Gemini Deep Research ใช้ได้กี่ครั้ง

Gemini Deep Research มีขีดจำกัดการใช้งาน แต่ Google ไม่ได้รับประกันจำนวนครั้งที่ตายตัวสำหรับทุกบัญชี ระบบพิจารณาจากแพ็กเกจ โมเดล ความซับซ้อนของหัวข้อ แหล่งข้อมูล ไฟล์ที่แนบ ความยาวของรายงาน และทรัพยากรประมวลผล

ผู้ใช้แพ็กเกจ Google AI Plus, Pro และ Ultra จะได้รับขีดจำกัดสูงกว่าบัญชีฟรีตามลำดับ แต่ทุกแพ็กเกจยังสามารถใช้โควตาครบได้

สรุป Deep Research ใช้ได้กี่ครั้ง

ไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขเดียวได้ว่า Deep Research ใช้ได้วันละหรือเดือนละกี่ครั้ง เพราะระบบขีดจำกัดอาจเปลี่ยนตามบัญชีและลักษณะงาน

จำนวนรายงานที่สร้างได้ขึ้นอยู่กับ

  • แพ็กเกจ Google AI
  • โมเดลที่ใช้สร้างรายงาน
  • ความซับซ้อนของหัวข้อ
  • จำนวนแหล่งข้อมูล
  • ไฟล์ที่อัปโหลด
  • ข้อมูลจาก Gmail หรือ Drive
  • ความยาวของรายงาน
  • ปริมาณผู้ใช้งานในระบบ
  • ขีดจำกัดตามรอบเวลา
  • ขีดจำกัดรวมรายสัปดาห์

เมื่อใกล้ถึงหรือใช้ครบขีดจำกัด Gemini จะแสดงข้อความแจ้งเตือนและอาจระบุเวลาที่สามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

Deep Research คืออะไร

Deep Research เป็นเครื่องมือที่ช่วยค้นหา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง ก่อนจัดทำเป็นรายงานที่มีโครงสร้าง

ขั้นตอนการทำงานโดยทั่วไปประกอบด้วย

❶ รับหัวข้อหรือคำถามจากผู้ใช้

❷ สร้างแผนการค้นคว้า

❸ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้แก้ไขแผน

❹ ค้นหาข้อมูลจากแหล่งที่เลือก

❺ เปรียบเทียบข้อมูลหลายเว็บไซต์หรือหลายเอกสาร

❻ วิเคราะห์ประเด็นสำคัญ

❼ จัดทำรายงานพร้อมแหล่งอ้างอิง

รายงานหนึ่งชิ้นอาจใช้เวลาประมาณ 5–10 นาที และหัวข้อซับซ้อนอาจใช้เวลานานกว่านั้น

ขีดจำกัด Deep Research แต่ละแพ็กเกจต่างกันอย่างไร

แพ็กเกจการเข้าถึง Deep Researchระดับขีดจำกัด
ไม่มีแพ็กเกจ Google AIใช้ได้ตามขีดจำกัดมาตรฐานและความพร้อมต่ำสุด
Google AI Plusใช้ได้มากกว่าบัญชีฟรีเหมาะกับการค้นคว้าเป็นครั้งคราว
Google AI Proขีดจำกัดสูงขึ้นและใช้โมเดลคุณภาพสูงตามสิทธิ์เหมาะกับการทำงานประจำ
Google AI Ultraขีดจำกัดสูงสุดตามแพ็กเกจเหมาะกับงานวิจัยปริมาณมาก แต่ไม่ไม่จำกัด

ตารางนี้แสดงระดับโดยรวม ไม่ใช่การรับประกันจำนวนรายงาน เพราะ Google สามารถปรับขีดจำกัดตามทรัพยากรและความพร้อมของระบบได้

บัญชีฟรีใช้ Deep Research ได้หรือไม่

บัญชีฟรีสามารถใช้ Deep Research ได้ตามสิทธิ์และขีดจำกัดที่ Google เปิดให้ แต่โควตาอาจต่ำกว่าแพ็กเกจแบบชำระเงิน

ในช่วงที่ระบบมีผู้ใช้งานจำนวนมาก ฟีเจอร์ที่ใช้ทรัพยากรสูงอย่าง Deep Research อาจถูกจำกัดสำหรับบัญชีฟรีก่อนสมาชิก Google AI

บัญชีฟรียังอาจใช้โมเดลหรือความสามารถต่างจากสมาชิกแบบชำระเงิน ทำให้คุณภาพ ความละเอียด หรือจำนวนรายงานแตกต่างกัน

Google AI Plus ใช้ Deep Research ได้กี่ครั้ง

Google AI Plus ได้ขีดจำกัดสูงกว่าบัญชีฟรี แต่ไม่มีจำนวนครั้งที่รับประกันต่อวันหรือเดือน

แพ็กเกจนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานค้นคว้าเป็นบางครั้ง เช่น

  • เปรียบเทียบสินค้า
  • ศึกษาตลาดเบื้องต้น
  • รวบรวมข้อมูลเพื่อเขียนบทความ
  • สรุปแนวโน้มในอุตสาหกรรม
  • ค้นคว้าหัวข้อการเรียน
  • ตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง

หากทำรายงานหลายฉบับต่อวันอย่างต่อเนื่อง อาจชนขีดจำกัดได้

Google AI Pro ใช้ Deep Research ได้กี่ครั้ง

Google AI Pro มีขีดจำกัดสูงกว่า Plus และสามารถใช้โมเดลคุณภาพสูงสำหรับรายงานตามสิทธิ์ที่เปิดให้บริการ

จำนวนที่ใช้ได้จริงอาจลดลงเร็วเมื่อ

  • หัวข้อกว้างเกินไป
  • ค้นหาแหล่งข้อมูลจำนวนมาก
  • แนบไฟล์หลายฉบับ
  • เชื่อม Gmail และ Drive
  • ขอรายงานยาวมาก
  • สร้างรายงานซ้ำหลายเวอร์ชัน
  • ใช้งานร่วมกับโมเดล Pro อย่างต่อเนื่อง

Pro เหมาะกับนักเขียน นักการตลาด นักศึกษา นักวิจัย และผู้ประกอบการที่ต้องค้นคว้าเป็นประจำ แต่ยังไม่ใช่แพ็กเกจแบบไม่จำกัด

Google AI Ultra ใช้ Deep Research ไม่จำกัดหรือไม่

Google AI Ultra มีขีดจำกัดสูงกว่า Pro แต่ไม่ได้รับประกันว่าใช้ Deep Research ได้ไม่จำกัด

ผู้ใช้ Ultra ยังอาจได้รับข้อความให้รอเมื่อ

  • ใช้ทรัพยากรครบตามรอบ
  • ใช้ถึงขีดจำกัดรวมรายสัปดาห์
  • สร้างรายงานขนาดใหญ่จำนวนมาก
  • ระบบมีผู้ใช้หนาแน่น
  • ฟีเจอร์กำลังถูกปรับปรุง
  • บัญชีติดข้อจำกัดเฉพาะ

Ultra เหมาะกับผู้ที่ใช้ Deep Research สร้างมูลค่าทางธุรกิจหรือทำงานจำนวนมากจริง ๆ ไม่ควรสมัครเพียงเพราะต้องการทำรายงานไม่กี่ครั้งต่อเดือน

Deep Research นับโควตาอย่างไร

Google ไม่ได้อธิบายว่ารายงานทุกชิ้นใช้โควตาเท่ากัน ระบบอาจประเมินจากทรัพยากรที่ใช้ในแต่ละงาน

งานที่อาจใช้ทรัพยากรน้อยกว่า

  • หัวข้อเฉพาะเจาะจง
  • จำกัดขอบเขตชัดเจน
  • ใช้แหล่งข้อมูลไม่มาก
  • ไม่แนบไฟล์ขนาดใหญ่
  • ขอรายงานกระชับ
  • ไม่เชื่อมข้อมูลหลายบริการ

งานที่อาจใช้ทรัพยากรมากกว่า

  • หัวข้อกว้างระดับอุตสาหกรรม
  • วิเคราะห์หลายประเทศ
  • เปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังหลายปี
  • ใช้ไฟล์หลายร้อยหน้า
  • เชื่อม Gmail และ Drive
  • ขอวิเคราะห์ตัวเลขจำนวนมาก
  • ต้องตรวจสอบแหล่งข้อมูลหลายประเภท
  • ขอรายงานละเอียดมาก

ดังนั้นการสร้างรายงานหนึ่งครั้งไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนโควตาเท่ากับอีกครั้ง

การแก้ไขแผนวิจัยนับเพิ่มหรือไม่

ก่อนเริ่มค้นคว้า Gemini จะสร้างแผนการวิจัยให้ตรวจสอบ การแก้ไขแผนก่อนกดเริ่มวิจัยช่วยให้ผลลัพธ์ตรงขึ้นและอาจลดการทำรายงานซ้ำ

การพิมพ์แก้แผนไม่ควรถูกมองว่าเท่ากับการสร้างรายงานใหม่ แต่เมื่อเริ่มกระบวนการค้นคว้าแล้ว ระบบจะใช้ทรัพยากรในการทำงาน

ควรตรวจแผนให้ครบก่อนกดเริ่ม โดยดูว่า

  • คำถามหลักตรงกับเป้าหมายหรือไม่
  • ขอบเขตกว้างเกินไปหรือไม่
  • ประเทศและช่วงเวลาถูกต้องหรือไม่
  • ต้องการข้อมูลเชิงตัวเลขหรือไม่
  • ต้องการเปรียบเทียบหัวข้อใด
  • มีแหล่งข้อมูลใดที่ไม่ต้องการหรือไม่

การสร้างรายงานใหม่จากหัวข้อเดิมนับโควตาเพิ่มหรือไม่

หากสั่งให้ Deep Research เริ่มค้นคว้าและสร้างรายงานใหม่อีกครั้ง ควรถือว่าเป็นการใช้งานใหม่และอาจใช้โควตาเพิ่มเติม

หากต้องการปรับเพียงบางส่วน ควรสนทนาต่อจากรายงานเดิม เช่น

  • ขอให้สรุปสั้นลง
  • ขอทำเป็นตาราง
  • ขอแยกข้อดีและข้อเสีย
  • ขอเขียนใหม่สำหรับกลุ่มเป้าหมาย
  • ขอสร้างโครงร่างบทความ
  • ขอขยายเฉพาะหัวข้อที่ต้องการ

การนำผลวิจัยเดิมมาแปลงรูปแบบมักคุ้มกว่าการเริ่ม Deep Research ใหม่ทั้งหมด

Deep Research รีเซ็ตขีดจำกัดเมื่อไร

ขีดจำกัดอาจมีทั้งรอบระยะสั้นและขีดจำกัดรวมรายสัปดาห์ ไม่ควรสรุปว่าจะรีเซ็ตตอนเที่ยงคืนทุกวัน

ระบบการใช้งาน Gemini โดยรวมอาจรีเฟรชเป็นช่วงประมาณทุก 5 ชั่วโมง จนกว่าจะถึงขีดจำกัดรายสัปดาห์ แต่ฟีเจอร์ Deep Research อาจมีการกำหนดเฉพาะเพิ่มเติม

ควรยึดเวลาที่แสดงในข้อความแจ้งเตือนของบัญชี เพราะเป็นข้อมูลที่ตรงกับสถานะการใช้งานจริงที่สุด

วิธีดูโควตา Deep Research ที่เหลือ

❶ เปิด Gemini เวอร์ชันเว็บ

ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีที่ใช้ Deep Research

❷ เปิดการตั้งค่าและความช่วยเหลือ

เลือกเมนูบริเวณด้านล่างของแถบด้านข้าง

❸ เปิดขีดจำกัดการใช้งาน

เลือก Usage Limits หรือเมนูที่มีความหมายใกล้เคียงกัน

❹ ตรวจสอบสถานะ

ระบบอาจแสดงว่าใช้งานได้ ใกล้ถึงขีดจำกัด หรือถึงขีดจำกัดแล้ว

❺ ตรวจสอบเวลารีเซ็ต

หากโควตาหมด ให้ดูเวลาที่ Gemini ระบุว่าจะกลับมาใช้ได้

ระบบอาจไม่แสดงจำนวนรายงานที่เหลือเป็นตัวเลขเสมอไป

วิธีใช้ Deep Research ให้ประหยัดโควตา

❶ กำหนดคำถามหลักเพียงเรื่องเดียว

ไม่ควรรวมหลายโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกันไว้ในรายงานเดียว เพราะทำให้แผนกว้างและผลลัพธ์ไม่ลึก

❷ ระบุขอบเขตให้ชัดเจน

ควรระบุ

  • ประเทศ
  • ช่วงเวลา
  • กลุ่มเป้าหมาย
  • ประเภทข้อมูล
  • เกณฑ์เปรียบเทียบ
  • รูปแบบรายงาน
  • ความยาวที่ต้องการ
  • แหล่งข้อมูลที่ให้ความสำคัญ

❸ ตรวจแผนก่อนเริ่ม

ตัดหัวข้อที่ไม่จำเป็นออกก่อนกดเริ่มวิจัย เพื่อลดงานที่ไม่เกี่ยวข้อง

❹ ใช้รายงานเดิมต่อยอด

หลังได้รายงานแล้ว ให้ Gemini สรุป ทำตาราง เขียนบทความ หรือสร้างแผนงานจากข้อมูลเดิม แทนการเริ่มวิจัยใหม่

❺ แนบเฉพาะไฟล์ที่เกี่ยวข้อง

ไม่ควรอัปโหลดเอกสารทั้งหมด หากต้องการใช้ข้อมูลเพียงไม่กี่หน้า

❻ รวมคำถามที่เกี่ยวข้อง

หากคำถามย่อยอยู่ในหัวข้อเดียวกัน ให้ใส่ไว้ในแผนเดียวอย่างมีโครงสร้าง แทนการสร้างรายงานแยกหลายฉบับ

❼ ใช้แชตธรรมดาสำหรับงานง่าย

คำถามที่ตอบได้จากความรู้ทั่วไปหรือเอกสารฉบับเดียวอาจไม่จำเป็นต้องใช้ Deep Research

ตัวอย่าง Prompt Deep Research ที่มีประสิทธิภาพ

“ทำ Deep Research เปรียบเทียบตลาดบริการรับทำ SEO ในประเทศไทยสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก โดยใช้ข้อมูลย้อนหลังไม่เกิน 2 ปี วิเคราะห์กลุ่มลูกค้า ช่วงราคา บริการที่นิยม ปัจจัยตัดสินใจซื้อ และช่องว่างทางการตลาด จัดทำเป็นรายงานภาษาไทย พร้อมตารางเปรียบเทียบและสรุปแนวทางที่นำไปใช้ได้จริง”

Prompt นี้ระบุประเทศ ระยะเวลา กลุ่มเป้าหมาย ประเด็นวิเคราะห์ และรูปแบบผลลัพธ์ ช่วยให้แผนวิจัยชัดเจนและลดโอกาสต้องเริ่มใหม่

ถึงขีดจำกัด Deep Research แล้วทำอย่างไร

❶ ตรวจสอบเวลารีเซ็ต

อ่านข้อความแจ้งเตือนและรอจนถึงเวลาที่ระบบระบุ

❷ ใช้แชตปกติต่อจากข้อมูลเดิม

หากมีรายงานก่อนหน้า ให้นำมาใช้สรุปหรือวิเคราะห์ต่อโดยไม่เริ่มงาน Deep Research ใหม่

❸ ลดขอบเขตของงาน

หากกลับมาใช้ได้แล้ว ให้แบ่งหัวข้อกว้างออกเป็นคำถามที่เฉพาะเจาะจงขึ้น

❹ ใช้ Google Search ค้นข้อมูลหลัก

รวบรวมแหล่งข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง แล้วให้ Gemini วิเคราะห์เอกสารแทนการค้นคว้าทั้งอินเทอร์เน็ต

❺ อัปเกรดแพ็กเกจ

ควรอัปเกรดเฉพาะเมื่อใช้โควตาครบเป็นประจำและข้อจำกัดกระทบต่อการทำงานจริง

Deep Research ค้างหรือใช้เวลานานทำอย่างไร

รายงานทั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 5–10 นาที ส่วนงานซับซ้อนอาจใช้เวลานานกว่า ผู้ใช้สามารถออกจากแชตระหว่างรอและกลับมาเปิดรายงานเมื่อได้รับการแจ้งเตือน

หากรอนานผิดปกติ ให้ลองดังนี้

❶ ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต

❷ รีเฟรชหน้าเว็บ

❸ เปิดแชตเดิมเพื่อตรวจสอบสถานะ

❹ ตรวจสอบการแจ้งเตือน

❺ ปิด VPN หรือส่วนขยายที่รบกวน

❻ ทดลองผ่านเบราว์เซอร์อื่น

❼ อย่าเริ่มงานเดิมซ้ำทันที

❽ ตรวจสอบว่าระบบมีปัญหาชั่วคราวหรือไม่

หากกดเริ่มซ้ำหลายครั้ง อาจสร้างงานซ้ำและใช้โควตาเพิ่มโดยไม่จำเป็น

รายงานล้มเหลวถูกนับโควตาหรือไม่

ไม่ควรรับประกันว่ารายงานที่ล้มเหลวจะไม่กระทบขีดจำกัด เพราะระบบอาจใช้ทรัพยากรค้นหาและประมวลผลไปแล้วก่อนเกิดข้อผิดพลาด

หากรายงานล้มเหลว ให้เก็บภาพหน้าจอ ตรวจสอบสถานะโควตา และหลีกเลี่ยงการกดสร้างซ้ำหลายครั้ง หากเกิดซ้ำควรส่งรายงานปัญหาให้ Google

ทำไมสมัคร Pro แล้วยังใช้ Deep Research ได้น้อย

สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่

  • ใช้หัวข้อซับซ้อนมาก
  • แนบไฟล์จำนวนมาก
  • ใช้โมเดล Pro ต่อเนื่อง
  • ใช้ถึงขีดจำกัดรายสัปดาห์
  • ระบบมีผู้ใช้งานสูง
  • แพ็กเกจยังไม่ซิงก์
  • เปิด Gemini ด้วยบัญชีอื่น
  • การชำระเงินไม่สำเร็จ
  • ขีดจำกัดถูกปรับชั่วคราว

ให้ตรวจสอบชื่อแพ็กเกจใน Google One บัญชีใน Gemini และเวลารีเซ็ตที่ระบบแสดง

Deep Research กับ Google Search ต่างกันอย่างไร

รายการDeep ResearchGoogle Search
รูปแบบค้นหา วิเคราะห์ และสร้างรายงานแสดงผลการค้นหา
เวลาใช้เวลาหลายนาทีได้ผลลัพธ์รวดเร็ว
การสังเคราะห์ทำให้โดยอัตโนมัติผู้ใช้ต้องรวบรวมเอง
แหล่งข้อมูลวิเคราะห์หลายแหล่งแสดงลิงก์และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ขีดจำกัดมีโควตาการใช้งานไม่ใช้โควตา Deep Research
เหมาะกับงานซับซ้อนและรายงานค้นหาข้อมูลเฉพาะอย่างรวดเร็ว

ไม่จำเป็นต้องใช้ Deep Research กับทุกคำถาม หากต้องการตรวจราคา ที่อยู่ หรือข้อมูลสั้น ๆ การค้นหาปกติอาจเร็วกว่า

Deep Research เชื่อม Gmail และ Drive ได้หรือไม่

ผู้ใช้สามารถเลือกแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมที่ระบบรองรับ เช่น Gmail และ Google Drive หากเชื่อม Google Workspace กับ Gemini ไว้แล้ว

ควรเลือกเฉพาะแหล่งข้อมูลที่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการใช้กับข้อมูลลับหรือข้อมูลลูกค้าที่ไม่มีสิทธิ์นำไปประมวลผล

ก่อนเริ่มควรตรวจสอบ

  • บัญชีที่เชื่อมต่อ
  • ไฟล์ที่อนุญาตให้ใช้
  • ข้อมูลส่วนบุคคล
  • นโยบายขององค์กร
  • สิทธิ์ในการประมวลผลข้อมูล
  • การตั้งค่ากิจกรรมของ Gemini

ข้อควรระวังในการใช้ Deep Research

ทีม comsiam แนะนำให้ตรวจสอบรายงานด้วยตนเองก่อนนำไปใช้งาน เพราะแม้ระบบจะรวบรวมแหล่งข้อมูลหลายรายการ แต่ยังสามารถตีความผิด ใช้ข้อมูลเก่า หรือสรุปเกินหลักฐานได้

ควรตรวจสอบ

  • วันที่เผยแพร่
  • วันที่เกิดเหตุการณ์จริง
  • ผู้เขียนและองค์กร
  • แหล่งข้อมูลต้นฉบับ
  • ตัวเลขและหน่วย
  • บริบทของข้อความ
  • ความเห็นกับข้อเท็จจริง
  • ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน
  • ลิงก์ที่ใช้งานได้
  • ข้อสรุปสำคัญ

งานด้านการแพทย์ กฎหมาย และการเงินควรได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญหรือแหล่งข้อมูลทางการเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขีดจำกัด Deep Research

Deep Research ฟรีใช้ได้ทุกวันหรือไม่

ใช้ได้ตามขีดจำกัดและความพร้อมของบัญชี แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะใช้ได้จำนวนเท่ากันทุกวัน

Deep Research Pro ใช้ได้กี่ครั้งต่อวัน

Google ไม่ได้กำหนดจำนวนครั้งตายตัวสำหรับทุกบัญชี ระบบคำนวณตามทรัพยากรและอาจมีขีดจำกัดตามรอบเวลาหรือรายสัปดาห์

Ultra ใช้ Deep Research ไม่จำกัดหรือไม่

ไม่ไม่จำกัด Ultra มีขีดจำกัดสูงกว่า แต่ยังสามารถใช้โควตาครบได้

ลบรายงานแล้วได้โควตาคืนหรือไม่

โดยทั่วไปการลบแชตหรือรายงานไม่คืนทรัพยากรที่ใช้ไปแล้ว

เปลี่ยนบัญชีแล้วใช้ต่อได้หรือไม่

บัญชีแต่ละบัญชีมีขีดจำกัดของตนเอง แต่ไม่ควรสร้างหลายบัญชีเพื่อหลีกเลี่ยงระบบ ควรใช้บริการตามเงื่อนไข

รายงานหนึ่งชิ้นใช้เวลานานเท่าไร

โดยทั่วไปประมาณ 5–10 นาที แต่งานที่ซับซ้อนอาจใช้เวลานานกว่า

ใช้ Deep Research เขียนบทความได้หรือไม่

ได้ โดยใช้ค้นคว้าข้อมูลก่อน แล้วให้ Gemini สร้างโครงร่างหรือร่างบทความจากรายงาน แต่ต้องตรวจสอบแหล่งอ้างอิงและเรียบเรียงด้วยตนเอง

สรุป Gemini Deep Research ใช้ได้กี่ครั้ง

Gemini Deep Research มีขีดจำกัด แต่ไม่มีจำนวนครั้งต่อวันที่รับประกันเหมือนกันทุกบัญชี จำนวนจริงขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ โมเดล ความซับซ้อน แหล่งข้อมูล ไฟล์ และทรัพยากรที่ใช้

บัญชีฟรีมีขีดจำกัดมาตรฐาน ส่วน Google AI Plus, Pro และ Ultra ได้ระดับการใช้งานสูงขึ้นตามลำดับ หากถึงขีดจำกัด ระบบจะแจ้งเวลาที่สามารถกลับมาใช้งานได้

แนวทางของ comsiam คือกำหนดหัวข้อให้แคบ ตรวจแผนวิจัยก่อนเริ่ม และนำรายงานเดิมมาต่อยอดแทนการเริ่มค้นคว้าใหม่ วิธีนี้ช่วยประหยัดโควตาและทำให้รายงานมีคุณภาพมากขึ้น

Meta Description: Gemini Deep Research ใช้ได้กี่ครั้ง อธิบายขีดจำกัดบัญชีฟรี Google AI Plus, Pro และ Ultra พร้อมวิธีดูโควตา เวลารีเซ็ต และใช้งานให้ประหยัด