Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

เครื่องหมาย @ ใน Gemini ใช้สำหรับระบุแอปหรือบริการที่ต้องการให้ Gemini เรียกใช้ เช่น Gmail, Google Drive, Calendar, Tasks, Keep และ YouTube ช่วยลดความคลุมเครือและทำให้ Gemini เข้าใจว่าควรค้นหาข้อมูลหรือดำเนินการผ่านแอปใด
บทความจาก comsiam นี้จะอธิบายวิธีเรียกใช้แอปด้วยเครื่องหมาย @ ใน Gemini ตั้งแต่การเปิด Connected Apps การเลือกชื่อแอป ไปจนถึงตัวอย่าง Prompt ภาษาไทยที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที
เครื่องหมาย @ เป็นคำสั่งสำหรับเลือก Connected App ที่ต้องการใช้ภายในห้องสนทนาของ Gemini เมื่อพิมพ์ @ ระบบจะแสดงรายชื่อแอปที่พร้อมใช้งานกับบัญชีและอุปกรณ์นั้น
ตัวอย่างเช่น หากต้องการให้ Gemini ค้นหาอีเมลโดยเฉพาะ สามารถพิมพ์คำสั่งว่า
“@Gmail ค้นหาอีเมลยืนยันการสั่งซื้อล่าสุดของฉัน”
การใส่ @Gmail ทำให้ Gemini ทราบอย่างชัดเจนว่าควรค้นหาข้อมูลจาก Gmail ไม่ใช่ค้นหาข้อมูลทั่วไปจากแหล่งอื่น
อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องหมาย @ กับทุกคำสั่ง เพราะ Gemini อาจเลือกแอปที่เหมาะสมให้อัตโนมัติ แต่การระบุชื่อแอปจะช่วยเพิ่มความชัดเจน โดยเฉพาะคำสั่งที่อาจตีความได้หลายแบบ
ความสามารถขึ้นอยู่กับ Connected Apps ที่เปิดใช้งาน ตัวอย่างการใช้งานสำคัญ ได้แก่
ชื่อแอปที่แสดงหลังพิมพ์ @ อาจไม่เหมือนกันทุกบัญชี เนื่องจากความพร้อมใช้งานแตกต่างตามประเทศ ภาษา อายุ อุปกรณ์ ประเภทบัญชี และการตั้งค่าของผู้ดูแล Google Workspace
ก่อนใช้งานควรตรวจสอบเงื่อนไขต่อไปนี้
ผู้ใช้ต้องลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google จึงจะใช้ Connected Apps ส่วนใหญ่ได้ หากมีหลายบัญชี ควรเลือกบัญชีเดียวกับที่เก็บอีเมล ไฟล์ ปฏิทิน หรืองานที่ต้องการค้นหา
แอปที่ต้องการต้องพร้อมใช้งานหรือเปิดการเชื่อมต่อไว้ก่อน หากยังไม่ได้เชื่อม Gemini อาจแสดงหน้าต่างให้อนุญาตเมื่อเรียกใช้ครั้งแรก
Connected Apps หลายรายการต้องเปิด Keep Activity หากปิดไว้ รายชื่อแอปที่ปรากฏหลังพิมพ์ @ อาจลดลงหรือไม่แสดงเลย
บัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียนอาจถูกจำกัดโดยผู้ดูแลระบบ รวมถึงบัญชีเด็กหรือบัญชีที่อยู่ภายใต้การดูแลของครอบครัว
Connected Apps บางรายการใช้ได้เฉพาะ Android หรือเฉพาะบางประเทศและภาษา จึงไม่ควรคาดหวังว่าทุกอุปกรณ์จะแสดงรายชื่อแอปเหมือนกัน
สามารถใช้เครื่องหมาย @ ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
ตัวอย่างรูปแบบคำสั่งพื้นฐานคือ
“@ชื่อแอป + สิ่งที่ต้องการให้ทำ + ข้อมูลหรือเงื่อนไขเพิ่มเติม”
ตัวอย่าง:
“@Google Calendar แสดงตารางนัดหมายของฉันในวันพรุ่งนี้ โดยเรียงตามเวลา”
เมื่อพิมพ์เครื่องหมาย @ Gemini จะแสดงแอปที่พร้อมใช้กับบัญชี ผู้ใช้ควรเลือกชื่อแอปจากรายการแทนการพิมพ์ชื่อเองทั้งหมด เพราะช่วยให้ระบบรู้ว่าต้องการเรียก Connected App ใด
หากรายชื่อมีหลายรายการ ให้พิจารณาจากประเภทงาน เช่น
| งานที่ต้องการ | แอปที่ควรเลือก |
|---|---|
| ค้นหาอีเมล | Gmail |
| ค้นหาเอกสาร | Google Drive |
| ตรวจสอบนัดหมาย | Google Calendar |
| เพิ่มรายการงาน | Google Tasks |
| สร้างโน้ต | Google Keep |
| ค้นหาวิดีโอ | YouTube |
| ค้นหาสถานที่ | Google Maps |
| เปิดเพลง | YouTube Music หรือบริการที่รองรับ |
Google Workspace อาจปรากฏเป็นการเชื่อมต่อหลักที่ครอบคลุม Gmail, Drive, Calendar, Tasks และ Keep ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่ Gemini แสดงในบัญชีนั้น
“@Gmail ค้นหาอีเมลจากบริษัทขนส่งที่ได้รับล่าสุด และสรุปหมายเลขพัสดุ”
“@Gmail สรุปอีเมลเกี่ยวกับโครงการเว็บไซต์ที่ได้รับในช่วง 7 วันที่ผ่านมา พร้อมแยกรายการงานที่ต้องทำ”
“@Gmail ค้นหาอีเมลใบเสร็จในเดือนนี้ และสรุปชื่อร้าน วันที่ และยอดชำระ”
“@Gmail ค้นหาอีเมลล่าสุดจากสมชาย และสรุปว่าเขาต้องการให้ฉันทำอะไร”
ควรระบุชื่อผู้ส่ง ช่วงเวลา หรือคำสำคัญเพื่อช่วยให้ Gemini ค้นหาอีเมลได้ตรงขึ้น
“@Google Drive ค้นหาไฟล์ที่มีคำว่าแผนการตลาด และแสดงรายการที่แก้ไขล่าสุด”
“@Google Drive สรุปเอกสารข้อเสนอโครงการล่าสุด โดยแยกวัตถุประสงค์ งบประมาณ และกำหนดส่ง”
“@Google Drive ค้นหาเอกสารแผนงานไตรมาสแรกและไตรมาสสอง แล้วสรุปความแตกต่างที่สำคัญ”
“@Google Drive ค้นหาไฟล์ PDF ที่เกี่ยวกับรายงานยอดขายซึ่งสร้างในเดือนที่ผ่านมา”
Gemini อาจค้นหาได้เฉพาะไฟล์ที่บัญชีนั้นมีสิทธิ์เข้าถึง หากไฟล์อยู่ในบัญชีอื่น ถูกจำกัดสิทธิ์ หรือใช้ชื่อไม่ตรงกับคำค้น อาจหาไม่พบ
“@Google Calendar พรุ่งนี้ฉันมีนัดอะไรบ้าง แสดงเวลาและชื่อกิจกรรมตามลำดับ”
“@Google Calendar สัปดาห์นี้ฉันมีเวลาว่างช่วง 13.00–16.00 น. ในวันใดบ้าง”
“@Google Calendar สร้างกิจกรรมชื่อประชุมวางแผนเนื้อหา วันศุกร์ เวลา 10.00–11.00 น.”
“@Google Calendar ค้นหากิจกรรมที่มีคำว่าประชุมลูกค้าในเดือนนี้”
ควรตรวจสอบวันที่ เวลา ปฏิทิน และเขตเวลาก่อนยืนยัน เพราะ Gemini อาจตีความคำว่า “พรุ่งนี้” หรือเวลานัดหมายผิดได้ในบางกรณี
“@Google Tasks เพิ่มงานตรวจบทความ Gemini กำหนดส่งพรุ่งนี้ เวลา 18.00 น.”
“@Google Tasks แสดงงานที่ครบกำหนดในสัปดาห์นี้ โดยเรียงตามวัน”
“@Google Tasks เปลี่ยนกำหนดส่งงานตรวจรายงานเป็นวันศุกร์ เวลา 16.00 น.”
“@Google Tasks เพิ่มงานต่อไปนี้: ตรวจบทความ อัปโหลดรูปภาพ และตรวจ Slug โดยกำหนดส่งทั้งหมดวันพรุ่งนี้”
ตรวจสอบรายละเอียดหลังสร้างงาน โดยเฉพาะรายการปลายทาง วันครบกำหนด และเวลาแจ้งเตือน
“@Google Keep สร้างโน้ตชื่อไอเดียบทความ Gemini และเพิ่มหัวข้อ Gmail, Drive, Calendar และ Connected Apps”
“@Google Keep สร้างรายการชื่อของที่ต้องซื้อ และเพิ่มข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำดื่ม และสบู่”
“@Google Keep ค้นหาโน้ตที่เกี่ยวกับแผนการเดินทางเชียงใหม่”
“@Google Keep เพิ่มกาแฟและกระดาษทิชชูลงในรายการของที่ต้องซื้อ”
ความสามารถในการค้นหา สร้าง หรือแก้ไขโน้ตอาจแตกต่างกันตามบัญชีและเวอร์ชันที่ใช้งาน
“@YouTube ค้นหาวิดีโอสอนใช้ Connected Apps ใน Gemini สำหรับผู้เริ่มต้น”
“@YouTube ค้นหาวิดีโอสอน Google Sheets ความยาวไม่เกิน 20 นาที”
“@YouTube ค้นหาวิดีโอภาษาไทยเกี่ยวกับการใช้ Gemini ช่วยเขียนบทความ”
“@YouTube ค้นหาวิดีโอเกี่ยวกับวิธีใช้ Gemini ใน Gmail และสรุปประเด็นสำคัญที่เข้าถึงได้”
Gemini อาจสรุปวิดีโอได้ไม่ครบทุกคลิป โดยขึ้นอยู่กับข้อมูล คำบรรยาย และเนื้อหาที่ระบบสามารถเข้าถึงได้
“@Google Maps ค้นหาร้านอาหารไทยใกล้ฉันที่เปิดอยู่ตอนนี้ มีที่จอดรถ และได้คะแนนรีวิวดี”
“@Google Maps ค้นหาปั๊มน้ำมันระหว่างเส้นทางจากขอนแก่นไปอุดรธานี”
“@Google Maps ช่วยวางแผนเส้นทางจากบ้านไปสนามบิน โดยหลีกเลี่ยงทางด่วน”
“@Google Maps ค้นหาร้านกาแฟใกล้ฉันที่เปิดก่อน 07.00 น.”
ชื่อแอปที่ใช้เรียก Google Maps อาจไม่ปรากฏในทุกบัญชี หากไม่พบ สามารถพิมพ์คำสั่งค้นหาสถานที่ตามปกติและตรวจสอบผลลัพธ์ที่ Gemini นำเสนอ
การระบุชื่อแอปเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรเขียนคำสั่งให้มีองค์ประกอบต่อไปนี้
ใช้คำกริยาที่ชัดเจน เช่น ค้นหา สรุป เปรียบเทียบ แสดง สร้าง เพิ่ม หรือแก้ไข
บอกชื่อบุคคล ชื่อไฟล์ คำสำคัญ ประเภทเอกสาร หรือชื่อกิจกรรมที่ต้องการค้นหา
ระบุวันนี้ เมื่อวาน สัปดาห์นี้ เดือนนี้ หรือวันที่ที่แน่นอน เพื่อลดผลลัพธ์ที่ไม่เกี่ยวข้อง
บอกให้สรุปเป็นรายการ ตาราง ลำดับเวลา หรือแยกงานที่ต้องดำเนินการ
ระบุข้อจำกัด เช่น เฉพาะอีเมลที่ยังไม่ได้อ่าน เฉพาะไฟล์ PDF หรือเฉพาะกิจกรรมช่วงบ่าย
ตัวอย่างคำสั่งที่ชัดเจน:
“@Gmail ค้นหาอีเมลจากบริษัทขนส่งที่ได้รับในช่วง 7 วันที่ผ่านมา แล้วสรุปชื่อบริษัท หมายเลขพัสดุ และสถานะล่าสุดเป็นตาราง”
Gemini อาจใช้ข้อมูลจากหลายแอปเพื่อช่วยตอบคำถามได้ในบางกรณี แต่ความสามารถจะแตกต่างตามแอป บัญชี และคำสั่ง ไม่ควรสรุปว่าทุกแอปสามารถทำงานต่อเนื่องกันได้เสมอ
ตัวอย่างคำสั่งที่อาจนำข้อมูลหลายส่วนมาประกอบกัน:
“ค้นหาอีเมลยืนยันเที่ยวบินจาก Gmail แล้วตรวจสอบตารางนัดหมายใน Calendar ของวันเดินทาง”
หาก Gemini ไม่สามารถทำครบในคำสั่งเดียว ให้แบ่งเป็นสองขั้นตอน ได้แก่ ค้นหาข้อมูลจากแอปแรก แล้วจึงนำข้อมูลที่ได้ไปใช้กับแอปถัดไป
การใส่ @ เป็นเพียงการระบุแอปที่ต้องการให้ Gemini ใช้ ไม่ได้ทำให้แอปได้รับสิทธิ์ใหม่โดยไม่มีการอนุญาต หากแอปยังไม่ได้เชื่อม ระบบอาจขอให้ผู้ใช้ตรวจสอบและยืนยันก่อน
อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังเมื่อคำสั่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัวหรือการดำเนินการสำคัญ โดยปฏิบัติดังนี้
Gemini สามารถตีความคำสั่งหรือสรุปข้อมูลผิดได้ จึงไม่ควรนำผลลัพธ์ไปใช้กับเรื่องสำคัญโดยไม่ตรวจสอบ
ไปที่การตั้งค่าแล้วเปิด Connected Apps ตรวจสอบว่าแอปที่ต้องการปรากฏและเชื่อมต่ออยู่หรือไม่
Connected Apps ส่วนใหญ่ต้องเปิด Keep Activity หากปิดไว้ รายชื่อแอปอาจไม่แสดงหลังพิมพ์ @
ตรวจสอบว่ากำลังใช้บัญชีที่มีสิทธิ์เข้าถึงแอปและข้อมูลที่ต้องการ หากมีหลายบัญชีให้ลองสลับบัญชี
แอปบางรายการยังไม่รองรับทุกประเทศและทุกภาษา จึงอาจไม่ปรากฏในรายการของผู้ใช้
บัญชีเด็กหรือบัญชีภายใต้การดูแลอาจใช้ Connected Apps ได้ไม่ครบทุกบริการ
ผู้ดูแล Google Workspace อาจปิดการเชื่อมต่อแอปไว้ ผู้ใช้ต้องติดต่อผู้ดูแลระบบเพื่อขออนุญาต
หากใช้งานบนโทรศัพท์ ให้อัปเดต Gemini เป็นเวอร์ชันล่าสุด แล้วปิดและเปิดแอปใหม่
หากชื่อแอปไม่แสดง สามารถทดลองพิมพ์คำสั่งตามปกติ เช่น “ค้นหาอีเมลล่าสุดจากสมชายใน Gmail” เพื่อดูว่า Gemini สามารถเลือกแอปให้อัตโนมัติหรือไม่
หากเลือกแอปได้แต่คำสั่งไม่สำเร็จ ให้ลองวิธีต่อไปนี้
หากคำสั่งมีหลายงาน ให้แบ่งเป็นขั้นตอนสั้น ๆ แทนการสั่งทุกอย่างในครั้งเดียว
ใช้เลือกหรือระบุ Connected App ที่ต้องการให้ Gemini เรียกใช้กับคำสั่ง เช่น Gmail, Google Drive หรือ Calendar
ไม่จำเป็น Gemini สามารถเลือกแอปที่เหมาะสมให้อัตโนมัติในบางกรณี แต่การใส่ @ ช่วยให้คำสั่งชัดเจนขึ้น
อาจยังไม่ได้เชื่อม Google Workspace ปิด Keep Activity ใช้บัญชีที่ไม่รองรับ หรือถูกจำกัดโดยผู้ดูแลระบบ
ได้ในบัญชีที่รองรับและเชื่อม Google Workspace แล้ว ควรระบุชื่อผู้ส่ง คำสำคัญ หรือช่วงเวลาเพื่อให้ค้นหาได้ตรงขึ้น
ได้กับไฟล์ที่บัญชีมีสิทธิ์และอยู่ในรูปแบบที่รองรับ แต่ควรตรวจสอบบทสรุปกับเอกสารต้นฉบับเสมอ
อาจทำได้ในบางงาน แต่ไม่ได้รองรับทุกแอปและทุกคำสั่ง หากไม่สำเร็จควรแบ่งงานออกเป็นหลายขั้นตอน
ใช้ได้ในแอปและอุปกรณ์ที่รองรับ โดยแตะช่องคำสั่ง พิมพ์ @ แล้วเลือกแอปจากรายการ
หากแอปยังไม่ได้เชื่อม Gemini อาจเชื่อมให้หรือแสดงหน้าขออนุญาต ผู้ใช้ควรอ่านรายละเอียดก่อนยืนยัน
วิธีเรียกใช้แอปด้วยเครื่องหมาย @ ใน Gemini ทำได้โดยพิมพ์ @ เลือกชื่อ Connected App แล้วเขียนคำสั่งต่อท้ายให้ชัดเจน วิธีนี้เหมาะกับการค้นหาอีเมล สรุปไฟล์ ตรวจสอบปฏิทิน เพิ่มงาน สร้างโน้ต และค้นหาเนื้อหาจากบริการที่รองรับ
หากไม่พบชื่อแอป ให้ตรวจสอบ Connected Apps, Keep Activity, บัญชี Google ประเทศ ภาษา อุปกรณ์ และสิทธิ์จากผู้ดูแลระบบ พร้อมตรวจสอบผลลัพธ์ก่อนดำเนินการสำคัญเสมอ สามารถติดตามคำแนะนำเกี่ยวกับ Gemini และ AI เพิ่มเติมจาก comsiam ได้อย่างต่อเนื่อง