Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Canva มีฟอนต์ที่รองรับภาษาไทยให้เลือกใช้หลายรูปแบบ ทั้งฟอนต์สำหรับหัวเรื่อง ฟอนต์เนื้อหา ฟอนต์ลายมือ และฟอนต์ที่เหมาะกับงานโฆษณา แต่หากไม่พบฟอนต์ที่ตรงกับแบรนด์ ผู้ใช้บางแพ็กเกจยังสามารถอัปโหลดฟอนต์ไทยของตัวเองผ่าน Brand Kit ได้ด้วย
การใส่ฟอนต์ไทยใน Canva จึงแบ่งออกเป็นสองกรณี ได้แก่ การเลือกฟอนต์ไทยที่มีอยู่ในคลังของ Canva และการอัปโหลดไฟล์ฟอนต์จากอุปกรณ์ บทความนี้จะอธิบายทั้งสองวิธี พร้อมข้อกำหนดไฟล์ สิทธิ์การใช้งาน และวิธีแก้ปัญหาฟอนต์ไทยแสดงผลไม่ถูกต้อง
ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดหรือติดตั้งฟอนต์ลงในคอมพิวเตอร์ หากฟอนต์ที่ต้องการมีอยู่ในคลังของ Canva แล้ว สามารถเลือกใช้ผ่านเมนูฟอนต์ได้ทันที
เข้าสู่ระบบ Canva แล้วเปิดงานเดิมหรือสร้างงานใหม่ โดยเลือกประเภทงานให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น
การกำหนดขนาดให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยให้เลือกขนาดตัวอักษรและจัดระยะได้เหมาะสม โดยเฉพาะงานพิมพ์ที่ต้องตรวจสอบความอ่านง่ายในขนาดจริง
ไปที่เมนู “ข้อความ” หรือ “Text” แล้วเลือกเพิ่มหัวเรื่อง หัวเรื่องย่อย หรือข้อความเนื้อหา จากนั้นพิมพ์ข้อความภาษาไทยที่ต้องการ
หากนำข้อความมาจากโปรแกรมอื่น ควรตรวจสอบช่องว่าง เครื่องหมาย วรรณยุกต์ และการขึ้นบรรทัดใหม่หลังวางข้อความลงใน Canva
คลิกเลือกกล่องข้อความ จากนั้นคลิกชื่อฟอนต์บนแถบเครื่องมือ ระบบจะแสดงรายการฟอนต์ที่สามารถใช้ได้
หากต้องการค้นหาแบบรวดเร็ว ให้พิมพ์ชื่อฟอนต์ลงในช่องค้นหา แต่ถ้ายังไม่ทราบชื่อฟอนต์ สามารถเลื่อนดูหมวดฟอนต์ที่รองรับภาษาของบัญชีได้
ทดลองเลือกฟอนต์แล้วตรวจสอบข้อความบนพื้นที่ออกแบบทันที ฟอนต์ที่รองรับภาษาไทยควรแสดงพยัญชนะ สระ ตัวเลข และวรรณยุกต์ได้ครบถ้วน
ควรทดลองด้วยข้อความจริงที่มีอักขระหลายรูปแบบ เช่น
การทดสอบเพียงคำสั้น ๆ อาจไม่พบปัญหาที่เกิดกับสระบน สระล่าง หรือวรรณยุกต์บางตำแหน่ง
หลังเลือกฟอนต์แล้ว สามารถปรับค่าต่าง ๆ ได้ เช่น
ฟอนต์แต่ละแบบใช้ขนาดตัวเลขเท่ากันแต่ดูใหญ่ไม่เท่ากัน จึงควรตัดสินจากภาพจริงมากกว่ายึดค่าขนาดเดิมจากฟอนต์ก่อนหน้า
หากค้นหาชื่อฟอนต์ไม่เจอ สามารถใช้วิธีต่อไปนี้เพื่อกรองตัวเลือกให้แคบลง
คลิกช่องฟอนต์แล้วพิมพ์ชื่อให้ถูกต้อง หากชื่อประกอบด้วยหลายคำ ลองค้นหาทั้งชื่อเต็มและคำสำคัญบางส่วน
การตั้งค่าภาษาอาจช่วยให้ Canva แสดงกลุ่มฟอนต์ที่เหมาะกับภาษานั้น โดยสามารถเข้าไปที่การตั้งค่าบัญชีและตรวจสอบว่าภาษาที่ใช้งานเป็นภาษาไทยหรือไม่
การเปลี่ยนภาษาอาจทำให้ชื่อและตำแหน่งของเมนูเปลี่ยนตามไปด้วย จึงควรสังเกตทั้งชื่อภาษาไทยและชื่อภาษาอังกฤษของคำสั่ง
บางฟอนต์มีตัวอักษรละตินแต่ไม่มีอักขระไทย เมื่อเลือกแล้วข้อความภาษาไทยอาจไม่เปลี่ยนตามตัวอย่าง ดังนั้นควรพิมพ์ข้อความไทยลงในกล่องก่อนเปิดรายการฟอนต์ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์จริง
หากบัญชีแสดงตัวกรองภาษา ราคา หรือประเภทฟอนต์ ให้เลือกภาษาที่ต้องการและตรวจสอบว่าฟอนต์เป็นแบบฟรีหรือมีเงื่อนไขตามแพ็กเกจ
เครื่องหมายกำกับข้างชื่อฟอนต์อาจหมายถึงฟอนต์นั้นต้องใช้บัญชีหรือแพ็กเกจที่รองรับ ควรตรวจสอบก่อนนำไปออกแบบทั้งชุด
หากฟอนต์ประจำแบรนด์ไม่มีอยู่ในคลัง Canva และบัญชีมีสิทธิ์จัดการ Brand Kit สามารถอัปโหลดไฟล์ฟอนต์ได้
Canva ระบุว่าฟีเจอร์อัปโหลดฟอนต์ใช้ได้กับแพ็กเกจที่รองรับ เช่น Canva Pro, Canva Teams, Canva Business, Canva Education และ Canva for Nonprofits โดยบทบาทภายในทีมก็มีผลต่อสิทธิ์ในการอัปโหลดด้วย
Canva รองรับไฟล์ฟอนต์ประเภทต่อไปนี้
ไฟล์ต้องมีขนาดไม่เกินข้อกำหนดของ Canva โดยคู่มือปัจจุบันระบุว่าไฟล์ฟอนต์ต้องมีขนาดต่ำกว่า 15 MB และต้องเป็นไฟล์ที่สมบูรณ์ ไม่เสียหาย
Canva ไม่รองรับไฟล์บางประเภท เช่น
หากดาวน์โหลดมาเป็น ZIP ต้องแตกไฟล์ก่อน แล้วเลือกไฟล์ OTF, TTF หรือ WOFF ที่อยู่ภายในโฟลเดอร์ ห้ามเปลี่ยนนามสกุลไฟล์ด้วยการแก้ชื่อ เพราะไม่ได้ทำให้รูปแบบไฟล์เปลี่ยนจริง
ก่อนอัปโหลด ต้องตรวจสอบว่าใบอนุญาตอนุญาตให้นำฟอนต์ไปใช้งานในลักษณะที่ต้องการและอนุญาตให้ฝังฟอนต์หรือไม่
คำว่า “ดาวน์โหลดฟรี” ไม่ได้หมายความว่าใช้เชิงพาณิชย์ได้เสมอไป ฟอนต์บางตัวอนุญาตเฉพาะงานส่วนตัว บางตัวต้องซื้อใบอนุญาตสำหรับธุรกิจ และบางตัวกำหนดสิทธิ์แยกตามจำนวนผู้ใช้หรือประเภทสื่อ
ควรเก็บข้อมูลต่อไปนี้ไว้เป็นหลักฐาน
เมื่อ Canva ขอให้ยืนยันสิทธิ์ ผู้ใช้อัปโหลดควรยืนยันได้ว่าตนมีใบอนุญาตที่ถูกต้อง ไม่ควรนำไฟล์จากแหล่งที่ไม่ทราบที่มามาอัปโหลด
จากหน้าหลักของ Canva เลือกเมนู “แบรนด์” หรือ “Brand” หากมี Brand Kit หลายชุด ให้เลือกชุดที่ต้องการเพิ่มฟอนต์
การเลือก Brand Kit ผิดชุดเป็นสาเหตุที่ทำให้อัปโหลดสำเร็จแต่หาไม่พบภายในงานออกแบบ จึงควรตรวจสอบชื่อแบรนด์ก่อนทุกครั้ง
ภายใน Brand Kit ไปที่ส่วน Fonts จากนั้นเลือกเพิ่มรายการหรือ “Add to category” แล้วเลือก “Upload a font”
ชื่อปุ่มและตำแหน่งอาจแตกต่างเล็กน้อยตามประเภทบัญชี ภาษา และการปรับปรุงหน้าตาของ Canva
ลากไฟล์ฟอนต์มาวาง หรือเลือกปุ่ม Choose files แล้วเปิดไฟล์ OTF, TTF หรือ WOFF ที่เตรียมไว้
ไม่ควรอัปโหลดไฟล์ ZIP ทั้งโฟลเดอร์ และไม่ควรอัปโหลดฟอนต์หลายเวอร์ชันที่มีชื่อภายในซ้ำกัน เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาการจัดกลุ่ม
อ่านรายละเอียดที่ Canva แสดง แล้วดำเนินการยืนยันว่ามีสิทธิ์ใช้ฟอนต์ รอจนการอัปโหลดเสร็จสมบูรณ์
หากปิดหน้าเว็บหรืออินเทอร์เน็ตขาดระหว่างดำเนินการ ไฟล์อาจอัปโหลดไม่สำเร็จ ควรตรวจสอบรายการฟอนต์อีกครั้งก่อนออกจาก Brand Kit
เมื่ออัปโหลดสำเร็จ ฟอนต์สามารถใช้ในตัวแก้ไข Canva ได้ในลักษณะเดียวกับฟอนต์ในคลัง
หากมี Brand Kit หลายชุด ต้องเลือกชุดแบรนด์ที่มีฟอนต์นั้นอยู่ มิฉะนั้นฟอนต์อาจไม่แสดงในรายการของงานที่กำลังแก้ไข
ฟอนต์หนึ่งครอบครัวอาจประกอบด้วยไฟล์หลายสไตล์ เช่น
หากอัปโหลดเฉพาะไฟล์ Regular ปุ่มตัวหนาหรือตัวเอียงอาจไม่สามารถใช้งานได้ หรือโปรแกรมอาจจำลองน้ำหนักที่ไม่ตรงกับฟอนต์จริง
Canva รองรับหลายสไตล์ภายในแต่ละครอบครัวฟอนต์ แต่ไม่ควรอัปโหลดไฟล์ที่ไม่จำเป็นทั้งหมด เพราะอาจทำให้ทีมเลือกผิดและสร้างรูปแบบงานที่ไม่สม่ำเสมอ
หลังอัปโหลดฟอนต์แล้ว สามารถกำหนดฟอนต์สำหรับระดับข้อความต่าง ๆ ภายใน Brand Kit เช่น
ควรเลือกฟอนต์หัวเรื่องและฟอนต์เนื้อหาที่ทำงานร่วมกันได้ ฟอนต์หัวเรื่องสามารถมีบุคลิกโดดเด่น ส่วนฟอนต์เนื้อหาควรอ่านง่ายแม้มีหลายบรรทัด
การกำหนด Brand Font ช่วยให้ทีมงานของ comsiam เลือกฟอนต์ได้ตรงกัน ลดปัญหาการใช้ตัวอักษรหลายสไตล์ในภาพชุดเดียว และทำให้งานใหม่มีภาพลักษณ์สม่ำเสมอขึ้น
Canva รองรับการใช้งาน Brand Kit บนโทรศัพท์ในแพ็กเกจและบทบาทที่มีสิทธิ์ แต่หน้าตาเมนูอาจแตกต่างจากคอมพิวเตอร์
ก่อนดำเนินการ ต้องดาวน์โหลดและแตกไฟล์ฟอนต์ไว้ในโทรศัพท์ก่อน หากไฟล์ยังอยู่ในรูปแบบ ZIP อาจไม่สามารถเลือกอัปโหลดได้
หากการอัปโหลดผ่านโทรศัพท์ติดขัด การจัดการฟอนต์ผ่านเว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์มักตรวจสอบไฟล์และสิทธิ์ได้สะดวกกว่า
ฟอนต์ที่สวยไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับงานทุกประเภท ควรเลือกจากวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย และขนาดการใช้งาน
| ประเภทงาน | ลักษณะฟอนต์ที่เหมาะสม | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| บทความและเอกสาร | อ่านง่าย น้ำหนักปกติ | อย่าใช้ฟอนต์ตกแต่งทั้งย่อหน้า |
| โปสเตอร์ | หนาหรือมีบุคลิกชัด | ต้องอ่านได้จากระยะไกล |
| โลโก้ | มีเอกลักษณ์ | ตรวจสอบสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า |
| เมนูอาหาร | อ่านง่ายและเป็นมิตร | ตัวเลขราคาต้องชัด |
| งานราชการ | สุภาพและเป็นทางการ | หลีกเลี่ยงฟอนต์ลายมือ |
| เกียรติบัตร | เรียบหรู | อย่าใช้ฟอนต์หลายแบบเกินไป |
| ภาพโฆษณา | ตัวหนาและกระชับ | ตรวจสอบบนหน้าจอมือถือ |
| งานเด็ก | เป็นกันเองและโค้งมน | อย่าให้รูปทรงอ่านผิด |
| งานแต่งงาน | ลายมือหรือเรียบหรู | สระและวรรณยุกต์ต้องไม่ชนกัน |
| อินโฟกราฟิก | เรียบและมีหลายน้ำหนัก | ควรรองรับตัวเลขและสัญลักษณ์ |
การใช้ฟอนต์หลายแบบช่วยสร้างลำดับชั้น แต่ควรจำกัดจำนวนเพื่อให้งานดูเป็นระบบ
รูปแบบที่ปลอดภัยคือใช้ฟอนต์หนึ่งชุดสำหรับหัวเรื่อง และอีกหนึ่งชุดสำหรับเนื้อหา หากฟอนต์เดียวมีหลายน้ำหนัก อาจใช้ครอบครัวเดียวทั้งงานได้
ใช้ Bold หรือ SemiBold สำหรับหัวเรื่อง และใช้ Regular สำหรับเนื้อหา วิธีนี้สร้างความแตกต่างโดยไม่ทำให้งานมีฟอนต์มากเกินไป
ฟอนต์หัวเรื่องและเนื้อหาควรให้ความรู้สึกไปในทิศทางเดียวกัน เช่น
งานภาษาไทยจำนวนมากมีตัวเลข ราคา วันที่ หรือคำภาษาอังกฤษร่วมด้วย ควรตรวจสอบว่ารูปทรงของอักขระทุกภาษาดูเข้ากันและมีความสูงใกล้เคียงกัน
สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่
หากใช้งานในทีม ให้ติดต่อเจ้าของทีม ผู้ดูแลระบบ หรือผู้ดูแลแบรนด์เพื่ออัปโหลดฟอนต์ให้
ตรวจสอบนามสกุลไฟล์ Canva รองรับ OTF, TTF และ WOFF แต่ไม่รองรับ ZIP, EOT, SVG, WOFF2 และ Variable Font
ห้ามแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนชื่อนามสกุล เช่น เปลี่ยน .woff2 เป็น .woff เพราะโครงสร้างภายในยังเป็นไฟล์เดิม ต้องขอไฟล์รูปแบบที่รองรับจากผู้ผลิตฟอนต์
สาเหตุอาจเกิดจาก
ลองดาวน์โหลดไฟล์ใหม่จากแหล่งต้นทาง ใช้เบราว์เซอร์ที่รองรับ ล้างแคช หรือให้ผู้ดูแลทีมตรวจสอบสิทธิ์
ตรวจสอบว่าเปิด Brand Kit ชุดเดียวกับที่ใช้ตอนอัปโหลด จากนั้นค้นหาในหมวด Uploaded fonts หากยังไม่พบ ให้รีเฟรชหน้าเว็บหรือออกจากงานแล้วเปิดใหม่
ต้องอัปโหลดไฟล์ Bold และ Italic แยกจากไฟล์ Regular หากครอบครัวฟอนต์มีไฟล์น้ำหนักหลายแบบ ควรอัปโหลดเฉพาะสไตล์ที่ทีมต้องใช้งานจริง
ปัญหานี้อาจเกิดจากข้อมูลภายในไฟล์หรือ Metadata ระบุชื่อครอบครัวและชื่อสไตล์ไม่ถูกต้อง ควรดาวน์โหลดชุดไฟล์ใหม่จากผู้ผลิตหรือติดต่อผู้จำหน่ายเพื่อขอไฟล์ที่จัดข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ฟอนต์นั้นอาจไม่มีชุดอักขระภาษาไทยหรือไม่เข้ากันกับ Canva ให้เปลี่ยนไปใช้ฟอนต์ที่รองรับภาษาไทย ตรวจสอบภาษาของบัญชี และทดลองดาวน์โหลดไฟล์เพื่อดูผลลัพธ์จริง
ฟอนต์อาจเข้ากันได้ไม่สมบูรณ์หรือมีปัญหาในกระบวนการส่งออก ลองใช้รูปแบบไฟล์อื่น ดาวน์โหลดใหม่ หรือนำฟอนต์ที่มีปัญหาออกแล้วอัปโหลดไฟล์จากแหล่งต้นทางอีกครั้ง
สำหรับงานสำคัญควรตรวจสอบทั้ง PNG, JPG และ PDF ตามประเภทงานที่จะใช้จริง
หากอัปโหลดผิด ไฟล์ซ้ำ หรือไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ สามารถลบออกจาก Brand Kit ได้
ก่อนลบควรตรวจสอบว่ามีงานใดกำลังใช้ฟอนต์นั้นอยู่หรือไม่ เพราะเมื่อลบแล้ว งานเก่าอาจแสดงผลแตกต่างหรือระบบอาจใช้ฟอนต์อื่นแทน
การมีไฟล์ฟอนต์อยู่ในคอมพิวเตอร์ไม่ได้แปลว่ามีสิทธิ์นำไปใช้ทุกกรณี ก่อนทำงานเชิงพาณิชย์ควรตรวจสอบใบอนุญาตอย่างละเอียด
ควรอ่านเอกสารของฟอนต์แต่ละชุดโดยตรง อย่าสรุปสิทธิ์จากชื่อเว็บไซต์หรือคำว่า “ฟรี” เพียงอย่างเดียว
หากออกแบบให้ลูกค้า ควรระบุว่าใครเป็นผู้ซื้อใบอนุญาต ฟอนต์สามารถส่งต่อให้ลูกค้าได้หรือไม่ และลูกค้าต้องซื้อสิทธิ์เพิ่มเติมหรือไม่
ทีมที่มีฟอนต์จำนวนมากควรจัดระบบเพื่อป้องกันการใช้ผิดเวอร์ชันหรือผิดสิทธิ์
การกำหนดฟอนต์ไว้ใน Brand Kit ช่วยลดเวลาเลือกตัวอักษรและทำให้งานของ comsiam มีอัตลักษณ์ที่จดจำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีผู้สร้างคอนเทนต์หลายคน
ก่อนเผยแพร่หรือส่งงานให้ลูกค้า ควรตรวจสอบรายการต่อไปนี้
มี สามารถพิมพ์ข้อความภาษาไทยแล้วเลือกฟอนต์ที่รองรับจากเมนูฟอนต์ได้ทันที โดยจำนวนและสิทธิ์ของฟอนต์อาจแตกต่างตามบัญชี
ตามข้อมูลของ Canva ฟีเจอร์อัปโหลดฟอนต์อยู่ในแพ็กเกจที่รองรับ เช่น Canva Pro, Canva Teams, Canva Business, Canva Education และ Canva for Nonprofits ผู้ใช้ควรตรวจสอบสิทธิ์ปัจจุบันภายในบัญชีอีกครั้ง
Canva รองรับ OTF, TTF และ WOFF ไม่รองรับ ZIP, EOT, SVG, WOFF2 และ Variable Font
ได้ หากบัญชี แพ็กเกจ และบทบาทมีสิทธิ์จัดการ Brand Kit แต่ควรแตกไฟล์ ZIP และเก็บไฟล์ฟอนต์ที่รองรับไว้ในอุปกรณ์ก่อน
อาจเกิดจากอัปโหลดเฉพาะไฟล์ Regular แต่ยังไม่ได้อัปโหลดไฟล์ Bold ของครอบครัวฟอนต์เดียวกัน
ขึ้นอยู่กับใบอนุญาตของฟอนต์แต่ละตัว ต้องตรวจสอบว่าอนุญาตให้ใช้เชิงพาณิชย์และอนุญาตการใช้งานในลักษณะที่ต้องการหรือไม่
คู่มือ Canva ปัจจุบันระบุว่าสามารถอัปโหลดได้สูงสุด 500 ฟอนต์ต่อ Brand Kit แต่ข้อกำหนดอาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต
สมาชิกที่เข้าถึง Brand Kit และมีสิทธิ์ใช้งานที่เหมาะสมสามารถเลือกฟอนต์จากชุดแบรนด์ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าทีมและ Brand Controls
วิธีใส่ฟอนต์ไทยใน Canva ที่ง่ายที่สุดคือพิมพ์ข้อความ เปิดรายการฟอนต์ แล้วเลือกแบบอักษรที่รองรับภาษาไทยจากคลัง Canva หากต้องการใช้ฟอนต์ประจำแบรนด์ สามารถเปิด Brand Kit เลือกหมวด Fonts และอัปโหลดไฟล์ OTF, TTF หรือ WOFF ในบัญชีและบทบาทที่รองรับ
ก่อนอัปโหลดต้องตรวจสอบใบอนุญาตให้ชัดเจนว่าอนุญาตให้ใช้และฝังฟอนต์ได้ รวมถึงควรอัปโหลดไฟล์ Regular, Bold และ Italic แยกตามสไตล์ที่ต้องการใช้งาน หลังเลือกฟอนต์แล้วให้ตรวจสอบสระ วรรณยุกต์ ตัวเลข ระยะห่าง และไฟล์ที่ดาวน์โหลดจริง เพื่อให้งานภาษาไทยแสดงผลถูกต้อง อ่านง่าย และพร้อมใช้งานทั้งออนไลน์และงานพิมพ์