Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หลายเว็บทำ Backlink ถูกทางทุกอย่าง
แต่ อันดับไม่ขึ้น หรือขึ้นแล้วตก
สาเหตุที่พบบ่อยมากคือ Anchor Text ใช้ผิด
Anchor Text เป็นสัญญาณสำคัญที่ Google ใช้ “ตีความ” ลิงก์
ถ้าใช้ไม่สมดุล แม้ Backlink จะมาจากเว็บดี
ก็ยังมีโอกาสโดนเพ่งได้
Anchor Text คือ “ข้อความที่ถูกคลิกได้” ซึ่งผูกกับลิงก์
Google ใช้ Anchor Text เพื่อทำความเข้าใจว่า
ลิงก์นั้นกำลังพูดถึงเรื่องอะไร และเกี่ยวข้องกับหน้าปลายทางแค่ไหน
พูดง่าย ๆ คือ
Anchor Text = คำอธิบายลิงก์ในสายตา Google
ใช้คีย์เวิร์ดตรงกับหน้าปลายทาง
เช่น “backlink”, “link building”
ข้อดี: บอก Google ชัด
ความเสี่ยง: ใช้เยอะ = เพ่งทันที
มีคีย์เวิร์ดผสมคำอื่น
เช่น “แนวทางทำ backlink ที่ถูกต้อง”
เป็นรูปแบบที่ปลอดภัยกว่า Exact Match มาก
ใช้ชื่อแบรนด์
เช่น ComSiam, คอมสยาม
เป็น Anchor ที่ Google ชอบ และปลอดภัยสูง
แสดง URL ตรง
เช่น https://comsiam.com/
ช่วยให้โปรไฟล์ลิงก์ดูสมจริง
คำทั่วไป เช่น
ควรใช้ผสมเพื่อบาลานซ์ภาพรวม
ไม่มีสูตรตายตัว
แต่แนวคิดที่ใช้กันทั่วไปคือ
Google ไม่ได้มอง “สัดส่วนสวย”
แต่มองว่า มันดูเหมือนมนุษย์ใช้หรือไม่
Anchor Text จะทำงานได้ดี
เมื่ออยู่ใน บริบทเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ลิงก์ที่อยู่กลางบทความ
อธิบายต่อเนื่องกับเนื้อหา
จะมีน้ำหนักมากกว่าลิงก์ที่วางแบบฝืน ๆ
ถ้าอยากเห็นภาพรวมการวางลิงก์ให้เป็นธรรมชาติ
สามารถดูแนวคิดเชิงโครงสร้างได้จาก
👉 คู่มือการทำ Backlink และ Link Building สำหรับ SEO ระยะยาว
สิ่งที่ควรเลี่ยงอย่างยิ่ง:
ข้อผิดพลาดเหล่านี้ทำให้ Google มองว่า
“ตั้งใจทำ SEO มากเกินไป”
สำหรับเว็บใหม่:
อย่ารีบใส่ Exact Match
เพราะเป็นจุดที่โดนเพ่งง่ายที่สุด
Anchor Text ที่เป็นธรรมชาติ
ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของเว็บ
โดยเฉพาะ Brand Anchor และ Contextual Anchor
ที่สะท้อนว่า “เว็บนี้มีคนพูดถึงจริง”
สอดคล้องกับแนวคิด E-E-A-T โดยตรง
Q: ใช้ Anchor Text ซ้ำได้ไหม?
A: ได้ แต่ไม่ควรซ้ำแบบ 100% และต้องอยู่ในบริบทที่ต่างกัน
Q: Exact Match ยังจำเป็นไหม?
A: ยังจำเป็น แต่ใช้ให้น้อย และใช้เมื่อเหมาะสมเท่านั้น
Anchor Text ไม่ใช่เรื่องเล็ก
แต่เป็นตัวกำหนดว่า Backlink จะ “ช่วย” หรือ “ทำร้าย” เว็บ
ถ้าใช้แบบคิดถึงคนอ่าน
Google จะมองว่าเป็นธรรมชาติ
ถ้าใช้แบบคิดถึงคีย์เวิร์ดล้วน ๆ
มีโอกาสโดนเพ่งในระยะยาว