Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีเปิดใช้ Deep Think ใน Gemini คือ ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีที่สมัคร Google AI Ultra หรือมีใบอนุญาต Google AI Ultra for Business จากนั้นเลือกโมเดล Pro เปิดเมนูระดับการคิด และเลือก Deep Think ก่อนพิมพ์คำสั่ง
ตามเงื่อนไขที่ตรวจสอบในเดือนกันยายน 2026 ผู้ใช้ต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี และต้องอยู่ในประเทศหรือบัญชีที่รองรับ หากไม่พบ Deep Think สาเหตุอาจมาจากแพ็กเกจไม่ถูกต้อง เลือกบัญชีผิด ฟีเจอร์ยังไม่เปิดให้บัญชี หรือถึงขีดจำกัดการใช้งานแล้ว
ก่อนเริ่มใช้งาน ให้ตรวจสอบคุณสมบัติของบัญชีดังต่อไปนี้
ผู้ใช้ต้องมีแพ็กเกจอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่
Google AI Pro และ Google AI Plus ทั่วไปยังไม่รวมสิทธิ์ Deep Think ตามเงื่อนไขปัจจุบัน
Deep Think เปิดให้ผู้ใช้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป วันเกิดในบัญชี Google จึงต้องถูกต้อง หากระบบระบุว่าอายุต่ำกว่าเกณฑ์ ฟีเจอร์อาจไม่ปรากฏแม้สมัครแพ็กเกจที่รองรับแล้ว
หากมีบัญชี Google หลายบัญชี ต้องตรวจสอบว่ากำลังใช้บัญชีเดียวกับที่สมัคร Google AI Ultra การเปิด Gemini ด้วยบัญชีอื่นจะไม่แสดงสิทธิ์จากแพ็กเกจดังกล่าว
ฟีเจอร์อาจยังไม่พร้อมใช้งานในทุกประเทศ ภาษา หรือบัญชีพร้อมกัน แม้ Google AI Ultra จะเปิดให้สมัครในประเทศนั้นแล้วก็ตาม
สามารถใช้ Deep Think ผ่านเว็บไซต์ Gemini และแอปบนอุปกรณ์ที่รองรับ หากใช้โทรศัพท์ควรอัปเดตแอป Google หรือ Gemini ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อน
เปิดเว็บเบราว์เซอร์แล้วเข้าเว็บไซต์ Gemini จากนั้นลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Google ที่สมัคร Google AI Ultra
ตรวจสอบรูปโปรไฟล์มุมบนของหน้าจอว่าเป็นบัญชีที่ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ที่ใช้บัญชีส่วนตัวและบัญชีทำงานบนเบราว์เซอร์เดียวกัน
ไปที่ช่องพิมพ์ข้อความด้านล่างของหน้าสนทนา แล้วคลิกชื่อโมเดลที่กำลังใช้งานอยู่
ตำแหน่งหรือรูปแบบของเมนูอาจเปลี่ยนแปลงตามการอัปเดต แต่โดยทั่วไปจะอยู่ใกล้ช่องพิมพ์ Prompt หรือบริเวณด้านบนของการสนทนา
เลือก “Pro” จากรายการโมเดลก่อน เพราะ Deep Think เป็นระดับการคิดขั้นสูงที่ทำงานภายใต้ตัวเลือก Pro
หากไม่พบ Pro ให้ตรวจสอบแพ็กเกจ บัญชี อายุ และขีดจำกัดการใช้งานก่อนดำเนินการต่อ
คลิกชื่อโมเดลอีกครั้ง จากนั้นค้นหาตัวเลือก “Thinking Level” หรือเมนูระดับการคิด
ชื่อเมนูอาจแสดงเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษตามภาษาของบัญชีและแอป
เลือก “Deep Think” จากรายการระดับการคิด เมื่อเปิดสำเร็จ ควรเห็นชื่อ Deep Think แสดงอยู่ใกล้กับช่องพิมพ์ข้อความหรือเมนูโมเดล
ใส่คำสั่งพร้อมข้อมูล เป้าหมาย และเงื่อนไขที่จำเป็น จากนั้นกดส่งเพื่อให้ Gemini เริ่มประมวลผล
คำตอบอาจใช้เวลาหลายนาที ผู้ใช้สามารถออกจากการสนทนาและเปิดแชตอื่นระหว่างรอได้ ระบบจะแสดงการแจ้งเตือนเมื่อคำตอบพร้อม
เปิดแอป Gemini บนอุปกรณ์ Android หากอุปกรณ์ใช้ Gemini ผ่านแอป Google ให้ตรวจสอบว่าแอปได้รับการอัปเดตแล้ว
แตะรูปโปรไฟล์แล้วดูว่ากำลังใช้บัญชีที่สมัคร Google AI Ultra หากไม่ถูกต้องให้เปลี่ยนบัญชีก่อน
แตะชื่อโมเดลบริเวณด้านบนหรือใกล้ช่อง Prompt แล้วเลือก Pro
เปิดเมนูโมเดลอีกครั้ง แตะตัวเลือกระดับการคิดหรือ Thinking Level แล้วเลือก Deep Think
พิมพ์ Prompt แล้วแตะปุ่มส่ง ระบบจะเริ่มประมวลผลและแจ้งเตือนเมื่อคำตอบพร้อม
หากต้องการรับการแจ้งเตือนบนมือถือ ต้องอนุญาตให้แอป Gemini หรือแอป Google ส่งการแจ้งเตือนในการตั้งค่าของ Android
เปิดแอป Gemini บน iPhone หรือ iPad และตรวจสอบว่าอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้ว
ตรวจสอบว่าบัญชีปัจจุบันเป็นบัญชีที่สมัคร Google AI Ultra หากใช้บัญชีอื่นให้เปลี่ยนก่อนเลือกโมเดล
แตะชื่อโมเดลแล้วเลือก Pro จากรายการ
เปิดเมนูโมเดลอีกครั้ง เลือก Thinking Level แล้วเลือก Deep Think
คำตอบอาจใช้เวลาหลายนาที หากต้องการให้ระบบแจ้งเมื่อประมวลผลเสร็จ ให้เปิดการแจ้งเตือนสำหรับแอป Gemini ในการตั้งค่าของ iPhone หรือ iPad
หลังจากเลือกแล้ว ให้ตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้
หากชื่อกลับไปเป็น Fast, Thinking หรือ Pro โดยไม่มี Deep Think แสดงอยู่ ควรเปิดเมนูและเลือกใหม่ก่อนส่งคำสั่ง
การทดสอบควรใช้โจทย์ที่ต้องวิเคราะห์จริง ไม่ควรใช้คำถามทั่วไป เพราะอาจไม่เห็นประโยชน์ที่แตกต่างจากโหมดอื่น
“แก้โจทย์นี้โดยเสนอวิธีทำอย่างน้อย 2 วิธี ตรวจสอบสมมติฐานทุกข้อ และยืนยันคำตอบด้วยการแทนค่ากลับ”
“วิเคราะห์โค้ดที่แนบมา หาสาเหตุของ Memory Leak เสนอวิธีแก้ 3 แนวทาง เปรียบเทียบผลต่อประสิทธิภาพ และเขียน Test Case สำหรับตรวจสอบแต่ละแนวทาง”
“วิเคราะห์คำถามวิจัยนี้ ระบุตัวแปร สมมติฐาน ความเสี่ยงของอคติ วิธีเก็บข้อมูล และข้อจำกัด จากนั้นเสนอระเบียบวิธีวิจัยที่เหมาะสม 2 แนวทาง”
“เปรียบเทียบการออกแบบทั้ง 3 แบบจากข้อมูลที่แนบ โดยพิจารณาความปลอดภัย ต้นทุน ประสิทธิภาพ การบำรุงรักษา และความเสี่ยง ระบุข้อมูลที่ยังขาดก่อนสรุป”
Google AI Plus และ Google AI Pro ไม่ใช่แพ็กเกจเดียวกับ Google AI Ultra หากสมัคร Pro อยู่จะยังไม่พบ Deep Think ตามเงื่อนไขปัจจุบัน
วิธีตรวจสอบคือเปิดหน้าจัดการแพ็กเกจ Google แล้วดูชื่อสมาชิกที่ใช้งานอยู่
ผู้ใช้ที่ลงชื่อเข้าใช้หลายบัญชีอาจเปิด Gemini ด้วยบัญชีที่ไม่ได้สมัคร Ultra ให้ตรวจสอบรูปโปรไฟล์และสลับกลับไปยังบัญชีที่ชำระเงิน
หากวันเกิดในบัญชี Google แสดงอายุต่ำกว่า 18 ปี ระบบอาจไม่เปิด Deep Think ต้องตรวจสอบข้อมูลวันเกิดและสถานะบัญชีภายใต้การควบคุมของผู้ปกครอง
Google อาจทยอยเปิดฟีเจอร์ให้ผู้ใช้แต่ละประเทศและแต่ละบัญชีไม่พร้อมกัน จึงอาจต้องรอแม้มีแพ็กเกจที่ถูกต้อง
แอปรุ่นเก่าอาจไม่แสดงเมนูล่าสุด ให้อัปเดตแอป ปิดแล้วเปิดใหม่ หรือทดลองเข้า Gemini ผ่านเว็บเบราว์เซอร์
เมื่อถึงขีดจำกัดของ Gemini หรือ Deep Think ฟีเจอร์จะไม่พร้อมใช้งานชั่วคราว ต้องรอให้ขีดจำกัดรีเซ็ตแล้วลองใหม่
การที่องค์กรใช้ Google Workspace ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้ทุกคนจะได้รับ Deep Think ผู้ดูแลระบบต้องจัดสรรใบอนุญาตที่รองรับให้กับบัญชีนั้นก่อน
หลังอัปเกรดแพ็กเกจ สิทธิ์อาจใช้เวลาซิงค์ ให้ออกจาก Gemini แล้วลงชื่อเข้าใช้อีกครั้งด้วยบัญชีเดิม
ทดลองเปิด Gemini ในหน้าต่าง Incognito หรือ Private แล้วลงชื่อเข้าใช้เฉพาะบัญชีที่สมัคร Ultra วิธีนี้ช่วยแยกปัญหาจากบัญชีอื่นหรือข้อมูลแคชของเบราว์เซอร์
หากไม่พบในแอปมือถือ ให้ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์ หรือหากไม่พบในเว็บให้ลองอัปเดตและเปิดแอปมือถือ
ตรวจสอบว่าแพ็กเกจแสดงสถานะใช้งานอยู่ การชำระเงินสำเร็จ และไม่มีการยกเลิกหรือปัญหากับวิธีชำระเงิน
หากแพ็กเกจถูกต้อง อายุผ่านเกณฑ์ และรอให้ระบบซิงค์แล้วแต่ยังไม่พบ ควรติดต่อฝ่ายสนับสนุน Google One พร้อมภาพหน้าจอชื่อแพ็กเกจและเมนูที่ปรากฏ
ไม่ควรเผยแพร่เลขบัตร รหัสผ่าน หรือข้อมูลการชำระเงินทั้งหมดในภาพหน้าจอ
Deep Think มีขีดจำกัดและใช้ทรัพยากรสูง ควรรวบรวมข้อมูล เป้าหมาย และข้อจำกัดให้ครบก่อนส่ง Prompt
จัด Prompt เป็นส่วน ได้แก่ บริบท ปัญหา ข้อมูล เงื่อนไข สิ่งที่ต้องการ และรูปแบบคำตอบ วิธีนี้ช่วยลดความคลุมเครือ
สั่งให้ Deep Think เปรียบเทียบอย่างน้อย 2–3 วิธี พร้อมข้อดี ข้อเสีย ความเสี่ยง และเงื่อนไขที่เหมาะกับแต่ละวิธี
เพิ่มคำสั่งให้ตรวจตัวเลข สมมติฐาน และเงื่อนไขอีกครั้งก่อนสรุป
หากข้อมูลไม่พอ ให้สั่งว่า:
“หากไม่มีข้อมูลรองรับ ให้ระบุว่าไม่ทราบหรือขอข้อมูลเพิ่มเติม ห้ามสร้างตัวเลข แหล่งอ้างอิง หรือข้อเท็จจริงขึ้นเอง”
comsiam แนะนำให้ใช้ Fast หรือ Thinking ช่วยปรับโจทย์ให้ชัดก่อน แล้วจึงนำ Prompt ฉบับสมบูรณ์ไปใช้กับ Deep Think เพื่อประหยัดขีดจำกัด
Deep Think ไม่ได้เปิดให้ใช้งานไม่จำกัด แม้จะสมัคร Google AI Ultra แล้ว เมื่อถึงขีดจำกัด ฟีเจอร์จะไม่พร้อมใช้งานชั่วคราวและต้องรอให้ระบบรีเซ็ต
ปริมาณการใช้งานอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้
Google อาจเปลี่ยนขีดจำกัดได้ จึงควรตรวจสอบข้อความที่แสดงในบัญชีจริงแทนการยึดจำนวนครั้งจากข้อมูลเก่า
การใช้เวลาประมวลผลนานไม่ได้หมายความว่าคำตอบถูกต้องเสมอ Deep Think ยังสามารถคำนวณผิด เข้าใจเงื่อนไขผิด หรือสร้างข้อมูลที่ไม่มีจริงได้
ไม่ควรแนบรหัสผ่าน เลขบัตร ข้อมูลลูกค้า เอกสารลับ หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นต่อการวิเคราะห์
โค้ด สูตร การออกแบบ และคำแนะนำทางเทคนิคต้องได้รับการทดสอบก่อนนำไปใช้งานจริง
ไม่ควรนำคำตอบไปใช้ตัดสินใจด้านสุขภาพ กฎหมาย การเงิน วิศวกรรม หรือความปลอดภัยโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
เลือกโมเดล Pro ก่อน จากนั้นเปิดเมนูโมเดลอีกครั้ง เลือก Thinking Level แล้วเลือก Deep Think
ไม่ได้ตามเงื่อนไขปัจจุบัน ผู้ใช้ต้องสมัคร Google AI Ultra หรือมีใบอนุญาต Google AI Ultra for Business ที่รองรับ
ใช้ผ่านแอป Gemini บน Android, iPhone และ iPad ได้เมื่อบัญชี อุปกรณ์และประเทศรองรับ
Deep Think ใช้การประมวลผลเพิ่มขึ้นเพื่อพิจารณาปัญหาซับซ้อน คำตอบจึงอาจใช้เวลาหลายนาที
เปิดเมนูโมเดลแล้วเปลี่ยนระดับการคิด หรือเลือก Fast, Thinking หรือ Pro ตามงานที่ต้องการทำ
ไม่จำกัดไม่ได้ เมื่อถึงขีดจำกัดต้องรอให้ระบบรีเซ็ตก่อนจึงจะกลับมาใช้งานได้
วิธีเปิด Deep Think คือ ลงชื่อเข้าใช้ Gemini ด้วยบัญชีที่สมัคร Google AI Ultra เลือก Pro เปิดเมนู Thinking Level แล้วเลือก Deep Think จากนั้นใส่ Prompt และรอระบบประมวลผล
ผู้ใช้ต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี และบัญชีต้องอยู่ในพื้นที่ที่รองรับ หากไม่พบเมนู ให้ตรวจสอบชื่อแพ็กเกจ บัญชีที่ลงชื่อเข้าใช้ เวอร์ชันแอป อายุ สถานะการชำระเงิน และขีดจำกัดของระบบ
Deep Think เหมาะกับโจทย์คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม การเขียนโปรแกรม และงานวิจัยที่ซับซ้อน ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้กับคำถามทั่วไป และควรตรวจสอบคำตอบทุกครั้งแม้ระบบจะใช้เวลาวิเคราะห์นาน สำหรับคู่มือ Google Gemini เพิ่มเติมสามารถติดตามเนื้อหาใหม่จาก comsiam
Meta Description: วิธีเปิดใช้ Deep Think ใน Gemini บนคอม Android และ iPhone พร้อมเงื่อนไขแพ็กเกจ ขั้นตอนเลือก Pro และวิธีแก้เมื่อไม่พบเมนู