Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

กราฟและแผนภูมิช่วยเปลี่ยนตัวเลขจำนวนมากให้เป็นภาพที่เข้าใจง่าย ทำให้ผู้อ่านมองเห็นความแตกต่าง แนวโน้ม สัดส่วน และความสัมพันธ์ของข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น Canva มีเครื่องมือสร้างกราฟหลายประเภท พร้อมตัวเลือกแก้ไขสี ฟอนต์ ป้ายข้อมูล และรูปแบบการแสดงผล
อย่างไรก็ตาม กราฟที่สวยไม่ได้หมายความว่าจะสื่อสารได้ถูกต้องเสมอไป ผู้สร้างต้องเลือกชนิดกราฟให้ตรงกับข้อมูล ตรวจสอบตัวเลข และหลีกเลี่ยงการออกแบบที่ทำให้ความแตกต่างดูมากหรือน้อยกว่าความเป็นจริง
คำว่า “กราฟ” และ “แผนภูมิ” มักใช้แทนกันในภาษาทั่วไป แต่สามารถอธิบายความแตกต่างได้ดังนี้
ในการใช้งาน Canva เราสามารถเลือกประเภทตามสิ่งที่ต้องการสื่อสารได้โดยไม่ต้องกังวลกับชื่อเรียกมากเกินไป สิ่งสำคัญคือผู้อ่านต้องตีความข้อมูลได้อย่างถูกต้อง
ประเภทกราฟและแผนภูมิที่พบบ่อยใน Canva ได้แก่
ชนิดกราฟที่ปรากฏอาจแตกต่างกันตามประเภทงาน บัญชี และการอัปเดตของ Canva
ใช้กราฟแท่ง เช่น เปรียบเทียบยอดขายของสินค้าแต่ละประเภท จำนวนผู้ใช้งานแต่ละช่องทาง หรือคะแนนของแต่ละทีม
กราฟแท่งแนวนอนเหมาะกับชื่อหมวดหมู่ที่ยาว ส่วนกราฟแท่งแนวตั้งเหมาะกับหมวดหมู่จำนวนน้อยหรือข้อมูลตามช่วงเวลา
ใช้กราฟเส้น เช่น จำนวนผู้เข้าชมรายเดือน ราคาสินค้ารายวัน หรือยอดขายรายปี
ควรเรียงเวลาอย่างต่อเนื่องจากซ้ายไปขวา และไม่สลับลำดับเดือนหรือปี
ใช้แผนภูมิวงกลมหรือโดนัท เมื่อข้อมูลแต่ละส่วนรวมกันเป็น 100% และมีจำนวนหมวดไม่มาก
หากมีหมวดหมู่จำนวนมากหรือค่าของแต่ละหมวดใกล้เคียงกัน กราฟแท่งจะเปรียบเทียบได้ง่ายกว่า
ใช้กราฟกระจาย เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างงบโฆษณากับยอดขาย หรือจำนวนชั่วโมงอ่านหนังสือกับคะแนนสอบ
การที่จุดข้อมูลเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันไม่ได้ยืนยันว่าตัวแปรหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกตัวแปรเสมอไป
ใช้กราฟเรดาร์ เหมาะกับการเปรียบเทียบสินค้า บุคคล หรือทีมในหลายด้าน แต่ควรจำกัดจำนวนตัวแปรและรายการเพื่อไม่ให้เส้นทับกันจนอ่านยาก
ใช้ Histogram เพื่อดูว่าค่าส่วนใหญ่อยู่ในช่วงใด เช่น อายุของลูกค้า ระยะเวลาการให้บริการ หรือคะแนนสอบ
ใช้ Treemap เมื่ออยากแสดงหมวดใหญ่และหมวดย่อยพร้อมขนาดของแต่ละส่วน เช่น ยอดขายแยกตามภูมิภาคและประเภทสินค้า
ก่อนเลือกกราฟ ให้กำหนดว่าต้องการให้ผู้อ่านเห็นอะไร เช่น
หนึ่งกราฟควรมีคำถามหลักที่ชัดเจน หากต้องตอบหลายคำถาม อาจแยกเป็นหลายกราฟแทนการรวมทุกข้อมูลไว้ในภาพเดียว
จัดข้อมูลเป็นแถวและคอลัมน์ โดยใช้หัวตารางที่เข้าใจง่าย เช่น
| เดือน | ยอดขาย |
|---|---|
| มกราคม | 120,000 |
| กุมภาพันธ์ | 145,000 |
| มีนาคม | 138,000 |
ก่อนนำเข้า Canva ควรตรวจสอบว่า
ควรเก็บข้อมูลต้นฉบับไว้อีกชุดและแก้ไขสำเนา เพื่อป้องกันความเสียหายต่อฐานข้อมูลหลัก
เลือกประเภทงานตามปลายทาง เช่น Presentation, Infographic, Report, Social Media Post หรือ Whiteboard จากนั้นเปิดเมนูองค์ประกอบหรือแอป แล้วเลือก Charts
อีกวิธีหนึ่งคือค้นหา “Graph” หรือชื่อกราฟที่ต้องการจากหน้าแรกของ Canva แล้วเลือกเทมเพลตสำเร็จรูป
เลือกชนิดกราฟให้ตรงกับวัตถุประสงค์ Canva จะเพิ่มกราฟพร้อมข้อมูลตัวอย่างลงในหน้า จากนั้นคลิกกราฟและเลือกแก้ไขข้อมูล
อย่าเริ่มจากกราฟที่ดูสวยที่สุด แต่ควรเริ่มจากชนิดที่ตอบคำถามของข้อมูลได้ชัดเจนที่สุด
สามารถพิมพ์ข้อมูลลงในตารางของกราฟ หรือคัดลอกข้อมูลจากสเปรดชีตมาวาง หากงานรองรับการนำเข้าข้อมูล สามารถอัปโหลดไฟล์อย่าง CSV, TSV หรือ XLSX และเชื่อมกับแหล่งข้อมูลที่ Canva รองรับได้
หลังนำเข้า ควรตรวจสอบว่า
หากกราฟเชื่อมกับข้อมูลภายนอก ต้องตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงและความเป็นส่วนตัวก่อนเชื่อมต่อ
ชื่อกราฟควรบอกทั้งตัวชี้วัด กลุ่มข้อมูล และช่วงเวลา เช่น
“จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์รายเดือน ปี 2569”
ชื่อนี้ชัดเจนกว่า “สถิติผู้เข้าชม” เพราะผู้อ่านทราบทันทีว่าข้อมูลวัดอะไรและเป็นช่วงเวลาใด
หากข้อมูลมีเงื่อนไขเพิ่มเติม ควรใส่คำอธิบายสั้นใต้ชื่อ เช่น “เฉพาะผู้ใช้งานจากประเทศไทย” หรือ “ไม่รวมรายการที่ถูกยกเลิก”
กราฟควรระบุข้อมูลที่จำเป็นต่อการตีความ ได้แก่
ไม่จำเป็นต้องเปิดทุกป้ายพร้อมกัน หากตัวเลขจำนวนมากซ้อนกัน ควรแสดงเฉพาะค่าที่สำคัญหรือให้ผู้อ่านอ้างอิงจากแกนแทน
ใช้สีเพื่อแยกชุดข้อมูลหรือเน้นประเด็น ไม่ควรใช้สีสุ่มทุกแท่งโดยไม่มีความหมาย
แนวทางที่เหมาะสม เช่น
ควรใช้ป้ายข้อความ รูปแบบเส้น หรือสัญลักษณ์ร่วมกับสี เพื่อให้ผู้ที่แยกสีบางคู่ได้ยากยังสามารถอ่านกราฟได้
ชื่อกราฟควรใหญ่ที่สุด ตามด้วยตัวเลขสำคัญ ป้ายแกน และแหล่งข้อมูลตามลำดับ
ควรเลือกฟอนต์ที่อ่านง่ายและใช้ไม่เกินสองตระกูล หากเป็นภาษาไทย ให้ตรวจสอบการแสดงสระและวรรณยุกต์หลังดาวน์โหลดไฟล์ด้วย
กราฟที่แทรกในเว็บไซต์หรือสไลด์ต้องทดลองดูจากระยะและอุปกรณ์จริง เพราะข้อความที่อ่านได้ในหน้าแก้ไขอาจเล็กเกินไปหลังนำไปใช้งาน
ควรระบุแหล่งที่มาไว้ใต้กราฟ โดยเฉพาะข้อมูลสถิติ รายงาน ผลสำรวจ หรือข้อมูลจากบุคคลภายนอก
ข้อมูลอ้างอิงอาจประกอบด้วย
หากเป็นข้อมูลภายในบริษัท ควรระบุว่าเป็นข้อมูลภายในและช่วงเวลาที่เก็บ เพื่อไม่ให้ผู้อ่านนำตัวเลขไปตีความนอกบริบท
กราฟแท่งเหมาะกับการเปรียบเทียบค่าระหว่างหมวดหมู่ โดยมีขั้นตอนดังนี้
หากต้องเรียงอันดับ ควรเรียงค่าจากมากไปน้อยหรือจากน้อยไปมาก เว้นแต่หมวดหมู่มีลำดับตามธรรมชาติ เช่น เดือนหรือระดับการศึกษา
กราฟเส้นเหมาะกับข้อมูลตามเวลา เช่น จำนวนผู้เข้าชมรายวัน รายเดือน หรือรายปี
ข้อควรระวัง ได้แก่
หากเปรียบเทียบหลายชุด ควรทำให้ชื่อในคำอธิบายสีสั้นและตรงกับเส้นอย่างชัดเจน
แผนภูมิวงกลมเหมาะกับการแสดงส่วนประกอบของยอดรวม โดยทุกส่วนต้องรวมกันเป็น 100%
ก่อนใช้ควรตรวจสอบว่า
หากมีมากกว่าห้าหรือหกหมวด หรือค่าหลายรายการใกล้เคียงกัน ควรพิจารณาใช้กราฟแท่งแทน
กราฟที่ใช้บนเว็บไซต์ต้องคำนึงถึงทั้งความอ่านง่ายและขนาดไฟล์
แนวทางที่ควรใช้ ได้แก่
หากทำกราฟสำหรับบทความของ comsiam ควรให้ภาพช่วยสรุปข้อมูล แต่ยังต้องมีข้อความอธิบายข้อค้นพบสำคัญอยู่ในบทความ เพื่อให้ผู้ที่มองไม่เห็นภาพหรือเปิดภาพไม่ได้ยังเข้าถึงเนื้อหาได้
กราฟสำหรับผู้บริหารควรนำไปสู่ข้อสรุป ไม่ใช่เพียงแสดงข้อมูลทั้งหมดที่มี
สามารถใช้ชื่อกราฟแบบสรุปข้อค้นพบ เช่น
“ยอดขายไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นจากช่องทางออนไลน์”
แทนชื่อทั่วไปอย่าง
“ยอดขายแยกตามช่องทาง”
ชื่อแบบแรกช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจประเด็นสำคัญทันที แต่ต้องมั่นใจว่าข้อสรุปตรงกับข้อมูลจริง
ในหนึ่งสไลด์ควรมีกราฟหลักเพียงหนึ่งประเด็น พร้อมข้อความสรุปสั้น หากต้องเปรียบเทียบหลายมิติ ควรแยกเป็นหลายสไลด์หรือสร้าง Dashboard ที่มีโครงสร้างชัดเจน
กราฟแท่งควรเริ่มแกนค่าจากศูนย์ในกรณีทั่วไป เพราะความยาวของแท่งใช้แทนขนาด หากเริ่มจากค่าที่สูง ความแตกต่างเล็กน้อยอาจดูใหญ่เกินจริง
หากจำเป็นต้องตัดแกน ต้องแสดงช่วงค่าอย่างชัดเจนและอธิบายเหตุผล
มุมมองสามมิติอาจทำให้ชิ้นส่วนด้านหน้าดูใหญ่กว่าด้านหลัง ทั้งที่มีค่าเท่ากัน ควรเลือกกราฟสองมิติที่เปรียบเทียบได้ตรงกว่า
หากสีน้ำเงินแทนปีปัจจุบันในกราฟแรก ก็ควรแทนปีปัจจุบันในกราฟอื่นด้วย เพื่อป้องกันการตีความผิด
ข้อความ “เพิ่มขึ้น 50%” ต้องระบุว่าเพิ่มจากค่าใด เป็นช่วงเวลาใด และวัดตัวชี้วัดอะไร
การตัดข้อมูลบางช่วงออกอาจเปลี่ยนแนวโน้มของกราฟ ควรเลือกช่วงเวลาที่มีเหตุผลและเปิดเผยข้อจำกัดของข้อมูล
เหมาะสำหรับเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และการแทรกในสไลด์ เพราะรักษาความคมชัดของข้อความ เส้น และไอคอนได้ดี
เหมาะกับงานที่มีภาพถ่ายร่วมด้วยและต้องการลดขนาดไฟล์ แต่อาจทำให้ข้อความเล็กไม่คมเท่า PNG
เหมาะสำหรับรายงานดิจิทัล เอกสารหลายหน้า และการส่งทางอีเมล
เหมาะสำหรับรายงานหรือโปสเตอร์ที่ต้องพิมพ์ด้วยคุณภาพสูง แต่ภาพต้นฉบับที่มีความละเอียดต่ำจะยังดูไม่คมชัด
เหมาะกับกราฟเคลื่อนไหว เช่น การเปลี่ยนแปลงตามเวลา แต่ต้องให้ผู้ชมมีเวลาอ่านค่า และควรมีคำอธิบายแบบคงที่ประกอบด้วย
แผนภูมิวงกลมไม่เหมาะกับแนวโน้มตามเวลา และกราฟเส้นไม่เหมาะกับหมวดหมู่ที่ไม่มีลำดับต่อเนื่อง
หากสลับชื่อหมวดกับค่าตัวเลข กราฟอาจแสดงผลผิด ต้องตรวจแกนและป้ายกำกับหลังนำเข้าทุกครั้ง
สีทุกแท่งที่แตกต่างกันทำให้กราฟดูยุ่ง หากข้อมูลเป็นชุดเดียวควรใช้สีเดียว และใช้สีเน้นเฉพาะรายการสำคัญ
ตัวเลข 100 อาจหมายถึง 100 คน 100 บาท หรือ 100% จึงต้องระบุหน่วยให้ครบถ้วน
เมื่อมีหมวดหมู่มาก ควรลดจำนวนป้าย ขยายขนาดกราฟ หรือเปลี่ยนชนิดกราฟ แทนการลดฟอนต์จนอ่านไม่ได้
กราฟควรระบุช่วงเวลาและวันที่ของข้อมูล เพื่อให้ผู้อ่านทราบว่าตัวเลขยังเหมาะกับการตัดสินใจหรือไม่
หากสร้างกราฟรายงานผลของ comsiam ควรเก็บตารางต้นฉบับ สูตรคำนวณ และวันที่ดึงข้อมูลไว้ด้วย เพื่อให้สามารถตรวจสอบและอัปเดตกราฟในรอบถัดไปได้อย่างถูกต้อง
วิธีสร้างกราฟและแผนภูมิด้วย Canva เริ่มจากกำหนดคำถามที่ต้องการตอบ เตรียมข้อมูลให้สะอาด และเลือกชนิดกราฟให้ตรงกับวัตถุประสงค์ จากนั้นจึงเพิ่มกราฟใน Canva ป้อนหรือนำเข้าข้อมูล แล้วปรับชื่อ แกน หน่วย สี และป้ายกำกับ
กราฟที่มีคุณภาพต้องสื่อสารข้อมูลอย่างซื่อสัตย์ ไม่ตัดแกนหรือใช้รูปแบบที่ขยายความแตกต่างเกินจริง ก่อนเผยแพร่ควรตรวจตัวเลขกับข้อมูลต้นฉบับ ระบุแหล่งที่มา และทดลองดูในขนาดใช้งานจริง หากใช้บนเว็บไซต์ควรเลือก PNG ที่คมชัดและมีขนาดเหมาะสม ส่วนรายงานสำหรับพิมพ์สามารถดาวน์โหลดเป็น PDF Print ได้