Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

YouTube ไม่มีเสียงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั้งบนมือถือ คอมพิวเตอร์ และ Smart TV โดยบางครั้งวิดีโอเล่นตามปกติแต่ไม่มีเสียง ขณะที่บางกรณีเสียงหายเฉพาะ YouTube หรือหายเฉพาะบางวิดีโอ
สาเหตุอาจมาจากการปิดเสียงในตัววิดีโอ ระดับเสียงของอุปกรณ์ อุปกรณ์เสียงที่เลือกผิด เบราว์เซอร์ แอป YouTube การเชื่อมต่อ Bluetooth หรือระบบเสียงของ Smart TV
บทความนี้รวมวิธีแก้ YouTube ไม่มีเสียงตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐานไปจนถึงการตรวจสอบระบบเสียง เพื่อให้หาสาเหตุได้เร็วโดยไม่ต้องรีเซ็ตอุปกรณ์ทันที
เริ่มจากจุดที่ง่ายที่สุดก่อน
เปิดวิดีโอ YouTube แล้วตรวจสอบไอคอนลำโพงบริเวณเครื่องเล่นวิดีโอ หากมีสัญลักษณ์ปิดเสียง ให้แตะหรือคลิกเพื่อเปิดเสียง
จากนั้นเพิ่มระดับเสียงของวิดีโอและทดสอบอีกครั้ง
หาก YouTube ไม่มีเสียงเฉพาะบางวิดีโอ ควรเปิดวิดีโออื่นเพื่อเปรียบเทียบ เพราะอาจเป็นปัญหาที่ไฟล์หรือวิดีโอนั้นโดยเฉพาะ
แม้ YouTube จะเปิดเสียงอยู่ แต่อุปกรณ์อาจถูกลดระดับเสียงจนเป็นศูนย์
ให้ตรวจสอบปุ่มเพิ่มเสียงของ
บนมือถือควรตรวจสอบ Media Volume เพราะระดับเสียงสื่ออาจแยกจากเสียงเรียกเข้าและการแจ้งเตือน
บน Windows อาจมีการตั้งระดับเสียงแยกสำหรับแต่ละแอปผ่าน Volume Mixer
หาก YouTube เปิดผ่านเบราว์เซอร์ เช่น Chrome หรือ Edge ให้ตรวจสอบว่าเบราว์เซอร์ไม่ได้ถูกลดเสียงหรือปิดเสียงไว้
ลองคลิกไอคอนลำโพงของ Windows แล้วเปิด Volume Mixer จากนั้นตรวจสอบระดับเสียงของเบราว์เซอร์
หากเบราว์เซอร์ถูกตั้งไว้ที่ 0% ให้เพิ่มระดับเสียงแล้วทดลอง YouTube อีกครั้ง
หากใช้ YouTube บน Chrome หรือเบราว์เซอร์อื่น อาจเผลอปิดเสียงแท็บที่กำลังเล่นวิดีโอ
สังเกตแท็บ YouTube ว่ามีสัญลักษณ์ลำโพงหรือสถานะปิดเสียงหรือไม่
หากแท็บถูกปิดเสียง ให้เปิดเสียงของแท็บแล้วทดสอบวิดีโออีกครั้ง
วิธีนี้เหมาะมากสำหรับกรณีที่เว็บไซต์อื่นมีเสียงตามปกติ แต่ YouTube ไม่มีเสียง
คอมพิวเตอร์สามารถมีอุปกรณ์เสียงหลายตัว เช่น
หากระบบเลือกอุปกรณ์ผิด YouTube อาจเล่นเสียงไปยังอุปกรณ์อื่นโดยที่ผู้ใช้ไม่ได้ยิน
บน Windows ให้ตรวจสอบ Output Device แล้วเลือกอุปกรณ์ที่ต้องการใช้
ตัวอย่างเช่น หากต่อจอผ่าน HDMI แต่ต้องการให้เสียงออกจากลำโพงคอมพิวเตอร์ ต้องเลือกอุปกรณ์เสียงให้ถูกต้อง
หากใช้หูฟัง Bluetooth หรือหูฟังแบบสาย ให้ลองถอดแล้วเชื่อมต่อใหม่
สำหรับ Bluetooth ให้
หากมีอุปกรณ์ Bluetooth หลายตัวที่เชื่อมต่ออยู่ ควรตรวจสอบว่าเสียงถูกส่งไปยังอุปกรณ์ที่ต้องการจริงหรือไม่
หาก YouTube ไม่มีเสียงกะทันหัน ให้ปิดแอปหรือแท็บแล้วเปิดใหม่
บนมือถือให้ปิด YouTube จากรายการแอปที่เปิดอยู่ จากนั้นเปิดใหม่
บนคอมพิวเตอร์ให้ปิดแท็บ YouTube แล้วเปิดเว็บไซต์อีกครั้ง
หากยังไม่หาย ให้ปิดและเปิดเบราว์เซอร์ใหม่
ปัญหาเสียงชั่วคราวบางประเภทสามารถหายได้ด้วยการเริ่มเซสชันใหม่
หากปิด YouTube แล้วไม่ช่วย ให้รีสตาร์ทอุปกรณ์
วิธีนี้ช่วยเริ่มระบบเสียงและไดรเวอร์ใหม่ รวมถึงปิดกระบวนการบางอย่างที่อาจทำงานผิดปกติ
เหมาะสำหรับ
หลังจากเครื่องเปิดขึ้นมา ให้ทดสอบ YouTube ก่อนเปิดโปรแกรมอื่นจำนวนมาก
เปิดเว็บไซต์หรือแอปอื่นที่มีเสียง เช่น เพลงหรือวิดีโออื่น
หากเว็บไซต์อื่นมีเสียง แต่ YouTube ไม่มีเสียง ปัญหาน่าจะอยู่ที่ YouTube เบราว์เซอร์ หรือการตั้งค่าเฉพาะเว็บไซต์
แต่หากทุกแอปไม่มีเสียง ให้ตรวจสอบระบบเสียงของอุปกรณ์ก่อน
การทดสอบนี้ช่วยแยกปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
หาก YouTube ไม่มีเสียงเฉพาะบน Android ให้ลองล้างแคชของแอป
โดยทั่วไปเข้า
การตั้งค่า > แอป > YouTube > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล > ล้างแคช
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามรุ่นโทรศัพท์
ควรเริ่มจาก ล้างแคช ก่อน ไม่จำเป็นต้องล้างข้อมูลแอปทันที
จากนั้นเปิด YouTube ใหม่แล้วทดสอบเสียง
ตรวจสอบว่ามี YouTube เวอร์ชันใหม่หรือไม่ผ่าน Google Play หรือ App Store
หากใช้ Smart TV ให้ตรวจสอบการอัปเดตแอป YouTube และระบบของทีวีด้วย
ซอฟต์แวร์ที่เก่าเกินไปอาจเกิดปัญหาความเข้ากันได้กับระบบปัจจุบันได้
หลังอัปเดตแล้วควรปิดและเปิดแอปใหม่
หาก YouTube ไม่มีเสียงเฉพาะ Chrome ให้ลองเปิดเว็บไซต์ในหน้าต่างไม่ระบุตัวตน
หากเสียงกลับมา แสดงว่าปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ
ควรทดลองปิดส่วนขยายทีละตัว โดยเฉพาะส่วนขยายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเสียงหรือวิดีโอ
เบราว์เซอร์สามารถควบคุมการเล่นเสียงของเว็บไซต์ได้
หาก YouTube ถูกตั้งค่าให้ปิดเสียงหรือถูกบล็อกเสียง ให้ตรวจสอบ Site Settings ของ YouTube และอนุญาตให้เว็บไซต์เล่นเสียงได้
หากไม่แน่ใจ ให้รีเซ็ตการตั้งค่าเสียงของเว็บไซต์นั้น แล้วเปิด YouTube ใหม่
หากปัญหาเกิดเฉพาะ YouTube และยังไม่หายหลังจากตรวจสอบเสียงแล้ว ให้ลองล้างข้อมูลเว็บไซต์
วิธีนี้อาจทำให้ต้องเข้าสู่ระบบใหม่หรือสูญเสียการตั้งค่าบางอย่างของเว็บไซต์ ดังนั้นควรตรวจสอบบัญชีและรหัสผ่านให้พร้อมก่อนดำเนินการ
หากไม่ต้องการล้างข้อมูลทั้งหมด สามารถเริ่มจากการล้างข้อมูลเว็บไซต์ของ YouTube โดยเฉพาะ
หาก YouTube และโปรแกรมอื่นไม่มีเสียงบนคอมพิวเตอร์ Windows ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับระบบเสียงหรือไดรเวอร์
ควรตรวจสอบ
หากเพิ่งอัปเดต Windows หรือไดรเวอร์แล้วเกิดปัญหา ให้ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงล่าสุดด้วย
ผู้ใช้ทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดไดรเวอร์จากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก และควรใช้แหล่งที่เชื่อถือได้
หากหูฟังสามารถเล่นเสียงจากแอปอื่นได้ แต่ YouTube ไม่มีเสียง ให้ตรวจสอบว่าเบราว์เซอร์หรือ YouTube กำลังส่งเสียงไปยังอุปกรณ์ใด
ลองถอดหูฟังแล้วเปิด YouTube ผ่านลำโพงเครื่อง
หากลำโพงมีเสียง แต่เมื่อเชื่อมต่อหูฟังแล้วเสียงหาย ปัญหาน่าจะเกี่ยวข้องกับการเลือก Output Device หรือการเชื่อมต่อหูฟัง
หากเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับทีวีหรือจอผ่าน HDMI ระบบอาจเลือก HDMI เป็นอุปกรณ์เสียงหลัก
หากทีวีไม่มีเสียง ให้ตรวจสอบ Output Device ของคอมพิวเตอร์และระดับเสียงของทีวี
ลองเลือกอุปกรณ์เสียงอื่นแล้วทดสอบอีกครั้ง
หากภาพออกทีวีแต่ไม่มีเสียง ไม่ควรสรุปทันทีว่าสาย HDMI เสีย เพราะอาจเป็นเพียงการเลือกอุปกรณ์เสียงผิด
หาก YouTube ไม่มีเสียงบน Smart TV ให้ตรวจสอบทั้งทีวีและแอป
ทำตามลำดับนี้
หากแอปอื่นก็ไม่มีเสียง ปัญหาอาจอยู่ที่ระบบเสียงของทีวี ไม่ใช่ YouTube โดยตรง
หากวิดีโอส่วนใหญ่มีเสียง แต่บางวิดีโอไม่มี ให้ทดลองเปิดวิดีโออื่น
หากมีปัญหาเฉพาะวิดีโอเดียว อาจเป็นปัญหาที่ตัววิดีโอ แทร็กเสียง หรือเนื้อหานั้นเอง
อย่าเพิ่งเปลี่ยนการตั้งค่าระบบจำนวนมากหากปัญหาเกิดกับวิดีโอเพียงรายการเดียว
หากก่อนเชื่อมต่อ Bluetooth มีเสียงตามปกติ แต่หลังจากเชื่อมต่อแล้ว YouTube ไม่มีเสียง ให้ตรวจสอบ Output Device
โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์อาจส่งเสียงไปยังอุปกรณ์ Bluetooth ที่เชื่อมต่ออยู่
ลองปิด Bluetooth แล้วเปิด YouTube อีกครั้ง
หากเสียงกลับมา แสดงว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับเส้นทางเสียง Bluetooth มากกว่าตัว YouTube
หากต้องการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ให้ทำตามลำดับนี้
1. ตรวจสอบปุ่ม Mute ของ YouTube
2. เพิ่มเสียงอุปกรณ์
3. ตรวจสอบ Volume Mixer
4. ตรวจสอบ Output Device
5. ถอดหูฟังหรือ Bluetooth
6. ปิดและเปิด YouTube ใหม่
7. รีสตาร์ทอุปกรณ์
8. อัปเดต YouTube หรือเบราว์เซอร์
9. ล้างแคช
10. ทดสอบเสียงจากแอปอื่น
การไล่ตรวจตามลำดับนี้ช่วยให้ไม่ต้องรีเซ็ตระบบโดยไม่จำเป็น
หากโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และ Smart TV ไม่มีเสียง YouTube พร้อมกัน โดยเฉพาะเมื่อใช้งานเครือข่ายเดียวกัน ให้ลองทดสอบเครือข่ายหรืออุปกรณ์อื่น
แต่หากแอปอื่นสามารถเล่นเสียงได้ตามปกติ อาจเป็นปัญหาเฉพาะ YouTube หรือบัญชี/การตั้งค่าบางอย่าง
หากปัญหาเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายอุปกรณ์และหลายบัญชี ควรตรวจสอบสถานะของบริการและปัญหาจากระบบภายนอกเพิ่มเติม
สำหรับการแก้ปัญหาแบบเป็นระบบของ comsiam ควรจดว่า อุปกรณ์ใดไม่มีเสียง + ใช้แอปหรือเบราว์เซอร์อะไร + ใช้ลำโพงหรือหูฟังแบบใด เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยระบุสาเหตุได้เร็วขึ้น
อาจเกิดจาก YouTube ถูกปิดเสียง ระดับเสียงของอุปกรณ์เป็นศูนย์ เลือก Output Device ผิด หรือระบบเสียงของอุปกรณ์มีปัญหา
ให้ตรวจสอบว่าแท็บไม่ได้ถูกปิดเสียง ตรวจสอบ Volume Mixer ปิดส่วนขยาย และทดลองเปิด YouTube ในโหมดไม่ระบุตัวตน
เพิ่ม Media Volume ตรวจสอบ Bluetooth ปิดและเปิดแอปใหม่ รีสตาร์ทโทรศัพท์ และอัปเดต YouTube
มีแนวโน้มว่าเป็นปัญหาเฉพาะ YouTube เบราว์เซอร์ หรือการตั้งค่าเสียงของเว็บไซต์
เสียงอาจถูกส่งไปยังอุปกรณ์ Bluetooth อื่น หรือการเชื่อมต่อเสียงเกิดข้อผิดพลาด ให้ตัดการเชื่อมต่อและจับคู่ใหม่
ไม่ควรทำเป็นขั้นตอนแรก ให้เริ่มจากตรวจสอบ Mute ระดับเสียง Output Device และรีสตาร์ทแอปก่อน
หาก YouTube ไม่มีเสียง ให้เริ่มจากการตรวจสอบ Mute ระดับเสียงของวิดีโอ ระดับเสียงของอุปกรณ์ และ Output Device ก่อน เพราะเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยและแก้ได้ง่าย
หากยังไม่มีเสียง ให้รีสตาร์ท YouTube อุปกรณ์ และตรวจสอบ Bluetooth เบราว์เซอร์ แคช และการอัปเดตแอป
สำหรับคอมพิวเตอร์ควรตรวจสอบ Volume Mixer และอุปกรณ์เสียงที่เลือก ส่วน Smart TV ควรตรวจสอบ Sound Output และทดสอบแอปอื่นเพื่อแยกว่าปัญหาเกิดจากทีวีหรือ YouTube
สิ่งสำคัญคืออย่ารีเซ็ตอุปกรณ์ทันที ให้ไล่ตรวจจากจุดง่ายที่สุดก่อน เพราะปัญหา YouTube ไม่มีเสียงจำนวนมากสามารถแก้ได้ด้วยการเปลี่ยน Output Device เปิดเสียง หรือรีสตาร์ทแอปเท่านั้น