Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

(เข้าใจให้ชัดในบทเดียว ธุรกิจจะไม่พังเพราะตัวเลข)
เจ้าของกิจการจำนวนมากพูดว่า
“ขายดี แต่เงินไม่เหลือ” หรือ “มีกำไร แต่เงินไม่พอใช้”
ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการ สับสนระหว่าง ต้นทุน กำไร และกระแสเงินสด
บทความนี้จะอธิบาย 3 ตัวเลขสำคัญที่สุดของธุรกิจ
แบบ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และแยกให้ขาด
ต้นทุน (Cost) คือค่าใช้จ่ายที่ “ต้องจ่าย” เพื่อให้สินค้า/บริการเกิดขึ้น
ตัวอย่างต้นทุน:
👉 ถ้าไม่มีต้นทุน
ก็ไม่มีสินค้าให้ขาย
ไม่ว่ายอดขายจะเท่าไร ก็ต้องจ่าย
เพิ่ม–ลดตามยอดขาย
การรู้ว่าธุรกิจคุณมีต้นทุนแบบไหนมากกว่า
ช่วยให้วางแผนได้แม่นขึ้น
กำไร (Profit) คือเงินที่เหลือ
หลังจากหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว
สูตรง่าย:
กำไร = รายรับ – (ต้นทุน + ค่าใช้จ่าย)
ถ้ากำไรติดลบ
แปลว่าธุรกิจขาดทุน แม้จะขายได้เยอะก็ตาม
ดูว่าขายแล้วเหลือเท่าไรหลังหักต้นทุนสินค้า
เงินที่เหลือจริงหลังหักทุกอย่าง
👉 เจ้าของกิจการควรดู กำไรสุทธิเป็นหลัก
กระแสเงินสด (Cash Flow) คือการไหลเข้า–ออกของ “เงินสดจริง”
ต่างจากกำไรตรงที่:
ธุรกิจสามารถ:
ตัวอย่างคลาสสิก:
ผลลัพธ์:
นี่คือสาเหตุที่ธุรกิจล้ม
ทั้งที่ “ดูเหมือนจะไปได้ดี”
| รายการ | ความหมาย | ใช้ดูอะไร |
|---|---|---|
| ต้นทุน | เงินที่ต้องจ่าย | คุมราคา |
| กำไร | เงินที่เหลือ | วัดความคุ้ม |
| กระแสเงินสด | เงินที่หมุน | วัดการอยู่รอด |
ธุรกิจที่ดีต้อง ผ่านทั้ง 3 ด้าน
เพราะ:
การดูครบ
ช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นกว่า
แนวทางที่ทำได้จริง:
ไม่จำเป็นต้องถูกที่สุด
แต่ต้อง เหมาะสม
เงินสดคือ “ออกซิเจน” ของธุรกิจ
ทั้งสามอย่าง ไม่เท่ากัน
Q: ควรดูตัวเลขไหนทุกวัน
A: กระแสเงินสด
Q: กำไรน้อยแต่เงินสดดี ถือว่าดีไหม
A: ดีกว่ากำไรสูงแต่เงินสดติดลบ
Q: ต้องใช้โปรแกรมบัญชีไหม
A: ใช้ช่วยได้ แต่ต้องเข้าใจหลักการก่อน
ถ้าคุณเข้าใจว่า
คุณจะ:
ตัวเลขไม่ใช่ศัตรู
แต่เป็น เครื่องมือป้องกันความผิดพลาด