Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หลายบริษัทมียอดขายสูง แต่มองไม่ออกว่าธุรกิจทำกำไรจากการดำเนินงานจริงแค่ไหน เพราะตัวเลขกำไรสุทธิอาจถูกกระทบจากดอกเบี้ย ภาษี หรือค่าเสื่อมราคา ดังนั้นผู้บริหาร นักลงทุน และ CFO จึงนิยมดู EBITDA เพื่อวัดพลังทำกำไรจากธุรกิจหลัก
บทความนี้สอน วิธีวิเคราะห์ EBITDA ด้วย Microsoft Excel Excel 365 แบบใช้งานจริง พร้อมสูตร ตาราง และ Dashboard ที่ใช้ตัดสินใจระดับผู้บริหาร
EBITDA ย่อมาจาก
หมายถึง กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย
ใช้วัดความสามารถในการทำกำไรจากธุรกิจหลัก โดยตัดปัจจัยทางบัญชีและโครงสร้างเงินทุนออกก่อน
สูตรหลัก:
EBITDA=Net Profit+Interest+Taxes+Depreciation+Amortization
ช่วยตอบคำถามสำคัญ เช่น
รวมทุกอย่างแล้ว เช่น ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม
โฟกัสเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานหลัก
ถ้ากำไรสุทธิต่ำ แต่ EBITDA สูง อาจแปลว่าธุรกิจหลักยังดี แต่มีภาระหนี้สูง
สร้างชีตชื่อ Financial
| รายการ | Amount |
|---|---|
| Revenue | 5,000,000 |
| Cost | 3,000,000 |
| Expense | 1,000,000 |
| Interest | 120,000 |
| Tax | 180,000 |
| Depreciation | 150,000 |
| Amortization | 50,000 |
กด Ctrl + T ให้เป็น Table
=Revenue-Cost-Expense-Interest-Tax
=NetProfit+Interest+Tax+Depreciation+Amortization
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| Revenue | 5,000,000 |
| Net Profit | 700,000 |
| EBITDA | 1,200,000 |
แปลว่าแม้กำไรสุทธิ 700,000 แต่ธุรกิจหลักสร้างกำไรได้ 1.2 ล้าน
ใช้วัดประสิทธิภาพกำไรเทียบรายได้
EBITDA Margin=RevenueEBITDA×100
ถ้ายิ่งสูง แปลว่าคุมต้นทุนได้ดี
แนะนำใส่ 4 ส่วนหลัก
ใช้ PivotTable + Line Chart จะเห็นแนวโน้มชัดมาก
=XLOOKUP(A2,Table1[Item],Table1[Amount])
=FILTER(A2:B100,B2:B100>100000)
=SORT(A2:C100,3,-1)
=UNIQUE(A2:A1000)
ไม่เสมอ ต้องดูหนี้ เงินสด และกำไรสุทธิร่วมด้วย
ได้มาก โดยเฉพาะธุรกิจโตเร็ว
ควรดูทั้งสองแบบ
การวิเคราะห์ EBITDA ด้วย Excel 365 ช่วยให้เห็นกำไรจากธุรกิจหลักแบบชัดเจน ตัดเสียงรบกวนจากภาษี ดอกเบี้ย และบัญชีออกไป เหมาะมากกับผู้บริหารที่ต้องการตัดสินใจเร็วและแม่น
เริ่มจากคำนวณ EBITDA และ EBITDA Margin ทุกเดือน แล้วคุณจะเห็นคุณภาพธุรกิจชัดขึ้นมาก