Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากคุณใช้ Google Gemini แล้วไม่ต้องการให้ระบบเก็บกิจกรรมการใช้งานไว้ใน Gemini Apps Activity คุณสามารถเข้าไปปิด Keep Activity ได้จากการตั้งค่าบัญชี Google
การปิด Keep Activity มีประโยชน์สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว และไม่ต้องการให้การสนทนากับ Gemini ถูกบันทึกไว้ในประวัติกิจกรรมตามการตั้งค่าปกติ
อย่างไรก็ตาม ปิด Keep Activity ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลจะไม่ถูกประมวลผลหรือถูกเก็บไว้ทุกกรณี เพราะ Google ยังอาจเก็บข้อมูลบางอย่างเป็นระยะเวลาจำกัดเพื่อให้บริการ ทำให้ระบบมีความปลอดภัย และจัดการความคิดเห็นหรือรายงานปัญหาได้
บทความนี้จะอธิบายว่า Keep Activity คืออะไร วิธีปิดอย่างละเอียด ผลกระทบหลังปิด และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตั้งค่า เพื่อให้คุณเลือกการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของ Gemini ได้เหมาะกับการใช้งานจริง
Keep Activity คือการตั้งค่าที่ควบคุมว่าจะให้กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Gemini Apps ถูกบันทึกไว้ในบัญชี Google หรือไม่
กิจกรรมอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณทำใน Gemini เช่น
เมื่อเปิด Keep Activity กิจกรรมที่เข้าเกณฑ์สามารถปรากฏใน Gemini Apps Activity และสามารถนำไปใช้ตามการตั้งค่าและนโยบายของ Google
Google ระบุว่าผู้ใช้สามารถควบคุมการตั้งค่า Gemini Apps Activity ได้จากบัญชี Google และสามารถเลือกช่วงเวลาการลบกิจกรรมอัตโนมัติได้
เมื่อปิด Keep Activity การสนทนาใหม่จะไม่ถูกบันทึกลงใน Gemini Apps Activity ตามรูปแบบปกติ
แต่มีจุดสำคัญที่ไม่ควรเข้าใจผิดคือ การปิด Keep Activity ไม่ได้เท่ากับการลบข้อมูลทั้งหมดทันที
Google ระบุว่าเมื่อ Keep Activity ปิดอยู่ บทสนทนาใหม่อาจยังถูกเก็บไว้ชั่วคราวเป็นระยะเวลาสูงสุดประมาณ 72 ชั่วโมง เพื่อให้ Google สามารถให้บริการและประมวลผล Feedback หรือจัดการด้านความปลอดภัยได้ตามความจำเป็น
ดังนั้น หากเป้าหมายของคุณคือ ลดการบันทึกกิจกรรมในบัญชี การปิด Keep Activity ช่วยได้ แต่ถ้าต้องการลบข้อมูลเดิมด้วย ต้องดำเนินการลบกิจกรรมที่มีอยู่แยกต่างหาก
การปิดสามารถทำผ่านการตั้งค่าของ Gemini หรือ Google Account โดยชื่อเมนูอาจเปลี่ยนเล็กน้อยตามอุปกรณ์และเวอร์ชันของบริการ
เข้า Google Gemini ด้วยบัญชี Google ที่ต้องการเปลี่ยนการตั้งค่า
หากคุณมีหลายบัญชี ให้ตรวจสอบรูปโปรไฟล์ก่อน เพราะการตั้งค่า Activity ผูกกับบัญชีที่กำลังใช้งาน
มองหาเมนู Settings หรือ การตั้งค่า
จากนั้นเลือกส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
Gemini Apps Activity
หรือเมนูที่ใช้จัดการกิจกรรมของ Gemini
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามภาษาและอินเทอร์เฟซของบัญชี
ภายในหน้าการตั้งค่า ให้ค้นหาตัวเลือก
Keep Activity
จากนั้นเลือกเข้าไปจัดการการตั้งค่า
โดยทั่วไปจะเห็นสถานะว่าปัจจุบันเปิดหรือปิดอยู่
เลือกตัวเลือกสำหรับปิดการบันทึกกิจกรรม
ระบบอาจแสดงหน้าต่างแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบของการปิด Keep Activity
อ่านข้อมูลให้ครบก่อนยืนยัน
กดยืนยันการเปลี่ยนแปลง
หลังจากนั้นตรวจสอบอีกครั้งว่าสถานะ Keep Activity เปลี่ยนเป็น Off
หากแสดงสถานะปิดแล้ว การตั้งค่าก็มีผลกับกิจกรรมใหม่ตามเงื่อนไขของ Google
หากหาเมนูจาก Gemini ไม่เจอ สามารถเข้าไปจัดการผ่านบัญชี Google ได้เช่นกัน
ขั้นตอนโดยทั่วไปคือ
❶ เปิด Google Account
❷ เข้าเมนู Data & privacy
❸ ค้นหาส่วน History settings
❹ เลือกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Gemini
❺ เข้าไปตรวจสอบ Gemini Apps Activity
❻ ปิดการตั้งค่า Keep Activity
Google มีการปรับหน้าตาและตำแหน่งเมนูเป็นระยะ ดังนั้นชื่อเมนูบนหน้าจอจริงอาจแตกต่างจากขั้นตอนข้างต้นเล็กน้อย
ไม่ควรเข้าใจว่าการปิด Keep Activity จะลบแชตเก่าทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
หากมีประวัติกิจกรรมเดิมอยู่ คุณควรตรวจสอบ Gemini Apps Activity และลบข้อมูลเดิมแยกต่างหาก
ตัวอย่างเช่น
ก่อนปิด Keep Activity
มีประวัติการสนทนาเก็บอยู่
↓
ปิด Keep Activity
หยุดการบันทึกกิจกรรมใหม่ตามการตั้งค่า
↓
ลบประวัติเดิม
ต้องดำเนินการแยก
ดังนั้น หากเป้าหมายคือทำให้ประวัติเดิมหายด้วย ควรทำทั้งสองขั้นตอน
สองอย่างนี้มีหน้าที่ต่างกัน
| การตั้งค่า | หน้าที่ |
|---|---|
| ปิด Keep Activity | ควบคุมการบันทึกกิจกรรมใหม่ |
| ลบ Activity | ลบกิจกรรมที่มีอยู่ |
| Auto-delete | ตั้งให้กิจกรรมเก่าถูกลบอัตโนมัติตามระยะเวลา |
| Temporary Chat | ใช้การสนทนาที่ไม่แสดงใน Recent Chats และไม่บันทึกใน Gemini Apps Activity แบบปกติ |
Google ระบุว่าการตั้งค่าการลบอัตโนมัติของ Gemini Apps Activity มีตัวเลือก เช่น 3 เดือน, 18 เดือน และ 36 เดือน รวมถึงตัวเลือกไม่ตั้งการลบอัตโนมัติ โดยค่าเริ่มต้นอาจเป็นการเก็บไว้ 18 เดือนสำหรับการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นผู้ใช้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นควรพิจารณาทั้ง Keep Activity, Auto-delete และ Temporary Chat ไม่ใช่ดูเฉพาะสวิตช์เดียว
ได้
การปิด Keep Activity ไม่ได้หมายความว่าคุณจะหยุดใช้ Gemini
คุณยังสามารถใช้ Gemini เพื่อ
เพียงแต่การจัดเก็บกิจกรรมจะเปลี่ยนไปตามการตั้งค่าที่เลือก
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์บางอย่างอาจต้องพึ่งพาประวัติหรือกิจกรรมที่ผ่านมา ดังนั้นการปิด Keep Activity อาจทำให้ความสามารถบางอย่างแตกต่างจากตอนเปิดใช้งาน
นี่เป็นจุดที่หลายคนสับสน
Keep Activity กับ Memory ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
Memory เป็นความสามารถที่ช่วยให้ Gemini สามารถใช้ข้อมูลหรือบริบทบางอย่างจากการสนทนาในอดีตเพื่อปรับคำตอบให้เหมาะกับผู้ใช้ ขณะที่ Keep Activity เป็นการควบคุมการบันทึกกิจกรรม
ดังนั้นอย่าคิดว่า
ปิด Keep Activity = ปิดทุกระบบ Memory
หรือ
เปิด Keep Activity = Gemini จะจำทุกอย่าง
สองเรื่องนี้มีการทำงานและเงื่อนไขแตกต่างกัน
อาจมีผลกับความสามารถที่ต้องใช้ประวัติการสนทนา แต่ไม่ควรเหมารวมว่า Keep Activity เป็นสวิตช์เดียวกับ Memory
Google ระบุว่า Memory of past Gemini chats มีข้อกำหนดของตัวเอง เช่น ต้องใช้บัญชี Google ส่วนตัว อายุ 18 ปีขึ้นไป เปิด Keep Activity และฟีเจอร์ยังมีการทยอยเปิดให้ใช้งาน
ดังนั้นหากคุณต้องการใช้ความสามารถในการให้ Gemini อ้างอิงแชตที่ผ่านมา การปิด Keep Activity อาจทำให้ความสามารถดังกล่าวไม่พร้อมใช้งาน
คำตอบขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน
ก่อนปิดจึงควรเลือกตามความต้องการ ไม่ใช่ปิดเพราะคิดว่าเป็นการตั้งค่าที่ “ปลอดภัยกว่า” ในทุกสถานการณ์
Temporary Chat เป็นอีกวิธีหนึ่งสำหรับการสนทนาที่ต้องการลดการเก็บประวัติ
Google ระบุว่า Temporary Chat จะไม่ปรากฏใน Recent Chats และไม่แสดงใน Gemini Apps Activity ตามปกติ นอกจากนี้ Temporary Chat ยังไม่รองรับความสามารถบางอย่าง เช่น Gems, Connected Apps และการปรับคำตอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภท
จึงเหมาะกับสถานการณ์ที่คุณต้องการสนทนาเฉพาะครั้งโดยไม่ต้องการให้บทสนทนานั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติการใช้งานปกติ
| คุณสมบัติ | Keep Activity Off | Temporary Chat |
|---|---|---|
| ใช้ Gemini ได้ | ได้ | ได้ |
| เก็บใน Activity ตามปกติ | ไม่ | ไม่ |
| ใช้เป็นแชตปกติ | ได้ | ไม่ใช่รูปแบบแชตปกติ |
| Recent Chats | ขึ้นกับระบบ/บริบท | ไม่แสดง |
| Memory/Personalization | อาจมีข้อจำกัด | จำกัดมากกว่า |
| เหมาะกับ | ลดการบันทึกโดยรวม | สนทนาชั่วคราว |
ไม่ควรตีความเช่นนั้น
ความเป็นส่วนตัวไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Keep Activity เพียงอย่างเดียว
ยังมีปัจจัยอื่น เช่น
ดังนั้นการปิด Keep Activity เป็นเพียงหนึ่งขั้นตอนในการจัดการข้อมูล ไม่ใช่การรับประกันว่าข้อมูลทั้งหมดจะไม่ถูกประมวลผล
หากข้อมูลเป็นความลับมาก เช่น
ไม่ควรส่งเข้า Gemini เพียงเพราะปิด Keep Activity แล้ว
แนวคิดที่ถูกต้องคือ
อย่าส่งข้อมูลที่ไม่จำเป็นให้ AI ตั้งแต่แรก
การปิด Activity ช่วยจัดการการบันทึกกิจกรรม แต่ไม่ได้เปลี่ยนข้อมูลที่คุณส่งไปให้กลายเป็นข้อมูลที่ไม่มีความเสี่ยง
หากต้องใช้ Gemini ช่วยวิเคราะห์เอกสาร ให้ลบหรือแทนที่ข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อจริง เลขบัญชี รหัสผ่าน และข้อมูลลูกค้าที่ไม่จำเป็นก่อน
หลังจากเปลี่ยนการตั้งค่า ให้ตรวจสอบซ้ำ
❶ เปิด Gemini
❷ เข้า Settings
❸ ไปที่ Gemini Apps Activity
❹ ตรวจสอบสถานะ Keep Activity
❺ ต้องเห็นสถานะเป็น Off หรือข้อความที่ระบุว่าปิดการบันทึกกิจกรรม
หากยังแสดงเป็น On ให้ตรวจสอบว่าคุณกำลังใช้บัญชี Google ถูกบัญชีหรือไม่
นี่เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยเมื่อผู้ใช้มีหลายบัญชี
อาจเกิดจากหลายสาเหตุ
การปิด Keep Activity ไม่ได้หมายความว่าจะลบประวัติเดิมทันที
หากต้องการลบข้อมูลเก่า ต้องใช้คำสั่งลบแยกต่างหาก
ตรวจสอบรูปโปรไฟล์และอีเมลของบัญชีที่ Login อยู่
ลอง Reload Gemini หรือออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบใหม่
ข้อมูลที่แสดงบนหน้าจออาจไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมนั้นถูกบันทึกเป็นประวัติถาวร
หากต้องการลดข้อมูลที่มีอยู่เดิม ควรจัดการ Gemini Apps Activity เพิ่มเติม
แนวทางทั่วไปคือ
❶ เข้า Google Account
❷ เปิด Data & privacy
❸ ไปที่ประวัติกิจกรรม
❹ เลือก Gemini Apps Activity
❺ ตรวจสอบกิจกรรมที่ต้องการลบ
❻ เลือก Delete
❼ เลือกช่วงเวลาที่ต้องการลบ
คุณสามารถเลือกช่วงเวลา เช่น วันนี้ ช่วงเวลาที่กำหนด หรือกิจกรรมทั้งหมดได้ตามตัวเลือกที่ Google แสดงให้บัญชีของคุณ
ได้ และเหมาะกับผู้ใช้บางกลุ่ม
ตัวอย่างเช่น คุณอาจต้องการเก็บประวัติ Gemini ไว้ช่วงหนึ่งเพื่อค้นหางานเก่า แต่ไม่ต้องการเก็บข้อมูลไว้นานหลายปี
ในกรณีนี้สามารถใช้ Auto-delete เพื่อให้กิจกรรมเก่าถูกลบอัตโนมัติตามระยะเวลาที่เลือก
แนวทางนี้เหมาะกับคนที่ต้องการสมดุลระหว่าง
ความสะดวกในการค้นประวัติ
กับ
การลดระยะเวลาการเก็บข้อมูล
ใช้หลักง่าย ๆ ดังนี้
| ความต้องการ | การตั้งค่าที่เหมาะสม |
|---|---|
| ต้องการเก็บประวัติ | เปิด Keep Activity |
| ต้องการให้ Gemini ใช้ประวัติในบางฟีเจอร์ | ตรวจข้อกำหนด Memory และเปิดตามความจำเป็น |
| ต้องการลดการบันทึก | ปิด Keep Activity |
| ต้องการลบข้อมูลเก่า | ลบ Gemini Apps Activity |
| ต้องการลบอัตโนมัติ | ตั้ง Auto-delete |
| ต้องการแชตชั่วคราว | ใช้ Temporary Chat |
| มีข้อมูลลับมาก | หลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลที่ไม่จำเป็น |
ถ้าคุณกำลังปรับ Gemini ให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น อย่าหยุดที่ Keep Activity
ให้ตรวจสอบเพิ่มอีก 5 จุด
ดูว่าต้องการให้ Gemini เก็บกิจกรรมหรือไม่
กำหนดระยะเวลาที่ต้องการให้ข้อมูลถูกลบ
ตรวจสอบว่า Gemini มีการใช้ข้อมูลจากแชตที่ผ่านมาเพื่อปรับคำตอบหรือไม่
ตรวจสอบว่า Gemini เชื่อมต่อกับบริการ Google หรือแอปใดบ้าง
ตรวจสอบว่าคุณเปิดการใช้ข้อมูลจากบริการต่าง ๆ เพื่อให้ Gemini ปรับคำตอบให้เหมาะกับคุณหรือไม่
การตรวจทั้ง 5 จุดจะให้ภาพรวมเรื่องความเป็นส่วนตัวดีกว่าการปิด Keep Activity เพียงอย่างเดียว
หลังจากปิดแล้ว แนะนำให้ทำ Checklist ต่อไปนี้
❶ ตรวจสอบว่า Keep Activity เป็น Off
❷ ตรวจสอบ Gemini Apps Activity
❸ ลบประวัติเดิมที่ไม่ต้องการ
❹ ตั้ง Auto-delete หากยังต้องการเก็บประวัติบางส่วน
❺ ตรวจสอบ Memory
❻ ตรวจสอบ Connected Apps
❼ ตรวจสอบ Personal Intelligence
❽ หลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลลับที่ไม่จำเป็น
❾ ใช้ Temporary Chat เมื่อเหมาะสม
❿ ตรวจสอบบัญชี Google ที่กำลัง Login
วิธีนี้จะช่วยให้การจัดการความเป็นส่วนตัวเป็นระบบมากกว่าแค่การปิดสวิตช์เดียว
โดยทั่วไป Keep Activity เป็นการตั้งค่าบัญชี ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่ต้องซื้อแพ็กเกจเพิ่มเติมเพื่อเปิดหรือปิด
ได้ คุณยังสามารถใช้ Gemini ได้ แต่ฟีเจอร์บางอย่างที่พึ่งพาประวัติหรือ Memory อาจมีข้อจำกัดตามเงื่อนไขของ Google
ไม่ควรคิดว่าจะหายทันที การปิด Keep Activity กับการลบประวัติเป็นคนละการดำเนินการ
ไม่ใช่ การปิด Keep Activity ควบคุมการบันทึกกิจกรรมตามระบบ Activity แต่ Google ระบุว่ายังอาจเก็บข้อมูลบางอย่างชั่วคราวตามความจำเป็นในการให้บริการ ความปลอดภัย และการจัดการ Feedback
Memory มีข้อกำหนดของตัวเอง และ Google ระบุว่าการใช้ Memory of past Gemini chats ต้องเปิด Keep Activity ดังนั้นการปิด Keep Activity อาจทำให้ความสามารถนี้ไม่พร้อมใช้งาน
ไม่ควรใช้คำว่า “ปลอดภัยกว่า” แบบเหมารวม เพราะทั้งสองอย่างมีวัตถุประสงค์ต่างกัน Temporary Chat เหมาะกับการสนทนาชั่วคราว ส่วน Keep Activity Off เป็นการตั้งค่าการบันทึกกิจกรรมโดยรวม
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน หากคุณต้องการค้นหาแชตเก่าและใช้ความสามารถที่อาศัยประวัติ การเปิดไว้พร้อมตั้ง Auto-delete อาจเหมาะกว่า
หากคุณต้องการ หยุดการบันทึกกิจกรรม Gemini ในบัญชีตามการตั้งค่าปกติ ให้เข้าไปที่การตั้งค่า Gemini Apps Activity แล้วปิด Keep Activity
สิ่งที่ต้องจำมี 4 ข้อ
หนึ่ง — ปิด Keep Activity ไม่เท่ากับลบประวัติเก่า
หากต้องการลบข้อมูลเดิม ต้องสั่งลบ Gemini Apps Activity แยกต่างหาก
สอง — ปิด Keep Activity ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการเก็บข้อมูลทุกชนิด
Google ระบุว่าอาจเก็บข้อมูลบางอย่างชั่วคราวเพื่อการให้บริการและความปลอดภัย แม้ปิด Activity แล้ว
สาม — Memory เป็นคนละเรื่องกับ Keep Activity
หากต้องการใช้ Memory of past Gemini chats ต้องตรวจสอบข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพราะ Keep Activity เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญ
สี่ — อย่าส่งข้อมูลลับเพียงเพราะคิดว่าปิด Activity แล้วปลอดภัย
วิธีลดความเสี่ยงที่ดีที่สุดคือไม่ส่งข้อมูลที่ไม่จำเป็นตั้งแต่ต้น
สำหรับผู้ที่ใช้ Gemini ทำงานด้าน AI เป็นประจำ เช่น การสร้างเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูล หรือทำงานใน comsiam การตั้งค่า Keep Activity ให้ตรงกับลักษณะงานจะช่วยให้คุณควบคุมสมดุลระหว่างความสะดวกในการค้นประวัติกับความเป็นส่วนตัวได้ดีขึ้น
หากต้องการลดการบันทึกแบบจริงจัง ให้ใช้แนวทาง ปิด Keep Activity + ลบประวัติเดิม + ตั้ง Auto-delete + ตรวจ Memory + ตรวจ Connected Apps + หลีกเลี่ยงข้อมูลลับที่ไม่จำเป็น
เพียงเท่านี้ก็สามารถจัดการการใช้งาน Gemini ให้สอดคล้องกับความต้องการด้านความเป็นส่วนตัวได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องหยุดใช้ Gemini ทั้งหมด
Slug
gemini-turn-off-keep-activity
Tags
Google Gemini, Gemini AI, AI Tools,