Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Gemini Gem สามารถเพิ่ม ไฟล์ความรู้ หรือ Knowledge เข้าไปเพื่อให้ Gem มีข้อมูลเฉพาะสำหรับงานของเรา ไม่ต้องอาศัยเพียงความรู้ทั่วไปของ Gemini และ Instructions ที่เขียนไว้เท่านั้น
ตัวอย่างเช่น หากสร้าง Gem ชื่อ
Product Support Assistant
สามารถเพิ่ม
เป็น Knowledge
จากนั้นเมื่อถามว่า
“ไฟสถานะสีแดงของรุ่นนี้หมายความว่าอะไร”
Gem สามารถใช้ข้อมูลจากเอกสารที่เราเตรียมไว้เป็น Context ในการตอบ
หรือหากสร้าง
SEO Content Writer Gem
สามารถเพิ่ม
เพื่อให้บทความมี Style สม่ำเสมอมากขึ้น
วิธีเพิ่มไฟล์แบบสั้นที่สุดคือ
Gemini Web → Gems → เปิด Custom Gem → Knowledge → Add files → Upload files / Add from Drive / Notebook → Save
Google ปัจจุบันรองรับ Knowledge จากหลายแหล่ง ได้แก่
และหากเพิ่มไฟล์จาก Google Drive ข้อดีสำคัญคือ Gemini จะใช้ Version ล่าสุดของไฟล์ เมื่อไฟล์ต้นฉบับใน Drive ถูกแก้ไข
นอกจากนี้ยังมี Knowledge Citations เพื่อช่วยระบุว่าเนื้อหาบางส่วนของคำตอบมาจากไฟล์ Knowledge ใด
บทความนี้จะสอน วิธีเพิ่มไฟล์ความรู้ให้ Gemini Gem แบบละเอียด ตั้งแต่ Upload File จากเครื่อง เพิ่มจาก Google Drive ใช้ NotebookLM ตั้ง Instructions ให้ยึด Source ไปจนถึงการทดสอบว่า Gem ใช้ไฟล์ถูกต้องจริงหรือไม่
Knowledge คือข้อมูลที่เพิ่มให้ Custom Gem เพื่อใช้เป็น Context หรือ Reference เวลาตอบคำถาม
สามารถคิดง่าย ๆ ว่า
Instructions = วิธีที่ Gem ต้องทำงาน
ส่วน
Knowledge = ข้อมูลที่ Gem ใช้ประกอบงาน
ตัวอย่าง:
“คุณเป็น Product Support Assistant”
“คู่มือ Router รุ่น ABC.pdf”
สองอย่างทำหน้าที่ต่างกัน
Gem ที่มี Instructions ดีแต่ไม่มีข้อมูลสินค้า อาจต้องพึ่งความรู้ทั่วไป
ส่วน Gem ที่มี Manual แต่ไม่มี Instructions ชัด ก็อาจใช้ข้อมูลไม่ตรง Workflow ที่เราต้องการ
ระบบที่ดีจึงควรเป็น
Instructions + Relevant Knowledge
Knowledge เหมาะมากเมื่อคำตอบต้องอ้างอิงข้อมูลเฉพาะที่ Gemini ไม่ควรเดาเอง
ตัวอย่าง:
ถ้าข้อมูลเปลี่ยนตามองค์กรหรือผลิตภัณฑ์ของเรา Knowledge จะมีประโยชน์มากกว่าการหวังว่า AI จะรู้เอง
Google ระบุว่า Custom Gem สามารถสร้างและจัดการผ่าน Gemini Web App
ขั้นตอนคือ
① เปิด Gemini
② เปิด Sidebar
③ เลือก Gems
④ เลือก Custom Gem ที่ต้องการ
⑤ เข้า Edit Gem
⑥ เลื่อนหา Knowledge
หากยังไม่มี Gem ให้สร้าง Custom Gem ก่อน
ใต้หัวข้อ
Knowledge
ให้เลือก
Add files
จากนั้นจะมีตัวเลือกสำหรับ Source ที่ระบบรองรับ
เช่น
ตาม Interface และ Availability ของบัญชี
หากมีไฟล์อยู่ใน Computer
① เปิด Edit Gem
② ไปที่ Knowledge
③ คลิก Add files
④ เลือก Upload files
⑤ เลือกไฟล์จากเครื่อง
⑥ รอ Upload
⑦ ตรวจว่าไฟล์ปรากฏใน Knowledge
⑧ Save Gem
หลังจากนั้น Gem สามารถใช้ไฟล์เป็น Context ใน Chat ได้
ได้ใน Workflow ที่ Google รองรับ
Google ระบุว่าสามารถ Upload File เพื่อเพิ่ม Context ให้ Gem
อย่างไรก็ตามการสร้างและจัดการ Custom Gem ยังควรทำผ่าน Gemini Web App ตามคู่มือปัจจุบัน
จึงสะดวกที่สุดบน Desktop
Gemini Apps รองรับไฟล์เอกสารหลายประเภท รวมถึง PDF ในระบบ Upload File
PDF จึงเหมาะมากกับ Knowledge เช่น
แต่คุณภาพของคำตอบขึ้นอยู่กับ
ด้วย
PDF ที่ Scan มาไม่ชัดอาจใช้งานได้แย่กว่า PDF ที่มี Text Structure ดี
Gemini Apps รองรับ Spreadsheet ในระบบ File Upload
จึงสามารถใช้ข้อมูลประเภท
เป็น Context ได้ตามความเหมาะสม
แต่ถ้าข้อมูลมีตัวเลขสำคัญ ควรกำหนด Instructions ให้ Gem
รักษาตัวเลขเดิมและห้ามประมาณค่า
ด้วย
Gemini Apps รองรับรูปภาพในระบบ File Upload
จึงสามารถใช้ภาพเป็น Context ได้ในงานที่เหมาะสม
เช่น
แต่ถ้าเป็น Knowledge สำหรับข้อมูลที่ต้องค้นซ้ำบ่อย เอกสารที่มี Text ชัดเจนมักจัดการง่ายกว่า
อย่าใช้หลัก
มีไฟล์อะไร ใส่ทั้งหมด
ให้ใช้หลัก
Gem ต้องใช้ข้อมูลอะไร จึงใส่เฉพาะสิ่งนั้น
ตัวอย่าง Gem:
D-Link Support Assistant
ควรเพิ่ม
ไม่จำเป็นต้องเพิ่ม
ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Task
Gem ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง
Gem ที่มี Source 10 ไฟล์ตรงกับงาน อาจมีประโยชน์กว่า Gem ที่มีเอกสาร 500 ไฟล์คนละเรื่อง
เพราะ Source จำนวนมากสามารถเพิ่ม
หลักที่ควรใช้คือ
Relevant → Current → Verified
ก่อนเพิ่มเข้าสู่ Knowledge
ก่อน Upload ควรตั้งชื่อไฟล์ให้บอกเนื้อหา
ไม่ดี:
final-new-new2.pdf
ดีกว่า:
dlink-router-installation-guide.pdf
หรือ
brand-writing-guidelines.pdf
แม้ชื่อไฟล์ไม่ได้ทำให้ AI ฉลาดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ช่วยให้เรา Management Knowledge ได้ง่ายขึ้น
แทนไฟล์เดียว 500 หน้า รวมทุกเรื่อง อาจจัดเป็น
ถ้า Workflow และระบบรองรับ
จะช่วยให้
มากกว่าไฟล์ใหญ่ที่รวมทุกอย่างโดยไม่มี Structure
Google รองรับ Drive File เป็น Knowledge ของ Gem
ขั้นตอน:
① เปิด Edit Gem
② ไปที่ Knowledge
③ Add files
④ เลือก Add from Drive
⑤ เลือก File
⑥ เพิ่มเข้า Gem
⑦ Save
เหมาะมากกับเอกสารที่มีการ Update เป็นประจำ
นี่เป็นหนึ่งใน Feature ที่มีประโยชน์ที่สุด
Google ระบุว่า หากเพิ่มไฟล์จาก Google Drive เป็น Knowledge
Gem จะใช้ Version ล่าสุดของ Drive File
หากแก้ Document ใน Drive การเปลี่ยนแปลงจะสะท้อนให้ Gem ใช้งานด้วย
ตัวอย่าง:
Price List = Version A
ทีมแก้ Drive File เป็น Version B
Gem จะใช้ Version ล่าสุดของ Source นั้นตาม Workflow ของ Google
ไม่ต้อง Upload File ใหม่จากเครื่องทุกครั้ง
เหมือนเพิ่ม Snapshot ของ File เข้า Gem
เหมาะกับไฟล์ที่ไม่เปลี่ยนบ่อย
เหมาะกับ Document ที่มีการ Update เพราะ Gem ใช้ Version ล่าสุดจาก Drive
ตัวอย่าง:
Company Style Guide
ควรพิจารณา Drive
ส่วน
Research Paper ปี 2023
ที่ไม่เปลี่ยนแล้ว Upload File อาจเพียงพอ
Google ระบุว่าการเพิ่ม Drive File เข้า Gem ต้องมี
หากยังไม่ได้เชื่อม ระบบสามารถเสนอให้ Connect ได้
ดังนั้นถ้าเลือก Drive ไม่ได้ อย่ารีบสรุปว่า Feature เสีย
ให้ตรวจสองจุดนี้ก่อน
สาเหตุอาจมาจาก
หากเป็นบัญชี Work/School ต้องพิจารณานโยบายขององค์กรด้วย
Google ระบุว่าการเข้าถึง Drive จาก Gemini สำหรับบัญชี Work/School อาจขึ้นอยู่กับ Workspace Administrator
ดังนั้นหากบัญชีส่วนตัวใช้งานได้แต่ Account บริษัทไม่ได้ อาจเป็น
Admin Policy
ไม่ใช่ Bug
อย่าพยายามย้ายเอกสารบริษัทไปบัญชีส่วนตัวเพื่อหลบข้อจำกัด หากขัดกับนโยบายขององค์กร
ได้
Google ปัจจุบันรองรับการเพิ่ม NotebookLM Notebook เข้า Custom Gem ในระบบที่รองรับ
โดยเลือกประมาณ
Knowledge → Add files → More uploads → Notebooks
จากนั้นเลือก Notebook ที่ต้องการ
เหมาะกับกรณีที่มีชุด Source จำนวนมากรวบรวมไว้ใน NotebookLM อยู่แล้ว
ตัวอย่าง:
มี NotebookLM ชื่อ
Network Fundamentals
ภายในมี
สามารถนำ Notebook นั้นมาเป็น Source ให้ Study Gem ได้
หรือ Notebook:
Company Product Knowledge
สามารถช่วยให้ Gem ใช้ Collection ของ Source ได้ตามระบบที่รองรับ
จุดนี้สำคัญมาก
Google ระบุว่า
NotebookLM notebooks ไม่สามารถใช้เป็น Source สำหรับ Shared Gems
ดังนั้นหากสร้าง Gem เพื่อใช้ส่วนตัว สามารถใช้ NotebookLM ได้ตาม Availability
แต่ถ้าต้องการแชร์ Gem ให้
ต้องตรวจ Source ก่อน
Gem ที่ต้อง Share อาจต้องใช้ Source รูปแบบอื่นที่รองรับแทน
เมื่อ Gem ตอบจาก Knowledge Files ระบบสามารถแสดง Citation ที่เกี่ยวข้องกับไฟล์
ช่วยให้รู้ว่า
“ข้อมูลนี้มาจาก Source ไหน”
มีประโยชน์มากสำหรับ
เพราะสามารถย้อนตรวจคำตอบได้
Google มีตัวเลือก
Disable knowledge citations
หากไม่ต้องการให้ Gem แสดง Citation จาก Knowledge Files
แต่มีผลสำคัญ:
Google ระบุว่าการปิดตัวเลือกนี้จะปิด Citation สำหรับไฟล์ที่ Upload เพิ่มใน Gem Chat ด้วย
ดังนั้นสำหรับ Gem ที่เน้นความถูกต้อง ไม่ควรรีบปิด Citation โดยไม่มีเหตุผล
แนะนำให้เปิดไว้สำหรับ
เพราะผู้ใช้สามารถตรวจ Source ได้ง่าย
โดยเฉพาะข้อมูลที่ AI ตอบผิดแล้วสร้างผลกระทบสูง
ควร
แค่เพิ่ม File ไม่ได้บอก Gem ว่าควรใช้ข้อมูลอย่างไร
ตัวอย่าง Instructions:
“เมื่อถามเกี่ยวกับ Product Specification ให้ใช้ Knowledge Files เป็น Source หลัก”
หรือ
“หากข้อมูลใน Knowledge ขัดกับความรู้ทั่วไป ให้ยึด Source ที่ผู้ใช้ให้เป็นหลักสำหรับข้อมูลผลิตภัณฑ์นี้”
ช่วยกำหนด Grounding Behavior
หนึ่งใน Instructions ที่มีประโยชน์ที่สุดคือ
หากไม่พบคำตอบใน Knowledge Files ให้ตอบว่า
“ไม่พบข้อมูลนี้ในแหล่งความรู้ที่ให้มา”
และห้ามสร้างข้อมูลขึ้นเอง
เหมาะมากกับ
สามารถเขียน Instructions ให้ Gem ยึด Source ที่ให้มาอย่างเข้มงวด เช่น
สำหรับคำถามที่เกี่ยวข้องกับคู่มือสินค้า
ให้ตอบโดยอิง Knowledge Files เท่านั้น
หาก Source ไม่มีข้อมูลเพียงพอ
ให้แจ้งว่าไม่มีข้อมูล แทนการเดา
แต่ยังควรตรวจ Output กับ Source สำหรับงานสำคัญ
เพราะ Generative AI ยังสามารถตีความ Source ผิดได้
ตัวอย่าง:
เมื่อใช้ข้อมูลจาก Knowledge
ให้รักษา Citation ของ Source ไว้ในคำตอบเมื่อระบบรองรับ
เหมาะกับทีม Support ที่ต้องการตรวจ Manual ก่อนส่งคำตอบให้ลูกค้า
หลังเพิ่มไฟล์อย่า Test ด้วยคำถามทั่วไป
ควรถามข้อมูลที่มีอยู่เฉพาะใน File
ตัวอย่างใน Manual เขียนว่า
“LED สีส้มหมายถึง Firmware Upgrade”
ลองถาม:
“ไฟสีส้มหมายถึงอะไร”
ถ้า Gem ตอบตรง Source แสดงว่า Knowledge ถูกใช้
จากนั้นต้อง Test ต่อด้วยสิ่งที่ไม่มีใน File
สมมติ Manual ไม่มีราคา
ถาม:
“Router รุ่นนี้ราคาเท่าไร”
Gem ที่ตั้ง Instruction ดีควรตอบแนวว่า
“ไม่พบข้อมูลราคาใน Knowledge”
ไม่ควรสร้าง
“ราคา 2,990 บาท”
ขึ้นมาเอง
นี่เป็น Hallucination Test ที่สำคัญมาก
หาก Knowledge มี Router สองรุ่น
ถาม Specification ของแต่ละรุ่นแยกกัน
เพื่อดูว่า Gem สลับข้อมูลระหว่าง Product หรือไม่
AI สามารถหยิบ Fact จาก Source ใกล้เคียงผิดตัวได้
โดยเฉพาะเอกสารที่ชื่อ Product คล้ายกัน
ไม่ดี:
“รุ่นนี้ใช้ Wi-Fi อะไร”
ถ้า Context มีหลายรุ่น
ดีกว่า:
“ตาม Knowledge รุ่น D-Link ABC200 รองรับ Wi-Fi มาตรฐานใด”
ช่วยลด Ambiguity
สมมติมี
อยู่ใน Gem พร้อมกัน
Gem อาจต้องตัดสินใจว่าอันไหนล่าสุด
ดีกว่าลบ Version เก่าที่ไม่จำเป็น หรือระบุ Instructions:
“เมื่อ Source หลายฉบับขัดกัน ให้ใช้เอกสารวันที่ล่าสุดและแจ้ง Version ที่ใช้”
Google ระบุว่าสามารถ Edit Gem เพื่อ
ได้ภายหลัง
ดังนั้นควรทำ Knowledge Maintenance เป็นระยะ
ตัวอย่าง:
Price List เก่า
→ Remove
Price List ใหม่
→ Add
อย่าปล่อย Source เก่าค้างโดยไม่มีเหตุผล
ถ้า File เปลี่ยนบ่อย Drive Source มีประโยชน์มาก
เพราะ Google ระบุว่า Gem ใช้ Version ล่าสุดของไฟล์
เหมาะกับ
ที่มีการแก้ไขต่อเนื่อง
ระบบใช้ Version ล่าสุด ไม่ได้หมายความว่า Version ล่าสุดถูกเสมอ
หากคนในทีมแก้ Drive Document ผิด
Gem ก็อาจอิงข้อมูลผิดนั้น
ดังนั้นต้องมี
สำหรับ Knowledge สำคัญ
Gem Knowledge ควรเลือก Source ที่เกี่ยวข้องตามตัวเลือกที่ระบบรองรับ
ไม่ควรพยายามเพิ่มทุกไฟล์ในบริษัทเพียงเพราะอยู่ใน Folder เดียวกัน
Source ที่เฉพาะเจาะจงมักควบคุมได้ดีกว่า
Knowledge Files ไม่ใช่ Secret Manager
ไม่ควร Upload
ให้ Gem
โดยเฉพาะ Gem ที่อาจถูกแชร์ในอนาคต
ต้องระวังอย่างมาก
Google ระบุว่า
ผู้ที่มี Access เข้า Gem สามารถดู Instructions และไฟล์ที่ Upload เข้า Gem ได้
ดังนั้นก่อน Share Gem ให้ตรวจ Knowledge ทุกไฟล์
อย่าคิดว่าไฟล์เป็น “ข้อมูลเบื้องหลังที่ผู้รับมองไม่เห็น”
ถ้าใช้ Google Drive File และแชร์ Gem ให้คนอื่น ต้องตรวจสิทธิ์ของ Source ที่เกี่ยวข้องด้วย
ระบบ Sharing ของ Gem และ Files สามารถเกี่ยวข้องกัน
อย่าให้ Permission กว้างกว่าที่ต้องการ
ใช้หลัก
Least Privilege
คือให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น
หากแชร์ Gem:
เหมาะกับคนที่ต้องการใช้งาน
มีสิทธิ์มากกว่า และ Google ระบุว่าผู้มี Edit Access สามารถแก้หรือแม้แต่ลบ Gem ได้ตามระบบ Sharing
จึงไม่ควรแจก Editor Access ให้ทุกคนโดยไม่จำเป็น
ตัวอย่าง:
“ใช้ Knowledge เป็น Source หลัก
หากไม่พบข้อมูลให้แจ้งว่าไม่พบ
ห้ามประมาณ Specification”
เหมาะกับ Customer Support
Knowledge ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อมูล Keyword จำนวนมหาศาล
สามารถเพิ่ม
แล้ว Instructions:
“ใช้ Style Guide สำหรับ Tone และคำศัพท์
แต่ Search Intent ของแต่ละบทความมาจาก Prompt ปัจจุบัน”
ช่วยแยกข้อมูลถาวรกับข้อมูลของแต่ละ Article
Knowledge:
Instructions:
“ห้ามสร้าง Promotion หรือ Claim ที่ไม่มีใน Knowledge”
ช่วยลดปัญหา AI แต่ง Marketing Claim
เช่น
ไม่ควรใส่
.env ที่มี CredentialGem สามารถช่วย Review Code ตาม Standard ได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้ Secret
เช่น
Instructions:
“ตอบจาก Study Material ก่อน
หากข้อมูลไม่มีใน Source ให้บอก
หลังอธิบายให้ถาม Quiz 3 ข้อ”
ช่วยสร้าง Tutor ที่ยึด Course Material ของผู้เรียน
เช่น
แต่ถ้ามี Financial Data จริงต้องตรวจ Policy ขององค์กรก่อน Upload
และควรใช้เฉพาะข้อมูลที่จำเป็น
สามารถเพิ่ม
Instructions:
“หากลูกค้าถามนอก Policy ให้แจ้งว่าต้องส่งต่อเจ้าหน้าที่แทนการสร้างกฎใหม่”
ป้องกัน AI สร้าง Policy เอง
มีโอกาส
Google เตือนว่าการ Upload File ที่ใหญ่มากอาจทำให้ Gemini พลาดความเชื่อมโยงหรือรายละเอียดที่กระจายอยู่ในเอกสาร
ดังนั้นอย่าคิดว่า
ไฟล์ใหญ่กว่า = คำตอบดีกว่า
หาก Source ใหญ่มาก อาจแบ่งเป็นไฟล์ที่มีขอบเขตชัดเจนและตรงกับ Task มากขึ้น
Gemini Apps รองรับ File Type จำนวนมากและมี Upload Limits ที่แตกต่างตาม
Google ปรับ Limit ได้ตามระบบ
ดังนั้นหากต้องใช้ไฟล์ขนาดใหญ่หรือจำนวนมาก ควรดูหน้า Supported File Types and Limits ล่าสุดก่อนออกแบบ Knowledge Base ขนาดใหญ่
แม้เพิ่ม Source เข้า Gem ได้ แต่ Model ยังมี Context Window และ Usage Limits
เอกสารจำนวนมากหรือยาวมากไม่ได้รับประกันว่าจะถูกใช้ทุก Detail ในคำตอบเดียว
ดังนั้นควร
ให้ชัด
แทน:
“สรุปทุกอย่าง”
ใช้:
“จาก Warranty Policy ใน Knowledge สรุปเฉพาะเงื่อนไขที่ทำให้ประกันสิ้นสุด”
หรือ
“จาก Installation Guide อธิบายเฉพาะขั้นตอนตั้งค่า WAN”
Prompt ที่ Scope แคบช่วยลด Noise
ถามต่อว่า
“ข้อมูลนี้มาจากไฟล์ใด”
หรือ
“ตรวจคำตอบใหม่กับ Knowledge และอย่าใช้ข้อมูลทั่วไป”
จากนั้นเปิด Source ตรวจด้วยตัวเอง
ถ้าปัญหาเกิดซ้ำ ให้ปรับ Instructions
Citation ช่วยบอก Source แต่ไม่ได้รับประกันว่าการตีความถูก
ต้องตรวจว่า
โดยเฉพาะงานสำคัญ
ใช้เฉพาะ Knowledge Files เพื่อตอบคำถามต่อไปนี้
1. Product รุ่น ABC รองรับอะไรบ้าง
2. มีข้อจำกัดอะไร
3. Source อยู่ในไฟล์ใด
หากข้อใดไม่มีข้อมูลใน Knowledge
ให้ตอบว่า “ไม่พบข้อมูล”
ห้ามเติมข้อมูลจากการคาดเดา
เหมาะสำหรับทดสอบหลังเพิ่ม File
ใช้คู่มือใน Knowledge เป็น Source หลัก
อธิบายวิธี Reset Router รุ่น ABC ทีละขั้น
หากคู่มือมีคำเตือน ให้แสดงก่อนขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
อย่าใช้วิธี Reset ของ Router รุ่นอื่น
ช่วยลดการสลับข้อมูลข้ามรุ่น
ใช้เฉพาะเอกสาร Chapter 3 ใน Knowledge
สอนเรื่อง DNS สำหรับผู้เริ่มต้น
หลังอธิบาย:
- สรุป 5 Bullet
- Quiz 5 ข้อ
ห้ามนำหัวข้อที่ไม่มีใน Chapter มาออกข้อสอบ
ใช้ Report ใน Knowledge
สรุป:
- Revenue
- Cost
- Margin
- Main Risk
รักษาตัวเลขและหน่วยเดิม
หากต้องคำนวณเพิ่มเติมให้แสดง Formula
ตรวจ Knowledge Files ว่ามีข้อมูลใดขัดกัน
แสดง:
- ประเด็น
- File A
- File B
- วันที่/Version หากมี
ยังไม่ต้องเลือกว่าข้อมูลใดถูก
เหมาะมากก่อนนำ Knowledge Base ไปใช้กับทีม
ใช้ลำดับนี้:
① กำหนดหน้าที่ Gem
ต้องรู้อะไร
② เลือก Source
เฉพาะที่เกี่ยวข้อง
③ ตรวจ Version
ใช้ข้อมูลล่าสุด
④ Add files
Device / Drive / Notebook
⑤ เพิ่ม Instructions
บอกวิธีใช้ Knowledge
⑥ เปิด Citation
ถ้าต้องตรวจ Source
⑦ Preview
ถามข้อมูลที่อยู่ใน File
⑧ Hallucination Test
ถามข้อมูลที่ไม่มี
⑨ Refine
แก้ Instructions
⑩ Save
จากนั้นตรวจ Knowledge เป็นระยะ
เกิด Noise
Gem สับสนว่าอันไหนล่าสุด
ไม่กำหนดว่าจะใช้ Source อย่างไร
ไม่รู้ว่า Gem ชอบเดาหรือไม่
ตรวจ Source ยากขึ้น
Knowledge ไม่ใช่ Secret Storage
ผู้รับอาจเห็นไฟล์
NotebookLM Notebook ไม่รองรับเป็น Source สำหรับ Shared Gems ตามข้อจำกัดปัจจุบัน
คำตอบจึงล้าสมัย
ยังต้อง Human Review
ตรวจว่า
① File เกี่ยวข้องกับ Gem
② Source เชื่อถือได้
③ Version ปัจจุบัน
④ ไม่มีข้อมูลซ้ำที่ไม่จำเป็น
⑤ ไม่มี Password/API Key
⑥ ไม่มีข้อมูล Sensitive เกินความจำเป็น
⑦ ชื่อไฟล์เข้าใจง่าย
⑧ รู้ว่า Source ควรใช้กับคำถามประเภทใด
จากนั้นค่อย Add
① File ปรากฏใน Gem
② Instructions อธิบายวิธีใช้ Source
③ Preview แล้ว
④ ถาม Fact ที่มีใน File แล้ว
⑤ ถาม Fact ที่ไม่มีแล้ว
⑥ ตรวจ Citation
⑦ ตรวจ Hallucination
⑧ Save Gem แล้ว
อย่าจบเพียงเห็นชื่อ File ใน Knowledge
ก่อนใช้ Drive ตรวจ
① Keep Activity เปิด
② Google Workspace เชื่อมกับ Gemini Apps
③ File ถูกฉบับ
④ Permission ถูกต้อง
⑤ File Owner ชัด
⑥ Version ล่าสุดถูกต้อง
ข้อดีคือ Gem สามารถใช้ Version ล่าสุดของ Drive File ได้
ตรวจอย่างละเอียด:
① ทุก File แชร์ได้จริง
② ไม่มีข้อมูลลับ
③ ไม่มี Customer Data ที่ไม่ควรเปิดเผย
④ Permission ของ Gem ถูก
⑤ Permission ของ Drive File ถูก
⑥ Instructions ไม่มี Secret
⑦ ไม่ใช้ NotebookLM Notebook หาก Gem ต้อง Share
⑧ Viewer/Editor ถูกคน
เพราะ Knowledge ไม่ได้ซ่อนจากผู้มี Access เสมอไป
ได้ Google มีส่วน Knowledge → Add files สำหรับเพิ่ม Source ให้ Custom Gem
เปิด Edit Gem → Knowledge → Add files → Upload files แล้วเลือกไฟล์จาก Device
ได้ ใช้ Add from Drive
ไม่จำเป็นใน Workflow นี้ Google ระบุว่า Gem จะใช้ Version ล่าสุดของ Drive File และการเปลี่ยนแปลงในไฟล์จะสะท้อนใน Gem
ต้องเปิด Keep Activity และเชื่อม Google Workspace กับ Gemini Apps ตามข้อกำหนดปัจจุบัน
ได้ ใช้ More uploads → Notebooks ตาม Availability
Google ระบุว่า NotebookLM Notebook ไม่สามารถใช้เป็น Source สำหรับ Shared Gems ในปัจจุบัน
เป็น Citation ที่ช่วยชี้กลับไปยัง Knowledge File ที่เกี่ยวข้องกับคำตอบ
ได้ ใช้ Disable knowledge citations แต่จะปิด Citation สำหรับไฟล์ที่ Upload ใน Gem Chats ด้วย
Gemini Apps รองรับ PDF และไฟล์เอกสารหลายประเภทตาม File Upload Limits ปัจจุบัน
Gemini Apps รองรับ Spreadsheet ในระบบ Upload File
สามารถเขียน Instructions ให้ยึด Knowledge เป็น Source หลักและหากไม่พบข้อมูลให้ไม่เดา แต่ยังต้องตรวจคำตอบสำคัญกับ Source
Knowledge ถูกผูกเป็น Source ของ Custom Gem จนกว่าจะนำออกหรือมีการเปลี่ยนแปลงตาม Workflow ของ Source แต่ควรแยกสิ่งนี้จาก Memory ทั่วไปของ Gemini
ได้ Google ระบุว่าสามารถ Edit Gem เพื่อเพิ่มหรือ Remove Files ได้ภายหลัง
ถ้า File คงที่ Upload File ใช้ง่าย แต่ถ้าเอกสารถูก Update เป็นประจำ Google Drive มีข้อดีเพราะ Gem ใช้ Version ล่าสุด
ไม่แนะนำ ควรเพิ่มเฉพาะ Source ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของ Gem เพื่อช่วยลด Noise และ Version Conflict
อาจมี Google ระบุว่าไฟล์ที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้ Gemini พลาดความเชื่อมโยงหรือรายละเอียดบางจุด ควรใช้ Source ที่กระชับและเกี่ยวข้องเมื่อทำได้
Google ระบุว่า Instructions และ Uploaded Files ของ Gem สามารถถูกผู้ที่มี Access มองเห็นได้ จึงต้องตรวจข้อมูลก่อน Share
ไม่ควร Knowledge ไม่ใช่ Secret Management System
ลบ Version เก่าที่ไม่จำเป็น หรือกำหนด Version/วันที่ให้ชัดและตรวจ Conflict ก่อนใช้งานจริง
วิธีเพิ่ม Knowledge ให้ Custom Gem คือ
① เปิด Gemini Web → ② Gems → ③ Edit Custom Gem → ④ Knowledge → ⑤ Add files → ⑥ เลือก Source → ⑦ Test → ⑧ Save
Source หลักที่ Google รองรับในปัจจุบันประกอบด้วย
ใช้ Upload files
ใช้ Add from Drive
และจุดเด่นสำคัญคือ Gem จะใช้ Version ล่าสุดของ Drive File
ใช้ More uploads → Notebooks
ตาม Availability
หลังเพิ่ม Source แล้ว ไม่ควรจบเพียงเท่านั้น
ต้องเขียน Instructions ให้ชัดว่า
Gem ควรใช้ Knowledge อย่างไร
เช่น
“ใช้ Knowledge เป็น Source หลัก”
และ
“หากไม่พบข้อมูล ห้ามเดา”
จากนั้น Test สองประเภทเสมอ
ถามข้อมูลที่ มีอยู่ ใน Knowledge
ถามข้อมูลที่ ไม่มีอยู่ ใน Knowledge
ถ้า Gem สร้างคำตอบขึ้นมาเองใน Test 2 ให้กลับไปเพิ่ม Constraints
นอกจากนี้ควรเปิด Knowledge Citations หากต้องตรวจ Source เพราะช่วยให้ย้อนกลับไปดูไฟล์ต้นฉบับง่ายขึ้น
สำหรับ Source ที่เปลี่ยนบ่อย เช่น
Google Drive มักเหมาะกว่า Upload Static File เนื่องจากใช้ Version ล่าสุดของ Document
แต่ไม่ว่า Source จะมาจากที่ใด สิ่งสำคัญที่สุดคือ
Relevant Source + Current Version + Clear Instructions + Verification
ไม่ใช่
Upload ไฟล์ให้เยอะที่สุด
และก่อนแชร์ Gem ต้องตรวจ Knowledge ทุกครั้ง เพราะ Google ระบุว่าผู้ที่มี Access สามารถดู Instructions และ Uploaded Files ของ Gem ได้ และ NotebookLM Notebook ปัจจุบันไม่สามารถใช้เป็น Source สำหรับ Shared Gems
สูตรที่ควรจำคือ
Select → Add → Instruct → Test → Verify → Maintain
เมื่อจัด Knowledge ของ Gemini Gem อย่างเป็นระบบ Gem จะเปลี่ยนจาก AI Assistant ทั่วไปให้กลายเป็นผู้ช่วยที่ทำงานกับข้อมูลเฉพาะของเราได้สม่ำเสมอและตรวจสอบ Source ได้ง่ายขึ้น