วิธีสร้างกราฟและแผนภูมิด้วย Canva ให้สวยและนำเสนอข้อมูลถูกต้อง

กราฟและแผนภูมิช่วยเปลี่ยนตัวเลขจำนวนมากให้เป็นภาพที่เข้าใจง่าย ทำให้ผู้อ่านมองเห็นความแตกต่าง แนวโน้ม สัดส่วน และความสัมพันธ์ของข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น Canva มีเครื่องมือสร้างกราฟหลายประเภท พร้อมตัวเลือกแก้ไขสี ฟอนต์ ป้ายข้อมูล และรูปแบบการแสดงผล

อย่างไรก็ตาม กราฟที่สวยไม่ได้หมายความว่าจะสื่อสารได้ถูกต้องเสมอไป ผู้สร้างต้องเลือกชนิดกราฟให้ตรงกับข้อมูล ตรวจสอบตัวเลข และหลีกเลี่ยงการออกแบบที่ทำให้ความแตกต่างดูมากหรือน้อยกว่าความเป็นจริง

กราฟและแผนภูมิต่างกันอย่างไร

คำว่า “กราฟ” และ “แผนภูมิ” มักใช้แทนกันในภาษาทั่วไป แต่สามารถอธิบายความแตกต่างได้ดังนี้

  • กราฟมักใช้แสดงความสัมพันธ์หรือแนวโน้มของข้อมูลเชิงตัวเลข เช่น กราฟเส้นและกราฟกระจาย
  • แผนภูมิเป็นคำที่กว้างกว่า ครอบคลุมการแสดงข้อมูลหลายรูปแบบ เช่น แผนภูมิแท่ง แผนภูมิวงกลม และแผนภูมิโดนัท

ในการใช้งาน Canva เราสามารถเลือกประเภทตามสิ่งที่ต้องการสื่อสารได้โดยไม่ต้องกังวลกับชื่อเรียกมากเกินไป สิ่งสำคัญคือผู้อ่านต้องตีความข้อมูลได้อย่างถูกต้อง

Canva สร้างกราฟอะไรได้บ้าง

ประเภทกราฟและแผนภูมิที่พบบ่อยใน Canva ได้แก่

  • กราฟแท่งแนวตั้ง
  • กราฟแท่งแนวนอน
  • กราฟเส้น
  • กราฟพื้นที่
  • แผนภูมิวงกลม
  • แผนภูมิโดนัท
  • กราฟกระจาย
  • กราฟเรดาร์
  • Histogram
  • Treemap
  • Packed Circles
  • Progress Bar
  • Progress Ring
  • ตารางข้อมูล
  • แผนภูมิแบบผสม

ชนิดกราฟที่ปรากฏอาจแตกต่างกันตามประเภทงาน บัญชี และการอัปเดตของ Canva

วิธีเลือกกราฟให้เหมาะกับข้อมูล

ต้องการเปรียบเทียบหลายรายการ

ใช้กราฟแท่ง เช่น เปรียบเทียบยอดขายของสินค้าแต่ละประเภท จำนวนผู้ใช้งานแต่ละช่องทาง หรือคะแนนของแต่ละทีม

กราฟแท่งแนวนอนเหมาะกับชื่อหมวดหมู่ที่ยาว ส่วนกราฟแท่งแนวตั้งเหมาะกับหมวดหมู่จำนวนน้อยหรือข้อมูลตามช่วงเวลา

ต้องการแสดงแนวโน้มตามเวลา

ใช้กราฟเส้น เช่น จำนวนผู้เข้าชมรายเดือน ราคาสินค้ารายวัน หรือยอดขายรายปี

ควรเรียงเวลาอย่างต่อเนื่องจากซ้ายไปขวา และไม่สลับลำดับเดือนหรือปี

ต้องการแสดงสัดส่วนของยอดรวม

ใช้แผนภูมิวงกลมหรือโดนัท เมื่อข้อมูลแต่ละส่วนรวมกันเป็น 100% และมีจำนวนหมวดไม่มาก

หากมีหมวดหมู่จำนวนมากหรือค่าของแต่ละหมวดใกล้เคียงกัน กราฟแท่งจะเปรียบเทียบได้ง่ายกว่า

ต้องการแสดงความสัมพันธ์ของตัวแปร

ใช้กราฟกระจาย เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างงบโฆษณากับยอดขาย หรือจำนวนชั่วโมงอ่านหนังสือกับคะแนนสอบ

การที่จุดข้อมูลเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันไม่ได้ยืนยันว่าตัวแปรหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกตัวแปรเสมอไป

ต้องการเปรียบเทียบหลายคุณสมบัติ

ใช้กราฟเรดาร์ เหมาะกับการเปรียบเทียบสินค้า บุคคล หรือทีมในหลายด้าน แต่ควรจำกัดจำนวนตัวแปรและรายการเพื่อไม่ให้เส้นทับกันจนอ่านยาก

ต้องการแสดงการกระจายของข้อมูล

ใช้ Histogram เพื่อดูว่าค่าส่วนใหญ่อยู่ในช่วงใด เช่น อายุของลูกค้า ระยะเวลาการให้บริการ หรือคะแนนสอบ

ต้องการแสดงโครงสร้างตามสัดส่วน

ใช้ Treemap เมื่ออยากแสดงหมวดใหญ่และหมวดย่อยพร้อมขนาดของแต่ละส่วน เช่น ยอดขายแยกตามภูมิภาคและประเภทสินค้า

วิธีสร้างกราฟและแผนภูมิด้วย Canva ทีละขั้นตอน

❶ กำหนดคำถามที่กราฟต้องตอบ

ก่อนเลือกกราฟ ให้กำหนดว่าต้องการให้ผู้อ่านเห็นอะไร เช่น

  • เดือนไหนมียอดขายสูงที่สุด
  • จำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • สินค้าแต่ละชนิดมีสัดส่วนเท่าใด
  • ช่องทางใดสร้างยอดเข้าชมมากที่สุด
  • ตัวแปรสองรายการสัมพันธ์กันหรือไม่
  • โครงการดำเนินการเสร็จแล้วกี่เปอร์เซ็นต์

หนึ่งกราฟควรมีคำถามหลักที่ชัดเจน หากต้องตอบหลายคำถาม อาจแยกเป็นหลายกราฟแทนการรวมทุกข้อมูลไว้ในภาพเดียว

❷ เตรียมข้อมูลให้เป็นระเบียบ

จัดข้อมูลเป็นแถวและคอลัมน์ โดยใช้หัวตารางที่เข้าใจง่าย เช่น

เดือนยอดขาย
มกราคม120,000
กุมภาพันธ์145,000
มีนาคม138,000

ก่อนนำเข้า Canva ควรตรวจสอบว่า

  • ตัวเลขไม่มีข้อความปะปน
  • หน่วยเหมือนกันทุกแถว
  • วันที่ใช้รูปแบบเดียวกัน
  • ไม่มีแถวหรือคอลัมน์ซ้ำ
  • ช่องว่างได้รับการจัดการ
  • ยอดรวมและเปอร์เซ็นต์ถูกต้อง
  • ไม่มีข้อมูลทดสอบหลงเหลืออยู่

ควรเก็บข้อมูลต้นฉบับไว้อีกชุดและแก้ไขสำเนา เพื่อป้องกันความเสียหายต่อฐานข้อมูลหลัก

❸ เปิดงานออกแบบใน Canva

เลือกประเภทงานตามปลายทาง เช่น Presentation, Infographic, Report, Social Media Post หรือ Whiteboard จากนั้นเปิดเมนูองค์ประกอบหรือแอป แล้วเลือก Charts

อีกวิธีหนึ่งคือค้นหา “Graph” หรือชื่อกราฟที่ต้องการจากหน้าแรกของ Canva แล้วเลือกเทมเพลตสำเร็จรูป

❹ เพิ่มกราฟลงในงานออกแบบ

เลือกชนิดกราฟให้ตรงกับวัตถุประสงค์ Canva จะเพิ่มกราฟพร้อมข้อมูลตัวอย่างลงในหน้า จากนั้นคลิกกราฟและเลือกแก้ไขข้อมูล

อย่าเริ่มจากกราฟที่ดูสวยที่สุด แต่ควรเริ่มจากชนิดที่ตอบคำถามของข้อมูลได้ชัดเจนที่สุด

❺ ป้อนหรือนำเข้าข้อมูล

สามารถพิมพ์ข้อมูลลงในตารางของกราฟ หรือคัดลอกข้อมูลจากสเปรดชีตมาวาง หากงานรองรับการนำเข้าข้อมูล สามารถอัปโหลดไฟล์อย่าง CSV, TSV หรือ XLSX และเชื่อมกับแหล่งข้อมูลที่ Canva รองรับได้

หลังนำเข้า ควรตรวจสอบว่า

  • คอลัมน์ถูกจับคู่กับแกนที่ถูกต้อง
  • หัวตารางไม่ถูกใช้เป็นข้อมูล
  • วันที่เรียงตามลำดับ
  • จุดทศนิยมไม่หาย
  • ค่าว่างไม่ถูกตีความเป็นศูนย์โดยไม่ตั้งใจ
  • ตัวเลขติดลบแสดงถูกต้อง
  • หน่วยไม่ได้ถูกแปลงผิด

หากกราฟเชื่อมกับข้อมูลภายนอก ต้องตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงและความเป็นส่วนตัวก่อนเชื่อมต่อ

❻ ตั้งชื่อกราฟ

ชื่อกราฟควรบอกทั้งตัวชี้วัด กลุ่มข้อมูล และช่วงเวลา เช่น

“จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์รายเดือน ปี 2569”

ชื่อนี้ชัดเจนกว่า “สถิติผู้เข้าชม” เพราะผู้อ่านทราบทันทีว่าข้อมูลวัดอะไรและเป็นช่วงเวลาใด

หากข้อมูลมีเงื่อนไขเพิ่มเติม ควรใส่คำอธิบายสั้นใต้ชื่อ เช่น “เฉพาะผู้ใช้งานจากประเทศไทย” หรือ “ไม่รวมรายการที่ถูกยกเลิก”

❼ ตั้งค่าป้ายและแกน

กราฟควรระบุข้อมูลที่จำเป็นต่อการตีความ ได้แก่

  • ชื่อแกนนอน
  • ชื่อแกนตั้ง
  • หน่วย
  • ป้ายข้อมูล
  • คำอธิบายสี
  • ช่วงเวลา
  • ฐานของเปอร์เซ็นต์

ไม่จำเป็นต้องเปิดทุกป้ายพร้อมกัน หากตัวเลขจำนวนมากซ้อนกัน ควรแสดงเฉพาะค่าที่สำคัญหรือให้ผู้อ่านอ้างอิงจากแกนแทน

❽ ปรับสีของกราฟ

ใช้สีเพื่อแยกชุดข้อมูลหรือเน้นประเด็น ไม่ควรใช้สีสุ่มทุกแท่งโดยไม่มีความหมาย

แนวทางที่เหมาะสม เช่น

  • ใช้สีเดียวกันกับข้อมูลประเภทเดียวกัน
  • ใช้สีเด่นกับรายการที่ต้องการเน้น
  • ใช้สีเทากับข้อมูลประกอบ
  • ใช้สีแดงกับค่าติดลบหรือคำเตือนอย่างระมัดระวัง
  • รักษาความหมายของสีให้เหมือนกันทุกกราฟ
  • ตรวจสอบความแตกต่างระหว่างสีและพื้นหลัง

ควรใช้ป้ายข้อความ รูปแบบเส้น หรือสัญลักษณ์ร่วมกับสี เพื่อให้ผู้ที่แยกสีบางคู่ได้ยากยังสามารถอ่านกราฟได้

❾ ปรับฟอนต์และขนาด

ชื่อกราฟควรใหญ่ที่สุด ตามด้วยตัวเลขสำคัญ ป้ายแกน และแหล่งข้อมูลตามลำดับ

ควรเลือกฟอนต์ที่อ่านง่ายและใช้ไม่เกินสองตระกูล หากเป็นภาษาไทย ให้ตรวจสอบการแสดงสระและวรรณยุกต์หลังดาวน์โหลดไฟล์ด้วย

กราฟที่แทรกในเว็บไซต์หรือสไลด์ต้องทดลองดูจากระยะและอุปกรณ์จริง เพราะข้อความที่อ่านได้ในหน้าแก้ไขอาจเล็กเกินไปหลังนำไปใช้งาน

❿ เพิ่มแหล่งข้อมูล

ควรระบุแหล่งที่มาไว้ใต้กราฟ โดยเฉพาะข้อมูลสถิติ รายงาน ผลสำรวจ หรือข้อมูลจากบุคคลภายนอก

ข้อมูลอ้างอิงอาจประกอบด้วย

  • ชื่อหน่วยงาน
  • ชื่อชุดข้อมูลหรือรายงาน
  • ปีที่เผยแพร่
  • วันที่เข้าถึง
  • หมายเหตุวิธีคำนวณ
  • ขนาดกลุ่มตัวอย่าง

หากเป็นข้อมูลภายในบริษัท ควรระบุว่าเป็นข้อมูลภายในและช่วงเวลาที่เก็บ เพื่อไม่ให้ผู้อ่านนำตัวเลขไปตีความนอกบริบท

วิธีสร้างกราฟแท่งใน Canva

กราฟแท่งเหมาะกับการเปรียบเทียบค่าระหว่างหมวดหมู่ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. เปิดงานออกแบบ
  2. เลือก Charts
  3. เลือกกราฟแท่งแนวตั้งหรือแนวนอน
  4. เปิดส่วนแก้ไขข้อมูล
  5. ใส่ชื่อหมวดหมู่ในคอลัมน์แรก
  6. ใส่ค่าตัวเลขในคอลัมน์ถัดไป
  7. ตรวจสอบแกนและหน่วย
  8. ปรับสีและป้ายข้อมูล
  9. ตั้งชื่อกราฟ
  10. ตรวจสอบค่ากับข้อมูลต้นฉบับ

หากต้องเรียงอันดับ ควรเรียงค่าจากมากไปน้อยหรือจากน้อยไปมาก เว้นแต่หมวดหมู่มีลำดับตามธรรมชาติ เช่น เดือนหรือระดับการศึกษา

วิธีสร้างกราฟเส้นใน Canva

กราฟเส้นเหมาะกับข้อมูลตามเวลา เช่น จำนวนผู้เข้าชมรายวัน รายเดือน หรือรายปี

ข้อควรระวัง ได้แก่

  • เรียงวันที่จากอดีตไปปัจจุบัน
  • ใช้ช่วงเวลาที่สม่ำเสมอ
  • ไม่เชื่อมเส้นข้ามข้อมูลที่ขาดโดยไม่อธิบาย
  • จำกัดจำนวนเส้นไม่ให้มากเกินไป
  • ใช้สีและรูปแบบเส้นแยกชุดข้อมูล
  • ระบุหน่วยของแกนตั้ง
  • ตรวจสอบว่าจุดข้อมูลตรงกับตารางต้นฉบับ

หากเปรียบเทียบหลายชุด ควรทำให้ชื่อในคำอธิบายสีสั้นและตรงกับเส้นอย่างชัดเจน

วิธีสร้างแผนภูมิวงกลมใน Canva

แผนภูมิวงกลมเหมาะกับการแสดงส่วนประกอบของยอดรวม โดยทุกส่วนต้องรวมกันเป็น 100%

ก่อนใช้ควรตรวจสอบว่า

  • ข้อมูลเป็นส่วนประกอบของยอดรวมเดียวกัน
  • ผลรวมเท่ากับ 100% หรือยอดรวมที่กำหนด
  • ไม่มีหมวดหมู่จำนวนมากเกินไป
  • แต่ละส่วนแตกต่างกันพอที่จะมองเห็น
  • มีป้ายชื่อหรือคำอธิบายสี
  • ไม่ใช้ภาพสามมิติที่บิดเบือนขนาด
  • ไม่แยกชิ้นส่วนจำนวนมากจนอ่านยาก

หากมีมากกว่าห้าหรือหกหมวด หรือค่าหลายรายการใกล้เคียงกัน ควรพิจารณาใช้กราฟแท่งแทน

วิธีสร้างกราฟสำหรับเว็บไซต์

กราฟที่ใช้บนเว็บไซต์ต้องคำนึงถึงทั้งความอ่านง่ายและขนาดไฟล์

แนวทางที่ควรใช้ ได้แก่

  • เลือกขนาดให้พอดีกับพื้นที่เนื้อหา
  • ใช้ตัวอักษรที่อ่านได้บนมือถือ
  • หลีกเลี่ยงป้ายจำนวนมาก
  • ใช้พื้นหลังเรียบ
  • ใส่คำอธิบายข้อมูลเป็นข้อความในบทความด้วย
  • เขียน Alt Text ให้ภาพ
  • ระบุแหล่งข้อมูลใต้กราฟ
  • ตั้งชื่อไฟล์ให้สื่อความหมาย
  • ลดขนาดไฟล์โดยไม่ทำให้ข้อความเบลอ

หากทำกราฟสำหรับบทความของ comsiam ควรให้ภาพช่วยสรุปข้อมูล แต่ยังต้องมีข้อความอธิบายข้อค้นพบสำคัญอยู่ในบทความ เพื่อให้ผู้ที่มองไม่เห็นภาพหรือเปิดภาพไม่ได้ยังเข้าถึงเนื้อหาได้

วิธีสร้างกราฟสำหรับรายงานและงานนำเสนอ

กราฟสำหรับผู้บริหารควรนำไปสู่ข้อสรุป ไม่ใช่เพียงแสดงข้อมูลทั้งหมดที่มี

สามารถใช้ชื่อกราฟแบบสรุปข้อค้นพบ เช่น

“ยอดขายไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นจากช่องทางออนไลน์”

แทนชื่อทั่วไปอย่าง

“ยอดขายแยกตามช่องทาง”

ชื่อแบบแรกช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจประเด็นสำคัญทันที แต่ต้องมั่นใจว่าข้อสรุปตรงกับข้อมูลจริง

ในหนึ่งสไลด์ควรมีกราฟหลักเพียงหนึ่งประเด็น พร้อมข้อความสรุปสั้น หากต้องเปรียบเทียบหลายมิติ ควรแยกเป็นหลายสไลด์หรือสร้าง Dashboard ที่มีโครงสร้างชัดเจน

วิธีป้องกันกราฟทำให้เข้าใจผิด

อย่าตัดแกนโดยไม่จำเป็น

กราฟแท่งควรเริ่มแกนค่าจากศูนย์ในกรณีทั่วไป เพราะความยาวของแท่งใช้แทนขนาด หากเริ่มจากค่าที่สูง ความแตกต่างเล็กน้อยอาจดูใหญ่เกินจริง

หากจำเป็นต้องตัดแกน ต้องแสดงช่วงค่าอย่างชัดเจนและอธิบายเหตุผล

อย่าใช้กราฟสามมิติ

มุมมองสามมิติอาจทำให้ชิ้นส่วนด้านหน้าดูใหญ่กว่าด้านหลัง ทั้งที่มีค่าเท่ากัน ควรเลือกกราฟสองมิติที่เปรียบเทียบได้ตรงกว่า

อย่าสลับสีระหว่างกราฟ

หากสีน้ำเงินแทนปีปัจจุบันในกราฟแรก ก็ควรแทนปีปัจจุบันในกราฟอื่นด้วย เพื่อป้องกันการตีความผิด

อย่าแสดงเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีฐาน

ข้อความ “เพิ่มขึ้น 50%” ต้องระบุว่าเพิ่มจากค่าใด เป็นช่วงเวลาใด และวัดตัวชี้วัดอะไร

อย่าเลือกเฉพาะช่วงที่สนับสนุนข้อสรุป

การตัดข้อมูลบางช่วงออกอาจเปลี่ยนแนวโน้มของกราฟ ควรเลือกช่วงเวลาที่มีเหตุผลและเปิดเผยข้อจำกัดของข้อมูล

วิธีดาวน์โหลดกราฟจาก Canva

PNG

เหมาะสำหรับเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และการแทรกในสไลด์ เพราะรักษาความคมชัดของข้อความ เส้น และไอคอนได้ดี

JPG

เหมาะกับงานที่มีภาพถ่ายร่วมด้วยและต้องการลดขนาดไฟล์ แต่อาจทำให้ข้อความเล็กไม่คมเท่า PNG

PDF Standard

เหมาะสำหรับรายงานดิจิทัล เอกสารหลายหน้า และการส่งทางอีเมล

PDF Print

เหมาะสำหรับรายงานหรือโปสเตอร์ที่ต้องพิมพ์ด้วยคุณภาพสูง แต่ภาพต้นฉบับที่มีความละเอียดต่ำจะยังดูไม่คมชัด

MP4 หรือ GIF

เหมาะกับกราฟเคลื่อนไหว เช่น การเปลี่ยนแปลงตามเวลา แต่ต้องให้ผู้ชมมีเวลาอ่านค่า และควรมีคำอธิบายแบบคงที่ประกอบด้วย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการสร้างกราฟด้วย Canva

เลือกชนิดกราฟไม่ตรงกับข้อมูล

แผนภูมิวงกลมไม่เหมาะกับแนวโน้มตามเวลา และกราฟเส้นไม่เหมาะกับหมวดหมู่ที่ไม่มีลำดับต่อเนื่อง

นำเข้าข้อมูลผิดคอลัมน์

หากสลับชื่อหมวดกับค่าตัวเลข กราฟอาจแสดงผลผิด ต้องตรวจแกนและป้ายกำกับหลังนำเข้าทุกครั้ง

ใส่สีมากเกินไป

สีทุกแท่งที่แตกต่างกันทำให้กราฟดูยุ่ง หากข้อมูลเป็นชุดเดียวควรใช้สีเดียว และใช้สีเน้นเฉพาะรายการสำคัญ

ไม่มีหน่วย

ตัวเลข 100 อาจหมายถึง 100 คน 100 บาท หรือ 100% จึงต้องระบุหน่วยให้ครบถ้วน

ป้ายข้อมูลซ้อนกัน

เมื่อมีหมวดหมู่มาก ควรลดจำนวนป้าย ขยายขนาดกราฟ หรือเปลี่ยนชนิดกราฟ แทนการลดฟอนต์จนอ่านไม่ได้

ใช้ข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบัน

กราฟควรระบุช่วงเวลาและวันที่ของข้อมูล เพื่อให้ผู้อ่านทราบว่าตัวเลขยังเหมาะกับการตัดสินใจหรือไม่

เช็กลิสต์ก่อนเผยแพร่กราฟ

  • กราฟตอบคำถามหลักได้ชัดเจน
  • เลือกชนิดกราฟตรงกับข้อมูล
  • ตัวเลขตรงกับข้อมูลต้นฉบับ
  • หมวดหมู่และวันที่เรียงถูกต้อง
  • ยอดรวมและเปอร์เซ็นต์ถูกต้อง
  • แกนกราฟมีชื่อ
  • ระบุหน่วยครบถ้วน
  • ชื่อกราฟอธิบายข้อมูลชัดเจน
  • สีมีความหมายสม่ำเสมอ
  • ป้ายข้อมูลไม่ซ้อนกัน
  • ไม่ใช้ภาพสามมิติที่บิดเบือนข้อมูล
  • ไม่ตัดแกนโดยไม่มีคำอธิบาย
  • ระบุแหล่งข้อมูลและช่วงเวลา
  • ฟอนต์อ่านได้ในขนาดจริง
  • ตรวจสอบบนโทรศัพท์หรือกระดาษแล้ว
  • ข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการปกป้อง
  • ไฟล์ที่ดาวน์โหลดแสดงผลครบถ้วน

หากสร้างกราฟรายงานผลของ comsiam ควรเก็บตารางต้นฉบับ สูตรคำนวณ และวันที่ดึงข้อมูลไว้ด้วย เพื่อให้สามารถตรวจสอบและอัปเดตกราฟในรอบถัดไปได้อย่างถูกต้อง

สรุป

วิธีสร้างกราฟและแผนภูมิด้วย Canva เริ่มจากกำหนดคำถามที่ต้องการตอบ เตรียมข้อมูลให้สะอาด และเลือกชนิดกราฟให้ตรงกับวัตถุประสงค์ จากนั้นจึงเพิ่มกราฟใน Canva ป้อนหรือนำเข้าข้อมูล แล้วปรับชื่อ แกน หน่วย สี และป้ายกำกับ

กราฟที่มีคุณภาพต้องสื่อสารข้อมูลอย่างซื่อสัตย์ ไม่ตัดแกนหรือใช้รูปแบบที่ขยายความแตกต่างเกินจริง ก่อนเผยแพร่ควรตรวจตัวเลขกับข้อมูลต้นฉบับ ระบุแหล่งที่มา และทดลองดูในขนาดใช้งานจริง หากใช้บนเว็บไซต์ควรเลือก PNG ที่คมชัดและมีขนาดเหมาะสม ส่วนรายงานสำหรับพิมพ์สามารถดาวน์โหลดเป็น PDF Print ได้