วิธีใช้ Excel 365 สำหรับงานจัดซื้อ (Excel 365 for Procurement)

ถ้างานจัดซื้อของคุณยัง “ตามของไม่ทัน / ราคาไม่ชัด / สต๊อกมั่ว”
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คน…แต่อยู่ที่ “ไม่มีระบบ”

Excel 365 สามารถทำให้คุณมี “ระบบจัดซื้อแบบมืออาชีพ” ได้ทันที
บทความนี้จะสอนใช้งานจริง ครบตั้งแต่ติดตามออเดอร์ → คุมต้นทุน


① 🔥 งานจัดซื้อใน Excel ต้องควบคุมอะไร

หัวใจหลัก:

  • ใครสั่ง
  • สั่งอะไร
  • ราคาเท่าไหร่
  • ได้ของหรือยัง

👉 ถ้าคุม 4 จุดนี้ได้ = ระบบเริ่มนิ่ง


② 📊 โครงสร้างตารางจัดซื้อ

ตัวอย่าง:

| PO No. | สินค้า | จำนวน | ราคา | ผู้ขาย | วันที่สั่ง | สถานะ |


③ 🔢 สร้างเลข PO อัตโนมัติ

="PO"&TEXT(ROW(A1),"0000")

👉 ได้ PO0001, PO0002…


④ 💰 คำนวณมูลค่าออเดอร์

=จำนวน * ราคา

👉 รู้ต้นทุนทันที


⑤ 🎯 ใช้ Dropdown สำหรับสถานะ

กำหนด:

  • รอสั่ง
  • สั่งแล้ว
  • ได้ของแล้ว

👉 ลดความผิดพลาด


⑥ 🎨 ใช้สีช่วยจัดการ

  • รอสั่ง → สีแดง
  • สั่งแล้ว → สีส้ม
  • ได้ของแล้ว → สีเขียว

👉 เห็นสถานะทันที


⑦ 🔍 ค้นหา PO อย่างรวดเร็ว

=XLOOKUP(PO No.,ช่วงPO,ช่วงข้อมูล)

👉 หาออเดอร์ได้ทันที


⑧ 📊 วิเคราะห์ผู้ขาย

ใช้ Pivot:

  • ยอดซื้อจากแต่ละ Supplier
  • เปรียบเทียบราคา

👉 เลือกผู้ขายที่ดีที่สุด


⑨ 📈 ควบคุมงบประมาณ

=SUM(มูลค่าทั้งหมด)

👉 รู้ว่างบใช้ไปเท่าไหร่


⑩ 📦 เชื่อมกับสต๊อก

  • เมื่อได้ของ → อัปเดตสต๊อก
    👉 ทำให้ระบบต่อเนื่อง

⑪ 🤖 ใช้ AI ช่วยงานจัดซื้อ

คุณสามารถใช้
ChatGPT

ช่วย:

  • วิเคราะห์ราคา
  • เปรียบเทียบ Supplier

หรือใช้
Microsoft Copilot

ใน Excel เพื่อสรุปข้อมูลจัดซื้อ


⑫ 💡 เทคนิคขั้นสูง

  • ใช้ FILTER() แสดงออเดอร์ค้าง
  • ใช้ SORT() เรียงตามวันที่
  • ใช้ UNIQUE() ดู Supplier

⑬ ⚠️ ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • ไม่มีเลข PO
  • ไม่อัปเดตสถานะ
  • ไม่คุมงบ

⑭ 📌 สรุป

การใช้ Excel 365 สำหรับงานจัดซื้อ คือ “การควบคุมต้นทุน”

ถ้าคุณทำได้:

  • ลดค่าใช้จ่าย
  • ลดความผิดพลาด
  • ทำงานเป็นระบบ

💬 คำถามชวนคิด

ถ้าคุณซื้อของผิดแค่ 5%…
คุณกำลัง “เสียเงินไปเท่าไหร่”?