Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

สาย Fiber Optic เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ส่งข้อมูลด้วยแสงผ่านเส้นใยแก้วขนาดเล็กมาก ทำให้สามารถส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงและระยะทางไกลกว่าสายสื่อสารแบบเดิม
หลายคนอาจเคยเห็นสายไฟเบอร์ แต่ไม่รู้ว่า ภายในสาย Fiber Optic มีโครงสร้างอะไรบ้าง
บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานของสายไฟเบอร์ไปจนถึงองค์ประกอบที่ทำให้มันสามารถส่งข้อมูลด้วยความเร็วระดับกิกะบิตได้
สาย Fiber Optic คือสายสื่อสารที่ใช้ แสง (Light Signal) ในการส่งข้อมูลผ่านเส้นใยแก้วหรือพลาสติก
ข้อมูลจะถูกแปลงเป็นสัญญาณแสง จากนั้นแสงจะวิ่งผ่านเส้นใยแก้วด้วยหลักการ
Total Internal Reflection
ทำให้แสงสามารถเดินทางได้ไกลมากโดยสูญเสียพลังงานน้อยมาก
ด้วยเหตุนี้ Fiber Optic จึงถูกใช้ใน
Core คือส่วนสำคัญที่สุดของสาย Fiber Optic
เป็นเส้นใยแก้วที่แสงใช้เดินทางผ่าน
Core มีขนาดเล็กมาก เช่น
คุณสมบัติสำคัญของ Core
คุณภาพของ Core เป็นสิ่งที่กำหนด
Cladding คือชั้นแก้วที่อยู่รอบ Core
หน้าที่ของมันคือ
สะท้อนแสงกลับเข้า Core
หลักการนี้เรียกว่า
Total Internal Reflection
ทำให้แสงไม่หลุดออกจากเส้นใย
ขนาดของ Cladding มาตรฐานคือ
125 µm
ซึ่งเป็นขนาดที่ใช้ใน Fiber Optic ทั่วโลก
ชั้น Coating เป็นชั้นพลาสติกที่เคลือบ Cladding
หน้าที่คือ
ขนาดโดยทั่วไปประมาณ
250 µm
Coating ช่วยให้เส้นใยแก้วที่เปราะบางสามารถใช้งานจริงได้
ชั้น Buffer หรือชั้นป้องกันเส้นใย
ทำหน้าที่
Buffer มีหลายรูปแบบ เช่น
โดยเฉพาะในสาย Fiber สำหรับภายนอกอาคาร
สาย Fiber Optic ต้องมีส่วนที่ช่วยรับแรงดึง
เรียกว่า
Strength Member
วัสดุที่ใช้ เช่น
หน้าที่คือ
เพราะเส้นใยแก้วภายในมีความเปราะมาก
ชั้นนอกสุดของสายเรียกว่า
Outer Jacket
ทำหน้าที่
วัสดุที่ใช้ เช่น
ในสาย Outdoor มักใช้ Jacket ที่ทนแดดและน้ำ
โครงสร้างของสาย Fiber Optic โดยทั่วไปจะเรียงแบบนี้
Outer Jacket
Strength Member
Buffer
Coating
Cladding
Core
ทุกชั้นทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อให้สาย Fiber
สาย Fiber Optic เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารที่ซับซ้อน แต่มีโครงสร้างหลักไม่กี่ชั้น
องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
การทำงานร่วมกันของชั้นเหล่านี้ทำให้ Fiber Optic สามารถส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงและระยะทางไกล
จึงกลายเป็นโครงสร้างหลักของ อินเทอร์เน็ตยุคใหม่ทั่วโลก