วิธีตรวจสอบว่าภาพสร้างจาก AI หรือไม่

วิธีตรวจสอบว่าภาพสร้างจาก AI หรือไม่ สามารถเริ่มต้นได้ด้วยการอัปโหลดภาพเข้า Google Gemini แล้วถามว่า “ภาพนี้สร้างหรือแก้ไขด้วย AI หรือไม่” ระบบจะตรวจสอบลายน้ำ SynthID และข้อมูล Content Credentials ที่อยู่ในไฟล์ พร้อมแสดงผลว่าเนื้อหาทั้งหมดหรือบางส่วนเกี่ยวข้องกับ AI ของ Google หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ไม่มีเครื่องมือใดตรวจจับภาพ AI ได้แม่นยำ 100% โดยเฉพาะภาพที่สร้างจากระบบอื่น ถูกจับภาพหน้าจอ บีบอัด ครอบตัด หรือนำไปแก้ไขหลายครั้ง การตรวจสอบที่น่าเชื่อถือจึงควรใช้หลายวิธีร่วมกัน ไม่ควรตัดสินจากรูปร่างมือหรือความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

สรุปวิธีเช็กภาพ AI ที่ควรใช้

หากต้องการตรวจสอบภาพอย่างรวดเร็ว ให้ทำตามลำดับนี้

  1. อัปโหลดไฟล์ต้นฉบับเข้า Gemini เพื่อตรวจ SynthID
  2. ตรวจ Content Credentials เพื่อดูที่มาและประวัติการแก้ไข
  3. ค้นหารูปย้อนหลังด้วย Google Lens
  4. ตรวจข้อมูล “เกี่ยวกับรูปภาพนี้” ใน Google Search
  5. ตรวจ Metadata หรือข้อมูล EXIF ของไฟล์ต้นฉบับ
  6. ขยายภาพเพื่อตรวจหารายละเอียดผิดปกติ
  7. ตรวจสอบเว็บไซต์ บัญชี และผู้เผยแพร่ต้นทาง
  8. เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนสรุป

การพบหลักฐานเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะภาพข่าว ภาพบุคคล ภาพเหตุการณ์สำคัญ และภาพที่อาจถูกนำไปใช้หลอกลวง

วิธีที่ 1 ตรวจภาพ AI ด้วย Google Gemini

Google Gemini มีเครื่องมือตรวจสอบภาพ วิดีโอ และเสียงที่สร้างหรือแก้ไขด้วย AI โดยใช้ SynthID และ Content Credentials

ขั้นตอนตรวจภาพบนคอมพิวเตอร์

  1. เปิดเว็บไซต์ Gemini
  2. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google
  3. กดปุ่มเพิ่มไฟล์หรืออัปโหลดไฟล์
  4. เลือกภาพที่ต้องการตรวจสอบ
  5. พิมพ์คำถามว่า “ภาพนี้สร้างหรือแก้ไขด้วย AI ของ Google หรือไม่”
  6. ส่งคำถามและรอผลตรวจสอบ
  7. อ่านผลเกี่ยวกับ SynthID และ Content Credentials ที่ระบบแสดง

ขั้นตอนตรวจภาพบนโทรศัพท์

  1. เปิดแอป Gemini หรือเข้าเว็บไซต์ Gemini
  2. แตะปุ่มเพิ่มไฟล์
  3. เลือกภาพจากแกลเลอรี ไฟล์ หรือ Google Drive
  4. พิมพ์ว่า “ช่วยตรวจสอบว่าภาพนี้สร้างจาก AI หรือไม่”
  5. ส่งคำถามแล้วอ่านผลการตรวจสอบ

ควรใช้แอป Gemini เวอร์ชันล่าสุดและเข้าสู่ระบบก่อนใช้งาน บางบัญชีหรือบางอุปกรณ์อาจได้รับฟีเจอร์ไม่พร้อมกัน

ตัวอย่างคำถามสำหรับใช้ตรวจภาพใน Gemini

สามารถคัดลอกคำถามต่อไปนี้ไปใช้ได้ทันที

“ภาพนี้สร้างหรือแก้ไขด้วย AI ของ Google หรือไม่ กรุณาตรวจสอบ SynthID และ Content Credentials พร้อมอธิบายผลอย่างละเอียด”

หรือใช้คำถามสั้น ๆ ว่า

“ภาพนี้สร้างจาก AI หรือไม่”

คำถามแบบระบุ SynthID และ Content Credentials จะช่วยให้ Gemini เข้าใจว่าต้องการตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิค ไม่ใช่เพียงวิเคราะห์ความผิดปกติด้วยสายตา

SynthID ตรวจสอบภาพ AI ได้อย่างไร

SynthID เป็นลายน้ำดิจิทัลที่ฝังลงในสื่อซึ่งสร้างหรือแก้ไขด้วยโมเดล AI ของ Google ลายน้ำชนิดนี้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าและไม่ควรทำให้คุณภาพของภาพเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

เมื่ออัปโหลดภาพเข้า Gemini ระบบจะค้นหาสัญญาณ SynthID แล้วรายงานผลในลักษณะต่อไปนี้

ตรวจพบ SynthID

หมายความว่าภาพทั้งหมดหรือบางส่วนถูกสร้างหรือแก้ไขด้วยโมเดล AI ของ Google

ไม่พบ SynthID

หมายความว่าระบบไม่พบลายน้ำของ Google AI แต่ไม่ได้ยืนยันว่าภาพนั้นเป็นภาพจริง เพราะภาพอาจสร้างจาก AI ของบริษัทอื่น

ไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน

อาจเกิดจากภาพมีรายละเอียดน้อย ถูกแก้ไขเพียงเล็กน้อย ถูกบีบอัดมาก หรือผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายขั้นตอนจนตรวจจับสัญญาณได้ยาก

ข้อจำกัดสำคัญของ SynthID

Gemini สามารถใช้ SynthID ตรวจสอบสื่อที่สร้างหรือแก้ไขด้วยเครื่องมือ AI ของ Google ได้ แต่ไม่ใช่เครื่องมือตรวจจับภาพจาก AI ทุกยี่ห้ออย่างสมบูรณ์

หากภาพสร้างจากเครื่องมืออื่นและไม่มี SynthID ผลอาจแสดงว่าไม่พบลายน้ำของ Google แม้ว่าภาพนั้นจะสร้างด้วย AI จริงก็ตาม

ดังนั้นอย่าตีความผลว่า

“ไม่พบ SynthID = เป็นภาพถ่ายจริง”

ความหมายที่ถูกต้องคือ

“ไม่พบหลักฐาน SynthID ของ Google ในไฟล์ที่ตรวจสอบ”

วิธีที่ 2 ตรวจ Content Credentials

Content Credentials เป็นข้อมูลดิจิทัลที่บันทึกที่มาและประวัติของสื่อ โดยอาศัยมาตรฐาน C2PA ซึ่งรองรับทั้งไฟล์ที่สร้างด้วย AI และไฟล์จากอุปกรณ์หรือโปรแกรมที่เข้าร่วมมาตรฐาน

หากไฟล์มี Content Credentials คุณอาจตรวจสอบข้อมูลได้ว่า

• บริษัทใดเป็นผู้ลงนามข้อมูล
• ภาพถูกสร้างจากแอปหรืออุปกรณ์ใด
• มีการใช้ AI สร้างหรือแก้ไขหรือไม่
• มีประวัติการแก้ไขอย่างไร
• ข้อมูลของไฟล์ถูกแก้ไขผิดรูปแบบหรือไม่

Content Credentials เปรียบได้กับหนังสือเดินทางดิจิทัลของไฟล์ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกภาพบนอินเทอร์เน็ตจะมีข้อมูลประเภทนี้

ถ้าไม่มี Content Credentials แปลว่าเป็นภาพจริงหรือไม่

ไม่ใช่ การไม่มี Content Credentials อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น

• อุปกรณ์หรือโปรแกรมต้นทางไม่รองรับ C2PA
• ไฟล์ถูกจับภาพหน้าจอ
• เว็บไซต์ลบข้อมูลบางส่วนระหว่างอัปโหลด
• ภาพถูกส่งผ่านแอปที่บีบอัดไฟล์
• ไฟล์ถูกแปลงเป็นรูปแบบอื่น
• ภาพสร้างจาก AI ที่ไม่เพิ่ม Content Credentials
• ผู้ใช้บันทึกภาพใหม่หลังแก้ไข

จึงไม่ควรใช้การไม่มีข้อมูล C2PA เป็นหลักฐานยืนยันว่าภาพเป็นของจริง

วิธีที่ 3 ค้นหารูปย้อนหลังด้วย Google Lens

Google Lens ช่วยค้นหาว่าภาพเคยปรากฏบนเว็บไซต์ใด มีภาพคล้ายกันหรือไม่ และแหล่งที่มาเก่าที่สุดอาจมาจากที่ใด

วิธีค้นหารูปย้อนหลังบนคอมพิวเตอร์

  1. เปิด Google Images หรือ Google Lens
  2. กดไอคอนค้นหาด้วยรูปภาพ
  3. อัปโหลดภาพหรือวางลิงก์ของภาพ
  4. ตรวจดูภาพที่ตรงกันและภาพที่คล้ายกัน
  5. เปิดเว็บไซต์ต้นทางเพื่อดูวันที่และบริบท
  6. เปรียบเทียบภาพหลายเวอร์ชัน

วิธีค้นหาบนโทรศัพท์

  1. เปิดภาพใน Google Photos หรือแอป Google
  2. แตะไอคอน Lens
  3. เลือกพื้นที่สำคัญของภาพ
  4. ตรวจดูผลการค้นหาและเว็บไซต์ที่ใช้ภาพนั้น
  5. ค้นหาต่อด้วยชื่อบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง

หากพบภาพเวอร์ชันเก่าก่อนเหตุการณ์ที่กล่าวอ้าง อาจหมายความว่าภาพถูกนำกลับมาใช้ผิดบริบท แม้ภาพนั้นจะไม่ใช่ภาพ AI ก็ตาม

วิธีที่ 4 ใช้ฟังก์ชันเกี่ยวกับรูปภาพนี้

Google Search มีข้อมูลเกี่ยวกับรูปภาพที่ช่วยตรวจสอบว่า Google พบภาพหรือภาพที่คล้ายกันครั้งแรกเมื่อใด ภาพถูกใช้บนเว็บไซต์ใด และมีข้อมูลเรื่องการสร้างหรือแก้ไขภาพหรือไม่

ข้อมูลที่อาจพบ ได้แก่

• ช่วงเวลาที่ Google พบภาพครั้งแรก
• เว็บไซต์อื่นที่เผยแพร่ภาพเดียวกัน
• บริบทที่แตกต่างกันของภาพ
• ข้อมูลใบอนุญาตของภาพ
• ข้อมูล C2PA เกี่ยวกับการสร้างหรือแก้ไข
• แหล่งที่มาที่อาจเป็นต้นฉบับ

ฟีเจอร์และชื่อเมนูอาจแตกต่างตามภาษา ประเทศ อุปกรณ์ และประเภทของผลการค้นหา

วิธีที่ 5 ตรวจ Metadata และข้อมูล EXIF

ภาพถ่ายต้นฉบับจากกล้องหรือโทรศัพท์อาจมีข้อมูล EXIF เช่น

• ยี่ห้อและรุ่นของกล้อง
• วันและเวลาที่ถ่าย
• ค่ารูรับแสง
• ความเร็วชัตเตอร์
• ค่า ISO
• ความยาวโฟกัส
• โปรแกรมที่ใช้แก้ไขภาพ
• ตำแหน่งที่ถ่าย หากเปิดบันทึกพิกัดไว้

หากไฟล์มีข้อมูลกล้องที่สอดคล้องกัน อาจเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าภาพเริ่มต้นจากกล้องจริง แต่ยังไม่ยืนยันว่าภาพไม่ได้ผ่าน AI หรือการตัดต่อภายหลัง

ในทางกลับกัน การไม่มี EXIF ก็ไม่สามารถยืนยันว่าเป็นภาพ AI เพราะเว็บไซต์และแอปโซเชียลมีเดียจำนวนมากอาจลบ Metadata ออกจากไฟล์

วิธีที่ 6 สังเกตรายละเอียดผิดปกติในภาพ

โมเดลสร้างภาพรุ่นใหม่มีความสมจริงมากขึ้น แต่บางภาพยังอาจมีข้อผิดพลาดที่สังเกตได้เมื่อขยายภาพ

มือและนิ้ว

ตรวจจำนวนและตำแหน่งนิ้ว ข้อต่อ เล็บ การจับวัตถุ และการเชื่อมต่อระหว่างมือกับแขน

ดวงตาและฟัน

ตรวจความสมมาตรของดวงตา รูม่านตา แสงสะท้อน จำนวนฟัน และรูปทรงที่ซ้ำกันผิดธรรมชาติ

ตัวอักษรและตัวเลข

ภาพ AI อาจมีข้อความสะกดผิด ตัวอักษรบิดเบี้ยว ตัวเลขไม่ต่อเนื่อง หรือป้ายที่อ่านไม่ได้

แสงและเงา

ตรวจว่าทิศทางแสงตรงกับเงาของบุคคล วัตถุ และฉากหลังหรือไม่ รวมถึงแสงสะท้อนในกระจกและพื้นผิวมันวาว

เครื่องประดับและเสื้อผ้า

ต่างหู แว่นตา กระดุม สายเสื้อ และลวดลายอาจหายไป เชื่อมต่อผิด หรือไม่เหมือนกันทั้งสองข้าง

ฉากหลัง

สังเกตคนที่อยู่ไกล วัตถุซ้ำ ประตู หน้าต่าง รั้ว รถยนต์ และเส้นอาคาร ซึ่งอาจมีรูปทรงบิดเบี้ยวหรือเชื่อมกันผิดธรรมชาติ

ขอบวัตถุและเส้นผม

ตรวจขอบเส้นผม นิ้ว เสื้อผ้า และวัตถุที่ซ้อนกัน เพราะอาจพบส่วนที่ละลายติดกันหรือมีพื้นหลังแทรกผิดตำแหน่ง

อย่าตัดสินว่าเป็นภาพ AI จากความผิดปกติเพียงจุดเดียว

ภาพถ่ายจริงอาจมีลักษณะคล้ายภาพ AI ได้จากหลายสาเหตุ เช่น

• กล้องใช้โหมด Portrait
• โทรศัพท์ประมวลผลภาพอัตโนมัติ
• ภาพถูกลดความละเอียด
• การบีบอัดทำให้รายละเอียดแตก
• ใช้ฟิลเตอร์แต่งหน้า
• ภาพถ่ายในที่มืด
• วัตถุเคลื่อนไหวขณะถ่าย
• โปรแกรมลบพื้นหลังทำงานผิดพลาด

ขณะเดียวกัน ภาพ AI คุณภาพสูงอาจไม่มีนิ้วเกิน ไม่มีข้อความผิด และไม่มีรายละเอียดผิดปกติชัดเจน การวิเคราะห์ด้วยสายตาจึงเป็นเพียงหลักฐานประกอบ

วิธีที่ 7 ตรวจสอบแหล่งที่มาของภาพ

การตรวจสอบผู้เผยแพร่มีความสำคัญไม่แพ้การวิเคราะห์ตัวภาพ ควรหาคำตอบว่า

• ใครเป็นผู้โพสต์ภาพครั้งแรก
• บัญชีนั้นมีตัวตนและประวัติน่าเชื่อถือหรือไม่
• มีช่างภาพหรือสำนักข่าวรับรองภาพหรือไม่
• มีภาพมุมอื่นหรือวิดีโอของเหตุการณ์เดียวกันหรือไม่
• สถานที่และสภาพอากาศตรงกับคำบรรยายหรือไม่
• วันที่เผยแพร่สัมพันธ์กับเหตุการณ์หรือไม่
• เว็บไซต์อื่นนำภาพไปใช้ในบริบทใด

หากภาพอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ใหญ่ แต่ไม่มีแหล่งข่าวน่าเชื่อถือหรือหลักฐานจากมุมอื่น ควรชะลอการแชร์ไว้ก่อน

วิธีตรวจภาพบุคคลว่าเป็น AI หรือไม่

สำหรับภาพใบหน้าบุคคล ควรตรวจสอบเพิ่มเติมดังนี้

  1. ใช้ Google Lens ค้นหาใบหน้าและภาพต้นทาง
  2. ตรวจว่าบุคคลนั้นมีตัวตนในแหล่งข้อมูลอื่นหรือไม่
  3. เปรียบเทียบไฝ รูปหู ฟัน ดวงตา และแนวผม
  4. ตรวจแสงสะท้อนในตาและแว่นตา
  5. ดูความต่อเนื่องของผิวบริเวณคอ หู และเส้นผม
  6. ตรวจเครื่องประดับทั้งสองข้าง
  7. ตรวจว่าฉากหลังสัมพันธ์กับบุคคลหรือไม่

ภาพบุคคลอาจเป็นภาพจริงที่ถูก AI เปลี่ยนใบหน้า เสื้อผ้า หรือฉากหลัง จึงควรตรวจทั้งตัวบุคคลและส่วนประกอบอื่นของภาพ

วิธีตรวจภาพข่าวและภาพเหตุการณ์สำคัญ

ภาพข่าวต้องใช้มาตรฐานการตรวจสอบสูงกว่าภาพทั่วไป เพราะการแชร์ผิดอาจสร้างความเสียหายต่อบุคคลและสังคม

ควรตรวจตามลำดับดังนี้

  1. หยุดแชร์จนกว่าจะตรวจสอบเสร็จ
  2. ดาวน์โหลดไฟล์คุณภาพดีที่สุดที่หาได้
  3. ตรวจ SynthID และ Content Credentials
  4. ค้นหารูปย้อนหลังด้วย Google Lens
  5. ตรวจวันเวลา สถานที่ และสภาพอากาศ
  6. เปรียบเทียบกับข่าวจากหลายสำนัก
  7. ตรวจหาภาพหรือวิดีโอจากมุมอื่น
  8. ติดต่อเจ้าของภาพหากจำเป็น

แม้ตรวจไม่พบ AI ก็ยังต้องตรวจว่าภาพเก่าถูกนำมาใช้ผิดเหตุการณ์หรือไม่

เว็บไซต์ตรวจภาพ AI เชื่อถือได้แค่ไหน

เว็บไซต์ตรวจจับภาพ AI ส่วนใหญ่ใช้แบบจำลองวิเคราะห์รูปแบบของพิกเซลและลักษณะทางสถิติ ผลลัพธ์จึงอาจผิดพลาดได้ทั้งสองทาง

False Positive คือภาพจริงถูกระบุว่าเป็นภาพ AI

False Negative คือภาพ AI ถูกระบุว่าเป็นภาพจริง

ไม่ควรใช้คะแนนจากเว็บไซต์เพียงแห่งเดียวเป็นหลักฐานกล่าวหาบุคคลหรือองค์กร หากจำเป็นควรเปรียบเทียบหลายเครื่องมือและให้ความสำคัญกับหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ เช่น SynthID, Content Credentials และแหล่งที่มาต้นฉบับ

วิธีเตรียมไฟล์ก่อนตรวจเพื่อเพิ่มความแม่นยำ

ควรเตรียมไฟล์ดังนี้

✅ ใช้ไฟล์ต้นฉบับแทนภาพหน้าจอ

✅ เลือกภาพความละเอียดสูงที่สุด

✅ ตรวจครั้งละหนึ่งภาพ

✅ อย่ารวมหลายภาพเป็นคอลลาจ

✅ หากต้องใช้ภาพหน้าจอ ให้ครอบรอบภาพให้กระชับ

✅ หลีกเลี่ยงไฟล์ที่ผ่านการส่งต่อและบีบอัดหลายครั้ง

✅ เก็บไฟล์เดิมไว้ก่อนปรับแต่ง

✅ ตรวจทั้งภาพเต็มและบริเวณที่น่าสงสัย

Gemini รองรับการตรวจไฟล์ครั้งละหนึ่งรายการและกำหนดขนาดไฟล์สูงสุดตามเงื่อนไขของบริการ จึงควรตรวจสอบข้อจำกัดที่แสดงในบัญชีของคุณก่อนอัปโหลด

เช็กลิสต์สรุปก่อนตัดสินว่าภาพสร้างจาก AI

ก่อนสรุปผลให้ถามตัวเองว่า

✅ ตรวจพบ SynthID หรือไม่

✅ มี Content Credentials ระบุการใช้ AI หรือไม่

✅ ค้นพบภาพต้นฉบับจาก Google Lens หรือไม่

✅ วันที่และแหล่งเผยแพร่สอดคล้องกันหรือไม่

✅ Metadata ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกล้องหรือโปรแกรมหรือไม่

✅ มีรายละเอียดผิดปกติหลายตำแหน่งหรือไม่

✅ มีภาพหรือวิดีโอจากมุมอื่นยืนยันหรือไม่

✅ มีสำนักข่าวหรือแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือรับรองหรือไม่

หากหลักฐานยังไม่เพียงพอ ควรใช้คำว่า “ยังตรวจสอบไม่ได้” แทนการยืนยันว่าเป็นภาพจริงหรือภาพ AI

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจสอบภาพ AI

Gemini ตรวจภาพ AI ได้ทุกค่ายหรือไม่

ไม่ Gemini ใช้ SynthID ตรวจสอบสื่อที่สร้างหรือแก้ไขด้วย AI ของ Google ได้โดยตรง ส่วนภาพจากระบบอื่นอาจตรวจได้จาก Content Credentials หรือการวิเคราะห์ประกอบ แต่ไม่ควรถือว่าแม่นยำสมบูรณ์

ไม่พบ SynthID แปลว่าไม่ใช่ภาพ AI ใช่ไหม

ไม่ใช่ หมายความเพียงว่าไม่พบลายน้ำ SynthID ของ Google ภาพยังอาจสร้างจาก AI ของผู้ให้บริการรายอื่นได้

ภาพหน้าจอสามารถตรวจได้ไหม

ตรวจได้ แต่ความแม่นยำอาจลดลง ควรครอบให้เหลือเฉพาะภาพที่ต้องการตรวจ ไม่ใส่หลายภาพรวมกัน และใช้ไฟล์ต้นฉบับหากหาได้

ภาพที่ถูกครอบตัดยังตรวจ SynthID ได้ไหม

SynthID ถูกออกแบบให้ทนต่อการแก้ไขทั่วไป เช่น การครอบตัด ปรับสี และบีบอัด แต่หากแก้ไขอย่างหนัก ระบบอาจตรวจไม่พบหรือให้ผลไม่ชัดเจน

ดูจากมือหรือนิ้วสามารถยืนยันได้ไหม

ไม่สามารถยืนยันได้ เพราะ AI รุ่นใหม่สร้างมือได้ดีขึ้น ขณะที่ภาพจริงอาจมีนิ้วผิดรูปจากการเคลื่อนไหว มุมกล้อง หรือการประมวลผลภาพ

Google Lens บอกได้โดยตรงไหมว่าเป็นภาพ AI

Google Lens มีประโยชน์ในการค้นหาแหล่งที่มาและภาพคล้าย แต่การไม่พบภาพต้นฉบับไม่ได้หมายความว่าภาพนั้นสร้างด้วย AI

Metadata สามารถปลอมแปลงได้ไหม

Metadata สามารถแก้ไข ลบ หรือสร้างใหม่ได้ จึงควรใช้เป็นหลักฐานประกอบ ไม่ใช่หลักฐานเพียงอย่างเดียว

ถ้ายังตรวจไม่ได้ควรทำอย่างไร

อย่ารีบแชร์หรือกล่าวหาว่าภาพเป็นของปลอม ควรระบุว่า “ยังไม่สามารถยืนยันที่มาได้” และค้นหาหลักฐานจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม

สรุปวิธีตรวจสอบว่าภาพสร้างจาก AI หรือไม่

วิธีตรวจสอบว่าภาพสร้างจาก AI หรือไม่ที่มีประสิทธิภาพ คืออัปโหลดไฟล์เข้า Gemini เพื่อตรวจ SynthID และ Content Credentials จากนั้นค้นหารูปย้อนหลังด้วย Google Lens ตรวจข้อมูลเกี่ยวกับรูปภาพ Metadata รายละเอียดภายในภาพ และแหล่งเผยแพร่ต้นทาง

หาก Gemini ตรวจพบ SynthID สามารถสรุปได้ว่าภาพทั้งหมดหรือบางส่วนสร้างหรือแก้ไขด้วย AI ของ Google แต่หากตรวจไม่พบ ไม่ได้หมายความว่าภาพนั้นเป็นภาพจริง เพราะอาจสร้างจากเครื่องมือ AI อื่นหรือถูกแก้ไขจนตรวจจับได้ยาก

ผลที่น่าเชื่อถือควรมาจากหลักฐานหลายด้าน หากข้อมูลยังขัดแย้งกัน คำตอบที่ถูกต้องที่สุดคือ “ยังตรวจสอบไม่ได้” แทนการสรุปจากความรู้สึกหรือผลจากเครื่องมือเพียงตัวเดียว