Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากคุณใช้งาน Google Gemini เป็นประจำ ทั้งการถามคำถาม อัปโหลดไฟล์ วิเคราะห์รูปภาพ ใช้ Gemini Live หรือเชื่อมต่อกับแอป Google อื่น ๆ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาจไม่ได้อยู่แค่ใน “ประวัติแชต” เท่านั้น
ดังนั้น หากต้องการ ลบข้อมูล Gemini และประวัติให้ได้มากที่สุด การลบแชตทีละรายการอาจยังไม่เพียงพอ เพราะยังมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Gemini Apps Activity, ข้อมูลจาก Connected Apps, Memory, แชตที่แชร์ และข้อมูลบางประเภทที่อยู่ในบริการอื่นของ Google
บทความนี้จะพาเช็กและลบข้อมูลเป็นขั้นตอน ตั้งแต่ประวัติแชต กิจกรรม Gemini การตั้งค่า Keep Activity ไปจนถึงข้อมูลจากแอปที่เชื่อมต่อ เพื่อให้คุณจัดการข้อมูลส่วนตัวได้ละเอียดที่สุด
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Gemini อาจกระจายอยู่หลายส่วน เช่น
| ข้อมูล | ควรจัดการที่ไหน |
|---|---|
| แชต Gemini | Gemini Apps Activity |
| ประวัติการใช้งาน | Gemini Apps Activity |
| ไฟล์หรือรูปที่ส่งในแชต | กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับแชต |
| Gemini Live | Gemini Apps Activity |
| ข้อมูลที่ Gemini จำไว้ | Memory / Personalization |
| ข้อมูลจาก Gmail, Drive หรือบริการที่เชื่อมต่อ | บริการต้นทางและ Connected Apps |
| ลิงก์แชตที่แชร์ | การแชร์แชต/ลิงก์สาธารณะ |
| การตั้งค่าการบันทึกกิจกรรม | Keep Activity |
| ข้อมูลในบริการ Google อื่น | ต้องจัดการจากบริการนั้นโดยตรง |
จุดสำคัญคือ การลบแชต Gemini ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องจะถูกลบจากบริการอื่นโดยอัตโนมัติ
หากเป้าหมายของคุณคือความเป็นส่วนตัวสูงสุด ควรตรวจสอบทุกจุดที่เกี่ยวข้องแทนการลบเฉพาะข้อความสนทนา
วิธีหลักในการจัดการประวัติ Gemini คือเข้าไปที่ Gemini Apps Activity ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับตรวจสอบและจัดการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Gemini
❶ เปิด Gemini ด้วยบัญชี Google ที่ต้องการจัดการ
❷ เปิดเมนู Settings & help
❸ เลือก Activity
❹ ตรวจสอบรายการกิจกรรมที่แสดงอยู่
❺ เลือกตัวเลือกสำหรับลบกิจกรรมตามช่วงเวลาที่ต้องการ
โดยทั่วไป Google มีตัวเลือกสำหรับลบข้อมูล เช่น
หากต้องการล้างประวัติให้มากที่สุด ให้ตรวจสอบช่วงเวลาทั้งหมดที่มีอยู่ก่อนเลือกการลบทั้งหมด
อีกวิธีหนึ่งคือเข้าไปจัดการกิจกรรม Gemini ผ่าน Google My Activity
ค้นหาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ Gemini แล้วตรวจสอบรายการกิจกรรมก่อนลบ
วิธีนี้มีประโยชน์หากคุณต้องการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังแบบละเอียด แทนที่จะลบจากหน้าการสนทนาเพียงอย่างเดียว
หากคุณลบประวัติแล้ว แต่ยังเปิดการบันทึกกิจกรรมอยู่ การใช้งานในอนาคตก็สามารถสร้างกิจกรรมใหม่ขึ้นมาได้อีก
ดังนั้น หากต้องการลดการบันทึกข้อมูลในอนาคต ควรจัดการ Keep Activity ด้วย
❶ เปิด Gemini
❷ เข้า Settings & help
❸ เลือก Activity
❹ เลือกการตั้งค่า Keep Activity
❺ ปิด Keep Activity
เมื่อปิดแล้ว ให้ตรวจสอบตัวเลือกที่ระบบแสดงขึ้นมา เพราะ Google อาจให้เลือกว่าจะ
หากเป้าหมายคือการลบประวัติเดิมให้มากที่สุด ตัวเลือกแบบ Turn off and delete activity จะเหมาะกว่า
ไม่ควรเข้าใจว่าการปิด Keep Activity คือการลบข้อมูลทุกอย่างจากระบบทันที
เมื่อปิด Keep Activity การสนทนาในอนาคตจะไม่แสดงใน Activity ตามปกติ และ Google ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวจะไม่ถูกใช้เพื่อฝึกโมเดล AI หากไม่ได้ส่ง Feedback แต่ระบบอาจเก็บการสนทนาไว้ชั่วคราวประมาณ 72 ชั่วโมงเพื่อให้บริการ ประมวลผล Feedback และด้านความปลอดภัย
ดังนั้น ปิด Keep Activity กับ ลบข้อมูลเก่า เป็นคนละขั้นตอนกัน
หากไม่ต้องการลบประวัติทั้งหมด คุณสามารถเลือกเฉพาะบทสนทนาที่ไม่ต้องการเก็บไว้ได้
❶ เปิด Gemini
❷ ไปยังรายการแชต
❸ เลือกบทสนทนาที่ต้องการลบ
❹ เปิดเมนูเพิ่มเติมของแชต
❺ เลือก Delete
❻ ยืนยันการลบ
เหมาะสำหรับกรณีที่คุณต้องการเก็บแชตสำคัญไว้ แต่ลบแชตที่มีข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลที่ไม่ต้องการเก็บ
อย่างไรก็ตาม หากเคยนำข้อมูลเดียวกันไปใช้ในแชตอื่นด้วย ควรค้นหาและลบแชตเหล่านั้นเพิ่มเติม
หากเคยใช้ Gemini Live อย่าลืมตรวจสอบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องด้วย
Gemini Live อาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลหลายประเภท เช่น
หากลบกิจกรรม Gemini Live ที่เกี่ยวข้องผ่าน Activity ระบบจะดำเนินการลบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนั้น เช่น เสียง Transcript วิดีโอ และ Screenshare ตามประเภทข้อมูลที่มี
ดังนั้น หากคุณเคยใช้ Live เป็นประจำ การลบเฉพาะข้อความในหน้าแชตอาจไม่ใช่ขั้นตอนที่ควรทำเพียงอย่างเดียว
อีกจุดที่ควรตรวจสอบคือ Memory หรือข้อมูลที่ Gemini ใช้เพื่อปรับคำตอบให้เหมาะกับผู้ใช้
ตัวอย่างเช่น คุณอาจเคยบอก Gemini ว่า
ข้อมูลเหล่านี้ควรตรวจสอบแยกจากประวัติแชต
❶ เปิด Gemini
❷ เข้าเมนูการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับ Personalization หรือ Memory
❸ ตรวจสอบข้อมูลที่ Gemini จดจำ
❹ ลบรายการที่ไม่ต้องการให้จำ
❺ หากต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ให้พิจารณาปิด Memory
การลบแชตจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นวิธีเดียวในการลบสิ่งที่ Gemini อาจนำไปใช้เพื่อปรับคำตอบเฉพาะบุคคล
หากบัญชีของคุณมีฟีเจอร์ Personal Intelligence ให้ตรวจสอบการตั้งค่าด้วย
ฟีเจอร์ลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลจากบริการหรือแอปที่เชื่อมต่อมาใช้เพื่อทำให้คำตอบมีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น
หากต้องการลดการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว ให้ตรวจสอบว่าเปิดใช้งานอยู่หรือไม่ และปิดการตั้งค่าที่ไม่ต้องการใช้
นี่เป็นหนึ่งในจุดที่ผู้ใช้มักเข้าใจผิดมากที่สุด
สมมติว่าคุณเชื่อม Gemini กับ Google Drive, Gmail, Calendar หรือบริการอื่น แล้ว Gemini สามารถใช้ข้อมูลจากบริการดังกล่าวในการตอบคำถาม
การลบแชต Gemini ไม่ได้แปลว่าข้อมูลต้นทางในบริการนั้นถูกลบ
ตัวอย่างเช่น หาก Gemini เคยอ่านข้อมูลจากไฟล์ใน Google Drive การลบแชต Gemini ไม่ได้ลบไฟล์นั้นออกจาก Drive
หากต้องการลบข้อมูลจริง ๆ ต้องพิจารณาทั้งสองฝั่ง
❶ ลบกิจกรรมหรือแชต Gemini ที่เกี่ยวข้อง
❷ ตรวจสอบ Connected Apps
❸ ตัดการเชื่อมต่อแอปที่ไม่ต้องการใช้
❹ หากต้องการลบข้อมูลต้นทาง ให้ไปลบจากบริการนั้นโดยตรง
❺ ตรวจสอบแชตเก่าอีกครั้ง
Google ระบุว่าการตัดการเชื่อมต่อแอปหรือการลบข้อมูลในแอปที่เชื่อมต่อ ไม่ได้ลบ Gemini Apps Activity โดยอัตโนมัติ และในทางกลับกัน การลบ Gemini Apps Activity ก็ไม่ได้ลบข้อมูลที่อยู่ในบริการอื่น
หากคุณเคยอัปโหลดเอกสาร รูปภาพ หรือไฟล์ต่าง ๆ ให้ Gemini ควรตรวจสอบแชตที่เกี่ยวข้องก่อนลบ
ตัวอย่างข้อมูลที่ควรระวัง ได้แก่
หากข้อมูลเหล่านั้นอยู่ในแชต Gemini ให้ลบกิจกรรมหรือบทสนทนาที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม
แต่ถ้าไฟล์ต้นฉบับยังอยู่ใน Google Drive หรือบริการอื่น การลบ Gemini ไม่ได้ลบไฟล์ต้นฉบับเหล่านั้น
หากคุณเคยใช้ฟังก์ชันแชร์บทสนทนา Gemini ควรตรวจสอบลิงก์ที่สร้างไว้ด้วย
การลบแชตต้นฉบับกับการจัดการข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ผ่านลิงก์แชร์อาจเป็นคนละเรื่องกัน
หากเคยแชร์ข้อมูลสำคัญ เช่น
ควรตรวจสอบลิงก์ที่เคยแชร์และยกเลิกหรือจัดการการเข้าถึงตามตัวเลือกที่ระบบมีให้
หากคุณไม่อยากกลับมาลบประวัติด้วยตัวเองเป็นระยะ การตั้ง Auto-delete เป็นวิธีที่สะดวกกว่า
Google ระบุว่าการตั้งค่าการลบอัตโนมัติสามารถมีตัวเลือก เช่น
ค่าเริ่มต้นอาจแตกต่างตามผลิตภัณฑ์ บัญชี หรือการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง
หากความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญและไม่จำเป็นต้องเก็บประวัติไว้นาน การเลือกช่วงเวลาที่สั้นลงจะช่วยลดระยะเวลาที่ข้อมูลเก่าถูกเก็บไว้ใน Activity
| ความต้องการ | แนวทาง |
|---|---|
| ต้องการเก็บประวัติไว้นาน | 18–36 เดือน |
| ต้องการสมดุลระหว่างประวัติและความเป็นส่วนตัว | 3–18 เดือน |
| ต้องการลดข้อมูลสะสมให้มากขึ้น | 3 เดือน |
| ไม่ต้องการเก็บกิจกรรมผ่าน Keep Activity | ปิด Keep Activity |
การตั้ง Auto-delete ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทุกประเภทในบัญชี Google จะถูกลบตามช่วงเวลานี้
หากต้องการจัดการแบบ “ล้างให้มากที่สุด” ไม่ควรทำเพียงขั้นตอนเดียว ให้ใช้ Checklist ต่อไปนี้
❶ ลบ Gemini Apps Activity เก่า
เริ่มจากลบกิจกรรมหรือประวัติที่ไม่ต้องการเก็บ
❷ ลบแชตที่สำคัญเป็นรายรายการ
ค้นหาแชตที่มีข้อมูลส่วนตัว เอกสาร หรือข้อมูลลับ แล้วตรวจสอบอีกครั้ง
❸ ปิด Keep Activity
ป้องกันไม่ให้กิจกรรมในอนาคตถูกบันทึกไว้ใน Activity ตามการตั้งค่าดังกล่าว
❹ ตรวจสอบ Memory
ลบข้อมูลที่ Gemini จดจำเกี่ยวกับคุณ หากไม่ต้องการให้เก็บไว้
❺ ตรวจสอบ Personal Intelligence
หากมีฟีเจอร์นี้ ให้ตรวจสอบและปิดเมื่อไม่ต้องการใช้
❻ ตรวจสอบ Connected Apps
ตัดการเชื่อมต่อบริการที่ไม่จำเป็น
❼ จัดการข้อมูลต้นทาง
หากมีข้อมูลอยู่ใน Gmail, Drive, Photos หรือบริการอื่น ให้ลบจากบริการต้นทางด้วยหากต้องการลบข้อมูลนั้นจริง ๆ
❽ ตรวจสอบแชตที่แชร์
ยกเลิกลิงก์หรือจัดการการเข้าถึงแชตที่เคยแชร์
❾ ตั้ง Auto-delete
เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ข้อมูลเก่าสะสมเป็นเวลานาน
❿ ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอื่นของ Google
อย่าลืมว่าบัญชี Google มีการตั้งค่าหลายส่วน ไม่ใช่เฉพาะ Gemini เท่านั้น
ไม่เพียงพอ หากเป้าหมายคือการลบข้อมูลเก่าทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Gemini
การปิด Keep Activity เน้นการควบคุมกิจกรรมในอนาคต แต่หากมีข้อมูลเก่าอยู่แล้ว คุณควรเข้าไปลบ Activity ที่มีอยู่ด้วย
นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบ Memory, Connected Apps และข้อมูลที่อยู่ในบริการ Google อื่นแยกต่างหาก
ไม่
การลบ Gemini Apps Activity ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทุกอย่างในบัญชี Google จะถูกลบ
ตัวอย่างเช่น หากข้อมูลต้นฉบับอยู่ใน Google Drive การลบแชต Gemini ไม่ได้ลบไฟล์ใน Drive
เช่นเดียวกับข้อมูลในบริการ Google อื่น ๆ ที่อาจมีการเชื่อมต่อกับ Gemini
ดังนั้นควรแยกให้ออกระหว่าง
“ลบข้อมูลที่ Gemini เก็บใน Activity”
กับ
“ลบข้อมูลต้นฉบับจากบริการ Google”
สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน
ไม่ควรตีความเช่นนั้น
เมื่อสั่งลบ Activity Google จะเริ่มกระบวนการลบข้อมูลออกจากผลิตภัณฑ์และระบบที่เกี่ยวข้อง แต่ข้อมูลบางประเภทอาจยังถูกเก็บไว้ตามระยะเวลาหรือข้อกำหนดด้านความปลอดภัย กฎหมาย การป้องกันการใช้งานในทางที่ผิด หรือเหตุผลทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ Google ระบุว่าข้อมูลบางส่วนที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบที่เป็นมนุษย์อาจถูกแยกออกจากบัญชีและเก็บไว้ได้นานถึง 3 ปี
ดังนั้นคำว่า “ลบข้อมูลให้ได้มากที่สุด” จึงเหมาะสมกว่าการรับประกันว่า “ลบทุกสำเนาออกจากเซิร์ฟเวอร์ทันที”
ก่อนลบข้อมูลจำนวนมาก ควรตรวจสอบก่อนว่ามีบทสนทนาหรือข้อมูลใดที่ต้องเก็บไว้หรือไม่
หากต้องการเก็บสำเนาข้อมูล สามารถใช้ตัวเลือกส่งออกหรือดาวน์โหลดข้อมูลที่ Google มีให้
ข้อควรจำคือ
การดาวน์โหลดข้อมูลไม่ได้เป็นการลบข้อมูล
ดังนั้นหากเป้าหมายคือความเป็นส่วนตัว คุณยังต้องดำเนินการลบหลังจากสำรองข้อมูลเสร็จ
อาจไม่เหมือนกัน
บัญชี Google Workspace ที่ใช้ผ่านบริษัท โรงเรียน หรือองค์กร อาจมีผู้ดูแลระบบเป็นผู้ควบคุมการตั้งค่า Gemini Apps Activity หรือฟีเจอร์บางอย่าง
หากคุณไม่พบตัวเลือกบางรายการ หรือไม่สามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ อาจเป็นเพราะนโยบายขององค์กร
กรณีนี้ควรตรวจสอบกับผู้ดูแลระบบ Workspace แทนการพยายามแก้ไขจากบัญชีด้วยตัวเอง
หลังดำเนินการแล้ว แนะนำให้ตรวจสอบซ้ำตามรายการต่อไปนี้
| จุดตรวจสอบ | สิ่งที่ควรเช็ก |
|---|---|
| Gemini Chat | แชตที่ไม่ต้องการถูกลบแล้ว |
| Activity | ไม่มีรายการเก่าที่ต้องการลบ |
| Keep Activity | ปิดตามความต้องการ |
| Auto-delete | ตั้งระยะเวลาที่ต้องการ |
| Memory | ไม่มีข้อมูลที่ไม่ต้องการให้จำ |
| Personal Intelligence | ปิดหากไม่ต้องการ |
| Connected Apps | ตัดการเชื่อมต่อแอปที่ไม่จำเป็น |
| Google Drive/Gmail/Photos | ตรวจสอบข้อมูลต้นฉบับ |
| Shared Chats | ตรวจสอบแชตที่เคยแชร์ |
| Gemini Live | ตรวจสอบ Activity ที่เกี่ยวข้อง |
หากทุกจุดได้รับการตรวจสอบแล้ว จะลดโอกาสที่คุณจะเข้าใจผิดว่าลบข้อมูลทั้งหมด ทั้งที่ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ในอีกบริการหนึ่ง
การลบแชตล่าสุดไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมเก่าทั้งหมดถูกลบ
การปิดการบันทึกไม่ได้เท่ากับการลบ Activity ที่มีอยู่แล้ว
ถ้าไฟล์อยู่ใน Drive หรือบริการอื่น ไฟล์นั้นยังคงอยู่จนกว่าจะจัดการจากบริการต้นทาง
ข้อมูลที่ Gemini จำเพื่อใช้ปรับคำตอบอาจต้องจัดการแยกต่างหาก
ระบบอาจมีการเก็บข้อมูลบางส่วนตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย กฎหมาย หรือการดำเนินงาน
สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการลดการเก็บข้อมูล สามารถใช้แนวทางนี้เป็นพื้นฐาน
แนวทางนี้ช่วยลดข้อมูลที่ไม่จำเป็นโดยไม่ต้องเลิกใช้ Gemini ทั้งหมด
โดยทั่วไปไม่ควรลบข้อมูลโดยคิดว่าจะสามารถกู้คืนกลับมาได้ง่าย ๆ หากข้อมูลสำคัญควรสำรองหรือส่งออกก่อนลบ
ได้ การปิด Keep Activity ไม่ได้หมายความว่า Gemini จะหยุดทำงาน แต่จะเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บกิจกรรมตามนโยบายและการตั้งค่าของ Google
ไม่ใช่ทั้งหมด Google ระบุว่าเมื่อปิด Keep Activity การสนทนาในอนาคตอาจถูกเก็บไว้กับบัญชีชั่วคราวประมาณ 72 ชั่วโมงเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการให้บริการ ความปลอดภัย และการประมวลผล Feedback
ไม่ การลบ Gemini Apps Activity ไม่ได้ลบข้อมูลจาก Gmail หรือบริการ Google อื่นโดยอัตโนมัติ
ไม่ ไฟล์ต้นฉบับใน Drive ไม่ได้ถูกลบเพียงเพราะลบแชต Gemini
ควรตรวจสอบ Gemini Apps Activity ที่เกี่ยวข้องกับ Live เพราะกิจกรรมอาจเกี่ยวข้องกับ Transcript เสียง วิดีโอ หรือ Screenshare ตามประเภทการใช้งาน
ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน หากต้องการลดข้อมูลสะสม ควรใช้ Auto-delete และตรวจสอบ Activity เป็นระยะ โดยเฉพาะหลังจากใช้ Gemini กับข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลสำคัญ
หากต้องการลบข้อมูล Gemini ให้ได้มากที่สุด อย่าหยุดแค่การลบประวัติแชต แต่ให้ตรวจสอบข้อมูลเป็นหลายชั้น
ลำดับที่แนะนำคือ
ลบ Gemini Apps Activity → ลบแชตที่เกี่ยวข้อง → ปิด Keep Activity → ตรวจสอบ Memory → ตรวจสอบ Personal Intelligence → ตัด Connected Apps → ลบข้อมูลต้นฉบับจากบริการอื่น → ตรวจสอบแชตที่แชร์ → ตั้ง Auto-delete
สิ่งสำคัญที่สุดคือแยกให้ออกว่า ข้อมูลใน Gemini กับ ข้อมูลต้นฉบับในบริการ Google อื่น เป็นคนละส่วนกัน การลบอย่างหนึ่งไม่ได้ทำให้อีกอย่างหายโดยอัตโนมัติ
หากคุณกำลังจัดการบัญชีเพื่อความเป็นส่วนตัว แนะนำให้ทำ Checklist ให้ครบทุกจุดแทนการลบแบบเร่งรีบ เพราะข้อมูลที่ดูเหมือนเป็น “ประวัติ Gemini” อาจเกี่ยวข้องกับไฟล์ แอปที่เชื่อมต่อ Memory หรือข้อมูลจากบริการอื่นด้วย
สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบการตั้งค่าแบบละเอียด บทความจาก comsiam ควรใช้เป็นแนวทางประกอบร่วมกับหน้าการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและเอกสารช่วยเหลืออย่างเป็นทางการของ Google เพื่อให้เห็นว่าข้อมูลส่วนใดถูกลบ ส่วนใดยังอยู่ และส่วนใดต้องจัดการแยกกัน
การตั้งค่าอย่างรอบคอบตั้งแต่วันนี้ จะช่วยลดข้อมูลที่สะสมใน Gemini ในระยะยาว และทำให้คุณควบคุมข้อมูลส่วนตัวได้ดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องหยุดใช้ Gemini
หากต้องการตรวจสอบเพิ่มเติม comsiam แนะนำให้เช็ก Activity, Memory และ Connected Apps เป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนบัญชี อุปกรณ์ หรือบริการที่เชื่อมต่อกับ Gemini