Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

การใช้ Gemini ช่วยทำงาน ค้นข้อมูล สรุปเอกสาร หรือวิเคราะห์เนื้อหาได้สะดวก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้ก็ควรใส่ใจกับข้อมูลที่ส่งให้ AI และการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวด้วย
Gemini อาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลหลายประเภท เช่น ข้อความที่พิมพ์ ไฟล์ รูปภาพ วิดีโอ ข้อมูลจาก Connected Apps ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน ทั้งนี้การจัดเก็บและการนำข้อมูลไปใช้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าบัญชี ประเภทบัญชี และบริการที่กำลังใช้งาน
ดังนั้น หากต้องการใช้ Gemini โดยให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ควรตรวจสอบการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องเป็นระยะ โดยเฉพาะ Keep Activity, Memory, Personal Intelligence, Connected Apps และการลบกิจกรรม
บทความนี้จะสรุปเป็นเช็กลิสต์ว่า ควรตั้งค่า Gemini อย่างไรให้ลดการเก็บข้อมูลที่ไม่จำเป็น และควรระวังอะไรบ้างก่อนส่งข้อมูลให้ AI
การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไม่ได้มีเพียงสวิตช์เดียว แต่เกี่ยวข้องกับหลายส่วน
หัวข้อสำคัญที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
การตั้งค่าที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาตามลักษณะการใช้งานของแต่ละคน
Keep Activity เป็นหนึ่งในการตั้งค่าที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ใช้ Gemini
เมื่อเปิดใช้งาน กิจกรรมจาก Gemini สามารถถูกบันทึกไว้ใน Gemini Apps Activity ตามเงื่อนไขของบริการ และกิจกรรมดังกล่าวอาจถูกใช้เพื่อให้บริการ พัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนาโมเดล AI ตามการตั้งค่าและนโยบายที่เกี่ยวข้อง
หากต้องการตรวจสอบ ให้เข้า Gemini แล้วไปที่ส่วนการตั้งค่าและกิจกรรมของบัญชี
ควรตรวจสอบว่า
หากต้องการลดการเก็บกิจกรรมในบัญชี การปิด Keep Activity เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ควรพิจารณา
ไม่ใช่
เมื่อปิด Keep Activity แชตในอนาคตจะไม่ปรากฏใน Gemini Apps Activity และจะไม่ถูกใช้เพื่อฝึกโมเดล AI เว้นแต่ผู้ใช้ส่ง Feedback
อย่างไรก็ตาม Google ระบุว่าการสนทนาที่ใช้ Keep Activity ปิดอาจยังถูกเก็บไว้ชั่วคราวสูงสุดประมาณ 72 ชั่วโมง เพื่อให้ระบบสามารถตอบสนองต่อการสนทนา ประมวลผล Feedback รวมถึงรักษาความปลอดภัยและปกป้องผู้ใช้และบริการ
ดังนั้นควรเข้าใจว่า
ปิด Keep Activity ≠ ไม่มีข้อมูลถูกประมวลผลเลย
แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีที่กิจกรรมถูกจัดเก็บและนำไปใช้ตามเงื่อนไขของบริการ
Temporary Chat เหมาะสำหรับการสนทนาที่ไม่ต้องการให้ปรากฏในประวัติกิจกรรมตามปกติ
หากมีตัวเลือกนี้ในบัญชีของคุณ สามารถใช้เมื่อ
Google ระบุว่า Temporary Chats จะไม่ถูกใช้เพื่อฝึกโมเดล AI ของ Google
อย่างไรก็ตาม Temporary Chat ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นช่องทางสำหรับส่งข้อมูลลับทุกชนิด เพราะระบบยังต้องประมวลผลข้อมูลเพื่อให้บริการ และเงื่อนไขการเก็บรักษาอาจแตกต่างตามประเภทข้อมูลและบริการ
Memory ช่วยให้ Gemini สามารถใช้ข้อมูลหรือความชอบที่ผู้ใช้อนุญาตให้จดจำเพื่อปรับการตอบให้เหมาะกับบริบทมากขึ้น
หากให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ควรตรวจสอบว่า Gemini จำข้อมูลอะไรเกี่ยวกับคุณไว้บ้าง
สิ่งที่ควรตรวจสอบ เช่น
หากพบข้อมูลที่ไม่จำเป็น ควรลบหรือแก้ไข
หากไม่ได้ต้องการฟังก์ชัน Personalization หรือไม่ต้องการให้ Gemini ใช้ข้อมูลที่บันทึกไว้ในการสนทนา สามารถพิจารณาปิด Memory ตามตัวเลือกที่มีในบัญชี
ก่อนปิดควรเข้าใจว่า
ดังนั้นหากต้องการลดข้อมูลหลายส่วน ควรตรวจสอบทั้ง Memory และ Gemini Apps Activity
Personal Intelligence เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ Gemini ใช้บริบทส่วนบุคคลจากบริการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้คำตอบเหมาะกับผู้ใช้มากขึ้น
หากให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ควรตรวจสอบว่าเปิดใช้งานอยู่หรือไม่ และ Gemini สามารถใช้ข้อมูลจากบริการใดในการปรับคำตอบ
ถ้าไม่ได้ต้องการการตอบแบบเฉพาะบุคคล การปิดการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องอาจช่วยลดการนำบริบทส่วนบุคคลมาใช้
Connected Apps เป็นอีกจุดที่ไม่ควรมองข้าม
Gemini อาจเชื่อมต่อกับบริการหรือแอปของ Google และบริการอื่นที่รองรับ เพื่อให้สามารถทำงานกับข้อมูลจากบริการเหล่านั้นได้
ตัวอย่างเช่น
ยิ่งเชื่อมต่อมาก Gemini ก็อาจมีบริบทจากบริการต่าง ๆ มากขึ้น
หากต้องการลดการเข้าถึงข้อมูล ให้ตรวจสอบรายการ Connected Apps เป็นระยะ
ถ้ามี Connected App ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้เชื่อมต่อไว้เสมอไป
ให้ตรวจสอบว่า
จากนั้นตัดการเชื่อมต่อเฉพาะบริการที่ไม่ต้องการใช้
ข้อสำคัญ: การตัด Connected App ไม่ได้แปลว่าข้อมูลที่เคยอยู่ใน Gemini Apps Activity จะถูกลบโดยอัตโนมัติ และการลบแชต Gemini ก็ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลในบริการที่เชื่อมต่อจะถูกลบด้วย
อย่าส่งข้อมูลลับเข้า AI เพียงเพราะระบบสามารถอ่านไฟล์ได้
ก่อนอัปโหลดเอกสาร ให้ถามตัวเองว่า
“ถ้าข้อมูลนี้ถูกประมวลผลโดยบริการ AI ฉันยอมรับได้หรือไม่?”
เอกสารที่ควรระวังเป็นพิเศษ เช่น
หากไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลจริง ควรลบหรือปกปิดข้อมูลสำคัญก่อน
หากต้องการให้ Gemini ช่วยวิเคราะห์เอกสารหรือแก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจริงเสมอไป
ตัวอย่างเช่น หากต้องการให้ AI ช่วยเขียน SQL จากข้อมูลลูกค้า แทนที่จะส่งฐานข้อมูลจริง ให้เปลี่ยนเป็น
และแทนข้อมูลส่วนตัวด้วยค่าจำลอง
วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่จำเป็น
Gemini บนโทรศัพท์สามารถใช้สิทธิ์บางอย่างของอุปกรณ์เพื่อให้ฟังก์ชันต่าง ๆ ทำงานได้
ควรตรวจสอบสิทธิ์ของแอปว่าอนุญาตให้เข้าถึงอะไรบ้าง เช่น
หากไม่ได้ใช้ฟังก์ชันใดเป็นประจำ ให้พิจารณาลดสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นตามตัวเลือกของระบบปฏิบัติการ
การให้สิทธิ์ควรเป็นไปตามหลัก
อนุญาตเท่าที่จำเป็นต่อการใช้งาน
Gemini Live สามารถเกี่ยวข้องกับเสียง การสนทนา และในบางกรณีอาจมีวิดีโอหรือการแชร์หน้าจอ
ดังนั้นก่อนใช้ Live ในสถานที่สาธารณะหรือระหว่างการทำงาน ควรระวังข้อมูลที่ปรากฏอยู่รอบตัว
เช่น
Google ระบุว่าเสียงและวิดีโอจาก Gemini Live ไม่ได้ถูกใช้เพื่อปรับปรุงบริการของ Google โดยค่าเริ่มต้น แต่มีการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล Live แยกต่างหาก
ดังนั้นควรตรวจสอบการตั้งค่าปัจจุบันก่อนใช้งานฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับเสียง วิดีโอ และการแชร์หน้าจอ
Screen Sharing เป็นฟังก์ชันที่สะดวก แต่สิ่งที่อยู่บนหน้าจออาจมีข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่ทันสังเกต
ก่อนแชร์หน้าจอ ให้ปิดหรือซ่อน
โดยเฉพาะเมื่อใช้ Gemini Live ในการช่วยแก้ปัญหาบนคอมพิวเตอร์
แม้จะตั้งค่าความเป็นส่วนตัวแล้ว ก็ควรเข้าไปตรวจสอบ Activity เป็นครั้งคราว
ดูว่า
หากพบข้อมูลที่ไม่จำเป็น สามารถลบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องได้ตามตัวเลือกของ Google
หากต้องการลดการเก็บข้อมูลระยะยาว สามารถพิจารณาการตั้งค่า Auto-delete
ตัวเลือกของ Gemini Apps Activity อาจมีระยะเวลา เช่น
การเลือกช่วงเวลาที่สั้นลงช่วยลดระยะเวลาที่กิจกรรมเก่าจะถูกเก็บไว้ใน Activity ตามการตั้งค่าดังกล่าว
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป การตั้ง Auto-delete อาจเป็นทางเลือกที่สมดุลระหว่างความสะดวกและความเป็นส่วนตัว
หากมีบทสนทนาเก่าที่ไม่ต้องการเก็บ ควรลบออกแทนการปล่อยไว้เป็นเวลานาน
สิ่งที่ควรพิจารณาลบ เช่น
อย่างไรก็ตาม การลบ Gemini Apps Activity ไม่ได้ลบข้อมูลที่อาจถูกจัดเก็บในบริการ Google อื่นโดยอัตโนมัติ
หาก Gemini เชื่อมต่อกับแอปอื่น ข้อมูลอาจมีอยู่มากกว่าหนึ่งระบบ
ตัวอย่างเช่น หาก Gemini ใช้ข้อมูลจากบริการหนึ่ง การลบแชต Gemini ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลต้นทางในบริการนั้นถูกลบไปด้วย
ดังนั้นเมื่อจำเป็นต้องลบข้อมูล ควรตรวจสอบทั้ง
Gemini Apps Activity + บริการต้นทางที่เชื่อมต่อ
ก่อนส่งข้อมูลสำคัญให้ Gemini ให้ตรวจสอบว่ากำลังใช้งานบัญชีใด
โดยเฉพาะเมื่อมีหลายบัญชี เช่น
บัญชีแต่ละประเภทอาจมีการตั้งค่าและนโยบายที่แตกต่างกัน
สำหรับบัญชีงานหรือโรงเรียน ผู้ดูแลระบบขององค์กรอาจเป็นผู้ควบคุมการตั้งค่าบางส่วน
Prompt ที่ดีไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด
แทนที่จะเขียนว่า
“ฉันชื่อ… อยู่ที่… ทำงานบริษัท… เงินเดือน… มีเบอร์โทร… ช่วยวิเคราะห์…”
ให้ตัดข้อมูลที่ไม่จำเป็นออก
เช่น
“ช่วยวิเคราะห์สถานการณ์สมมติของพนักงานที่มีรายได้ระดับหนึ่งและมีค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้…”
หากข้อมูลส่วนตัวไม่ได้ช่วยให้คำตอบดีขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องส่ง
ความเป็นส่วนตัวไม่ได้หมายถึงข้อมูลของเราเท่านั้น
หากกำลังทำงานกับข้อมูลลูกค้า เพื่อนร่วมงาน นักเรียน หรือผู้ใช้งาน ควรหลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลระบุตัวบุคคลโดยไม่จำเป็น
ตัวอย่างเช่น
ถ้าสามารถทำให้เป็นข้อมูลนิรนามได้ ควรทำก่อนส่งให้ AI
บริการ AI มีการพัฒนาและเปลี่ยนฟีเจอร์อยู่ตลอด
ดังนั้นไม่ควรตั้งค่าเพียงครั้งเดียวแล้วลืมไปเลย
ควรตรวจสอบเป็นระยะว่า
การตรวจสอบทุกระยะช่วยให้การตั้งค่าปัจจุบันยังสอดคล้องกับวิธีใช้งานจริง
ใช้รายการนี้ตรวจสอบบัญชีได้อย่างรวดเร็ว
หากต้องการแนวทางง่าย ๆ สามารถแบ่งตามระดับการใช้งานได้
| ระดับ | แนวทาง |
|---|---|
| ใช้งานทั่วไป | ใช้ Gemini ตามปกติและตรวจสอบ Activity เป็นระยะ |
| เน้นความเป็นส่วนตัว | พิจารณาปิด Keep Activity และใช้ Temporary Chat เมื่อเหมาะสม |
| ไม่ต้องการ Personalization | ตรวจสอบและปิด Memory/Personal Intelligence ตามตัวเลือกที่มี |
| ใช้งานหลายบริการ | ตรวจสอบ Connected Apps อย่างสม่ำเสมอ |
| ทำงานกับข้อมูลสำคัญ | หลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลลับและทำข้อมูลให้เป็นนิรนาม |
| ใช้ Gemini Live | ตรวจสอบไมค์ กล้อง และสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอก่อนเริ่มใช้งาน |
ไม่มีการตั้งค่าเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะผู้ใช้แต่ละคนต้องเลือกระหว่าง ความสะดวก ฟังก์ชันการทำงาน และความเป็นส่วนตัว
ไม่
ไม่มีการตั้งค่าใดที่ทำให้ความเสี่ยงเป็นศูนย์
สาเหตุคือข้อมูลอาจเกี่ยวข้องกับหลายส่วน เช่น
ดังนั้นความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Settings เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้ด้วย
จำง่าย ๆ ด้วยหลักนี้
ถ้าไม่จำเป็น อย่าส่ง
ถ้าใช่ ให้หาวิธีปกปิดหรือตัดข้อมูลออก
อย่าส่งข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่จำเป็น
ถ้าไม่ช่วยให้คำตอบดีขึ้น ให้ลบออกจาก Prompt
หากคำตอบคือใช่ ให้หยุดและพิจารณาวิธีที่ปลอดภัยกว่า
แนวคิด Privacy First ไม่ได้หมายความว่าต้องปิดฟีเจอร์ของ Gemini ทั้งหมด แต่คือการเปิดใช้เฉพาะสิ่งที่จำเป็นและควบคุมข้อมูลที่ส่งให้ AI
เริ่มจาก
ตรวจสอบ Settings → ลดข้อมูลที่ส่ง → จำกัด Connected Apps → ตรวจสอบ Activity → ลบข้อมูลที่ไม่จำเป็น
จากนั้นค่อยเลือกว่าจะเปิดฟีเจอร์ใดตามประโยชน์ที่ได้รับ
ตัวอย่างเช่น หากต้องการใช้ Gemini เพียงถามคำถามทั่วไป ก็อาจไม่มีความจำเป็นต้องเชื่อมต่อบริการส่วนตัวหลายรายการ
แต่หากต้องการใช้ Gemini ทำงานกับเอกสารหรือบริการต่าง ๆ การเชื่อมต่ออาจมีประโยชน์มากกว่า โดยควรเข้าใจว่าการเชื่อมต่อนั้นเปิดให้ระบบใช้บริบทจากบริการที่เกี่ยวข้องอย่างไร
การตั้งค่า Gemini ให้เป็นส่วนตัวมากขึ้นไม่ได้หมายถึงการปิดทุกอย่าง แต่คือการรู้ว่า ข้อมูลอะไรถูกส่ง ข้อมูลอะไรถูกบันทึก และฟีเจอร์ใดสามารถเข้าถึงบริบทของเราได้
จุดที่ควรตรวจสอบเป็นพิเศษคือ
Keep Activity → Temporary Chat → Memory → Personal Intelligence → Connected Apps → Activity → Auto-delete → สิทธิ์อุปกรณ์ → Gemini Live
นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการอัปโหลดข้อมูลลับโดยไม่จำเป็น และควรทำข้อมูลให้เป็นนิรนามก่อนส่งให้ AI เมื่อสามารถทำได้
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป แนวทางที่สมดุลคือใช้ฟีเจอร์ที่จำเป็น ตรวจสอบการตั้งค่าเป็นระยะ และลบข้อมูลที่ไม่ต้องการเก็บ
ส่วนผู้ที่ทำงานกับข้อมูลสำคัญควรเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะเอกสารภายใน ข้อมูลลูกค้า รหัสผ่าน คีย์ลับ และข้อมูลส่วนบุคคล
comsiam แนะนำให้คิดง่าย ๆ ว่า “ถ้า AI ไม่จำเป็นต้องรู้ ก็ไม่ต้องส่ง”
การควบคุมข้อมูลตั้งแต่ก่อนส่งให้ Gemini มักง่ายกว่าการพยายามลบหรือแก้ไขปัญหาภายหลัง
สุดท้าย ความเป็นส่วนตัวที่ดีไม่ได้เกิดจากการตั้งค่าเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการตรวจสอบการตั้งค่าอย่างสม่ำเสมอ และใช้ AI โดยเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นเท่านั้น