะกับงบและแผนทดสอบ ไม่จำเป็นต้องสร้างจำนวนมากจนข้อมูลกระจัดกระจาย
ขึ้นอยู่กับช่องทาง กลุ่มเป้าหมาย ความซับซ้อนของสินค้า และช่วงการตัดสินใจ ควรสร้างทั้งสองแบบและทดสอบด้วยเงื่อนไขที่เหมาะสม
ช่วยตรวจเบื้องต้นได้ แต่กฎเปลี่ยนแปลงได้และการอนุมัติขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม ต้องตรวจนโยบายล่าสุดจากแหล่งทางการ
ใช้ภาษาของลูกค้าจริง เพิ่มรายละเอียดเฉพาะ ตัดคำทั่วไป และให้ผู้เขียนปรับน้ำเสียงให้ตรงกับแบรนด์ก่อนเผยแพร่
วิธีใช้ Gemini เขียนข้อความโฆษณาให้คนอยากคลิก คือให้ข้อมูลสินค้า กลุ่มเป้าหมาย ปัญหา ประโยชน์ หลักฐาน ข้อเสนอ และช่องทางอย่างครบถ้วน จากนั้นให้ Gemini ช่วยสร้าง Ad Angles, Hook, Headline และ CTA หลายรูปแบบสำหรับทดสอบ
เป้าหมายไม่ควรเป็นเพียงการได้คลิกมากที่สุด แต่ต้องได้ผู้คลิกที่ตรงกลุ่มและเข้าใจข้อเสนออย่างถูกต้อง Gemini ช่วยเพิ่มตัวเลือกได้รวดเร็ว แต่ผู้ใช้ต้องตรวจข้อเท็จจริง นโยบายแพลตฟอร์ม และความสอดคล้องกับ Landing Page ก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง