🔥 บริบทของ “ร้านค้า” ที่โทรศัพท์มีผลต่อรายได้โดยตรง
- ลูกค้าโทรถามราคา/สต็อก
- โทรสั่งสินค้าเร่งด่วน
- โทรช่วงพีคพร้อมกันหลายสาย
- ต้องรับสายเร็ว ไม่ให้ลูกค้ารอสาย
ถ้าสายไม่ติด หรือไม่มีคนรับ
ยอดขายหายทันที
🧭 รูปแบบระบบโทรศัพท์ที่เหมาะกับร้านค้า
① IP PBX ขนาดเล็ก (เหมาะสุด)
เหมาะกับ:
- ร้านค้าหน้าร้าน + ออนไลน์
- มีพนักงานหลายคน
- ต้องการรับสายซ้อน
จุดเด่น
- รับสายพร้อมกันหลายสาย
- โอนสายไปแผนกขายได้เร็ว
- ตั้งข้อความต้อนรับอัตโนมัติ
- เพิ่มเครื่องง่าย
② Cloud PBX (ร้านออนไลน์ / หลายสาขา)
เหมาะกับ:
- ร้านค้าออนไลน์
- ร้านที่มีหลายสาขา
- ทีมขายรับสายจากหลายที่
จุดเด่น
- รับสายจากมือถือได้
- ไม่ต้องลงทุนตู้
- ขยายง่ายตามจำนวนพนักงาน
ข้อควรคิด
- มีค่าบริการรายเดือน
- ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต
③ โทรศัพท์บ้านธรรมดา (ร้านเล็กมาก)
เหมาะกับ:
- ร้านเล็ก โทรไม่เยอะ
- มีคนรับสายตลอด
ข้อจำกัด
- รับสายซ้อนไม่ได้
- โอนสายยาก
- พลาดสายช่วงพีคง่าย
🔍 ฟีเจอร์ที่ร้านค้า “ควรมี”
① รับสายซ้อน / คิวสาย
- ลูกค้าไม่เจอสายไม่ว่าง
- ลดการวางสายซ้ำ
- เพิ่มโอกาสปิดการขาย
② โอนสายไปฝ่ายขายเร็ว
- ลดเวลารอ
- ลูกค้าได้คุยคนที่รู้เรื่องทันที
- ภาพลักษณ์มืออาชีพ
③ ข้อความต้อนรับอัตโนมัติ
- แจ้งเวลาทำการ
- แนะนำช่องทางติดต่อ
- ลดภาระพนักงานหน้าร้าน
④ แสดงเบอร์ผู้โทร
- โทรกลับลูกค้าได้
- จดจำลูกค้าประจำ
- ลดความผิดพลาด
🧪 เช็กก่อนเลือก (แบบร้านค้าจริง)
1️⃣ ช่วงพีคมีสายเข้ากี่สายพร้อมกัน
2️⃣ ขายหน้าร้านอย่างเดียว หรือออนไลน์ด้วย
3️⃣ มีหลายสาขาหรือไม่
4️⃣ ต้องการรับสายนอกเวลาหรือไม่
5️⃣ มีคนดูแลระบบหรือไม่
คำตอบเหล่านี้
จะช่วยให้เลือกระบบได้พอดีกับร้านซึ่งส่วนนี้ทาง คอมสยาม สรุปแนวคิดให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น
🚨 จุดที่ร้านค้ามักพลาด
- ใช้เบอร์เดียวรับทุกอย่าง
- ไม่มีระบบรับสายซ้อน
- ไม่ตั้งข้อความอัตโนมัติ
- พึ่งคนรับสายคนเดียว
ผลคือ
ลูกค้าโทรไม่ติด แล้วไปหาร้านอื่น
🛠️ แนวคิดช่าง: โทรศัพท์คือ “เครื่องมือขาย”
การเลือกโทรศัพท์ออฟฟิศสำหรับร้านค้า
ควรมองภาพรวมของ
การวางระบบโทรศัพท์ให้รองรับงานขายและหน้าร้าน
ไม่ใช่แค่มีเบอร์ให้โทรติด
- รับสายทัน
- โอนสายเร็ว
- ไม่พลาดช่วงพีค
ระบบที่ดี
ช่วยเพิ่มยอดขาย
โดยไม่ต้องเพิ่มโฆษณา
✅ สรุปแบบช่างพูดตรง
โทรศัพท์ออฟฟิศสำหรับร้านค้า
ต้อง รับสายได้ทันที และรองรับหลายสาย
เพราะทุกสาย
คือโอกาสปิดการขาย
ที่ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ