Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

ถ้า SUMIF คือ “รวมแบบ 1 เงื่อนไข”
👉 SUMIFS คือของจริง
เพราะมันรวมได้ “หลายเงื่อนไขพร้อมกัน”
เช่น:
👉 นี่คือสิ่งที่ธุรกิจใช้จริง
👉 สาย Data ต้องใช้
SUMIFS คือฟังก์ชันที่ใช้ “รวมค่าตามหลายเงื่อนไข”
📌 หลักการ:
=SUMIFS(sum_range, criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)
📌 ตัวอย่าง:
=SUMIFS(B1:B10, A1:A10,"สินค้าA", C1:C10,"มกราคม")
=SUMIFS(B1:B10, A1:A10,"A", C1:C10,">1000")
=SUMIFS(B1:B10, A1:A10,"VIP", C1:C10,">50000", D1:D10,"มกราคม")
👉 ถ้าผิด 1 = ไม่รวม
><==SUMIFS(B1:B10, A1:A10,"*A*")
=SUMIFS(C2:C100, A2:A100,"A", B2:B100,"มกราคม")
=SUMIFS(D2:D100, C2:C100,"VIP", D2:D100,">10000")
=SUMIFS(E2:E100, B2:B100,">=2024", C2:C100,"VIP")
👉 SUMIFS ต้องเริ่มที่ sum_range
👉 สูตรพังทันที
👉 ลืมใส่ “”
| ฟังก์ชัน | ต่างกัน |
|---|---|
| SUMIF | 1 เงื่อนไข |
| SUMIFS | หลายเงื่อนไข |
=SUMIFS(A1:A10, B1:B10, TODAY())
👉 ใช้หลายเงื่อนไข
👉 วิเคราะห์ขั้นสูง
👉 ใช้ทุกองค์กร
👉 Data Analyst ใช้ทุกวัน
คุณยังรวมข้อมูลแบบง่าย ๆ…
หรือเริ่มใช้ SUMIFS วิเคราะห์ธุรกิจแล้ว?