Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากต้องพิมพ์ Prompt ชุดเดิมซ้ำทุกวัน เช่น บอก Gemini ว่าให้เขียนบทความแบบไหน ตอบลูกค้าด้วยน้ำเสียงอะไร วิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร หรือสอนภาษาอังกฤษระดับใด การสร้าง Gemini Gem ส่วนตัว สามารถช่วยลดงานซ้ำได้มาก
Gem คือ Gemini ที่เรากำหนดบทบาท กติกา วิธีตอบ และ Knowledge ไว้ล่วงหน้า
ตัวอย่างเช่นแทนที่จะต้องพิมพ์ทุกครั้งว่า
“คุณเป็นนักเขียน SEO ภาษาไทย เขียนสำหรับผู้เริ่มต้น ใช้ H1 H2 H3 ตอบ Search Intent ใช้ภาษาอ่านง่าย และห้ามสร้างข้อมูลที่ไม่มีแหล่งรองรับ”
เราสามารถสร้าง Gem ชื่อ
SEO Writer
แล้วบันทึก Instructions เหล่านี้ไว้
ครั้งต่อไปเพียงเปิด SEO Writer แล้วพิมพ์
“เขียนบทความเรื่อง Gemini Canvas”
Gem ก็สามารถใช้กติกาที่ตั้งไว้เป็นพื้นฐานในการทำงานได้
แนวคิดจึงง่ายมาก
Prompt ที่ใช้ซ้ำบ่อย → เปลี่ยนเป็น Instructions ของ Gem
แล้วใช้ Gem เป็น AI ผู้ช่วยประจำหน้าที่นั้น
Custom Gem คือ Gemini ที่ผู้ใช้ตั้งค่าขึ้นเองสำหรับงานเฉพาะ
เราสามารถกำหนดได้ว่า Gem ต้อง
ตัวอย่าง Gem ที่สร้างได้ เช่น
SEO Writer
สำหรับเขียนบทความ
Customer Service Assistant
สำหรับร่างคำตอบลูกค้า
English Tutor
สำหรับฝึกภาษาอังกฤษ
Data Analyst
สำหรับวิเคราะห์ข้อมูล
Study Tutor
สำหรับช่วยเรียน
Marketing Assistant
สำหรับคิด Content และ Campaign
Business Advisor
สำหรับช่วยวิเคราะห์แนวทางธุรกิจ
แต่ละ Gem สามารถมี Instructions แตกต่างกันตามหน้าที่
อย่าเริ่มจากคำถามว่า
“Gem ทำอะไรได้บ้าง”
ให้เริ่มจาก
“งานอะไรที่ฉันทำซ้ำบ่อยที่สุด?”
ทุกวันเขียนบทความ
→ SEO Writer Gem
ทุกวันตอบลูกค้า
→ Customer Reply Gem
ทุกวันฝึกภาษาอังกฤษ
→ English Tutor Gem
ทุกสัปดาห์วิเคราะห์ Report
→ Data Analyst Gem
ถ้าเป็นงานที่ทำเพียงครั้งเดียว การใช้ Gemini ปกติอาจง่ายกว่า
Gem เหมาะกับ Repeatable Workflow
Gem ที่ดีควรมีหน้าที่ชัด
“ช่วยฉันทุกอย่างเรื่องธุรกิจ SEO การเงิน ภาษาอังกฤษ และ Programming”
Gem แบบนี้ใกล้เคียง Gemini ปกติมาก
“ช่วยวาง Outline และเขียนบทความ SEO ภาษาไทย”
หรือ
“ช่วยสร้าง Draft คำตอบลูกค้า”
หรือ
“ช่วยฝึกสนทนาภาษาอังกฤษระดับ Beginner”
ยิ่ง Scope ชัด Instructions ยิ่งออกแบบง่าย
การสร้าง Custom Gem แบบ Classic Gem ทำผ่าน Gemini Web
เปิด Gemini ผ่าน Browser และลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google
จากนั้นมองหาเมนู
Gems
หรือ
Explore Gems
ตาม Interface ที่บัญชีแสดง
สร้าง / แก้ / ลบ Custom Gem → Gemini Web
หลังสร้างแล้วสามารถนำ Gem ไปใช้งานต่อบน Gemini Web และ Mobile App ได้ตามความสามารถที่รองรับ
บนหน้า Gemini ให้เปิดส่วน Gems
Interface อาจแสดงเป็น
Gems
หรือ
Explore Gems
จากนั้นเลือก
New Gem
นี่คือจุดเริ่มต้นของ Custom Gem
Gemini → Gems → New Gem
จากนั้นจะเข้าสู่หน้าสำหรับกำหนด
ชื่อ Gem ควรบอกหน้าที่ทันที
SEO Writer
Article Editor
Customer Reply
English Tutor
Data Analyst
Research Assistant
Marketing Planner
Business Advisor
My Gem
Gem 1
AI 2
New Assistant
Helper
เมื่อมี Gems หลายตัว ชื่อที่ชัดช่วยให้เลือกใช้งานได้เร็วมาก
ก่อนเขียน Instructions ยาว ๆ ให้ลองสรุป Gem หนึ่งประโยค
ตัวอย่าง
SEO Writer
“AI ผู้ช่วยสำหรับสร้างบทความ SEO ภาษาไทยที่ตอบ Search Intent”
English Tutor
“AI Tutor สำหรับฝึกภาษาอังกฤษระดับ Beginner โดยอธิบายข้อผิดพลาดเป็นภาษาไทย”
Customer Reply
“AI ผู้ช่วยสร้าง Draft คำตอบลูกค้าด้วยภาษาสุภาพและไม่สร้าง Policy เอง”
ถ้าอธิบาย Gem หนึ่งประโยคยังไม่ได้ แสดงว่า Scope อาจกว้างเกินไป
Instructions ที่ดีสามารถเริ่มจาก 4 ส่วน
Gem เป็นใคร
ต้องทำอะไร
ทำงานภายใต้บริบทอะไร
ต้องตอบอย่างไร
นี่เป็น Framework ที่ช่วยให้ Instructions ชัดขึ้นมาก
Persona คือบทบาทของ Gem
“คุณเป็นนักเขียนบทความ SEO ภาษาไทยที่มีหน้าที่อธิบายเรื่องซับซ้อนให้ผู้เริ่มต้นเข้าใจได้”
“คุณเป็นครูภาษาอังกฤษสำหรับผู้เรียนระดับ Beginner”
“คุณเป็น Data Analyst ที่เน้นความถูกต้องของตัวเลขและอธิบาย Insight ด้วยภาษาง่าย”
Persona ไม่จำเป็นต้องเวอร์เกินจริง
ไม่จำเป็นต้องเขียนว่า
“คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งของโลก”
สิ่งสำคัญคือบอก บทบาทและวิธีคิด
หลังบอกว่าเป็นใคร ต้องบอกด้วยว่าทำอะไร
Task ชัดช่วยให้ Gem ไม่หลุดไปทำสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง
Context คือข้อมูลพื้นฐานที่ Gem ต้องรู้
ตัวอย่าง SEO Writer
“ผู้อ่านส่วนใหญ่เป็นผู้เริ่มต้นในประเทศไทย และบทความต้องเน้นการแก้ปัญหาจริง”
Customer Service
“ลูกค้าเป็นผู้ใช้ทั่วไปและอาจไม่มีความรู้ Technical”
English Tutor
“ผู้เรียนมีพื้นฐานภาษาอังกฤษน้อยและต้องการฝึกสนทนาในชีวิตประจำวัน”
Context ทำให้คำตอบเหมาะกับสถานการณ์มากขึ้น
ถ้า Gem ต้องสร้างงานรูปแบบเดิมซ้ำ ควรกำหนด Format
“เมื่อเขียนบทความยาว ใช้ H1 H2 H3”
“เริ่มด้วยคำตอบตรงคำถามก่อน”
“ใช้ Step-by-step เมื่อเป็น How-to”
“เพิ่ม FAQ เฉพาะเมื่อมีคำถามรองที่เกี่ยวข้อง”
“ปิดท้ายด้วย Summary”
ช่วยลดการ Prompt Format ซ้ำทุกครั้ง
Tone ควรกำหนดตาม Audience
เป็นมิตร
มืออาชีพ
เพื่อการเรียนรู้
เน้นเหตุผลและข้อมูล
“ใช้ภาษาไทยแบบ Friendly Professional อ่านง่ายแต่ไม่เป็นภาษาพูดมากเกินไป”
ชัดกว่า
“เขียนให้ดี”
Negative Instructions มีประโยชน์มาก
ตัวอย่าง
“ห้ามสร้างราคาเอง”
“ห้ามสร้าง Statistics หากไม่มีข้อมูล”
“ห้ามเปลี่ยนตัวเลขที่ผู้ใช้ให้”
“ห้ามอ้างว่าเป็น Fact หากเป็นเพียงการคาดการณ์”
“ห้ามตอบแทนลูกค้าแบบรับประกัน Refund”
ช่วยลด Error ที่เกิดซ้ำใน Workflow
ตัวอย่าง Instructions ที่มีปัญหา
“ทุกคำตอบต้องสั้นที่สุด”
และ
“ทุกคำตอบต้องละเอียดที่สุด”
สองกติกานี้ขัดกัน
หรือ
“ใช้ภาษาทางการมาก”
และ
“พูดเหมือนเพื่อนสนิท”
“ใช้ภาษามืออาชีพแต่เป็นมิตร และให้ความชัดเจนมากกว่าความเป็นทางการ”
แบบนี้ Gem เข้าใจทิศทางง่ายกว่า
หากรู้คร่าว ๆ ว่าต้องการอะไร แต่ไม่รู้ว่าจะเขียน Instructions อย่างไร สามารถใช้ความสามารถให้ Gemini ช่วย Rewrite Instructions
เริ่มจากเขียนสั้น ๆ เช่น
“อยากได้ Gem สำหรับเขียนบทความ SEO ภาษาไทย”
จากนั้นใช้ตัวเลือก
Use Gemini to re-write instructions
Gemini จะช่วยขยายแนวคิดเป็น Instructions ที่ละเอียดขึ้น
อย่ากด Save ทันที
ตรวจว่า AI เพิ่ม Rule ที่ไม่ต้องการหรือไม่
สามารถเริ่มจากแนวทางนี้
“คุณเป็น SEO Content Writer ภาษาไทย หน้าที่ของคุณคือสร้างบทความที่ตอบ Search Intent ของหัวข้อโดยตรง เขียนสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและผู้เริ่มต้น ใช้ภาษาธรรมชาติและอ่านง่าย เมื่อเป็นบทความยาวให้จัดโครงสร้าง H1 H2 H3 เพิ่มขั้นตอน ตัวอย่าง FAQ และ Summary ตามความเหมาะสม หลีกเลี่ยงการใช้ Keyword ซ้ำแบบไม่เป็นธรรมชาติ ห้ามสร้างราคา ตัวเลข วันที่ Statistics หรือข้อเท็จจริงที่ไม่มีข้อมูลรองรับ หากข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ให้แจ้งว่าควรตรวจสอบข้อมูลปัจจุบันก่อนเผยแพร่”
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
สามารถเพิ่ม Style ของเว็บไซต์ภายหลังได้
“คุณเป็นผู้ช่วยสร้าง Draft สำหรับตอบลูกค้า ใช้ภาษาไทยสุภาพ กระชับ และเข้าใจง่าย ใช้เฉพาะข้อมูลที่ผู้ใช้ให้และ Knowledge ที่กำหนด ห้ามสร้างราคา โปรโมชั่น Policy การรับประกัน หรือเงื่อนไขใหม่ หากข้อมูลไม่เพียงพอให้ระบุว่าต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ทุกคำตอบเป็น Draft สำหรับพนักงานตรวจสอบก่อนส่งจริง”
จุดเด่นของ Instructions นี้คือกำหนด Risk ไว้ตั้งแต่ต้น
“คุณเป็น English Tutor สำหรับผู้เริ่มต้น ใช้ภาษาอังกฤษระดับง่าย เมื่อผู้เรียนใช้ Grammar ผิด ให้แก้ประโยคก่อนแล้วอธิบายเหตุผลสั้น ๆ เป็นภาษาไทย ถามคำถามต่อเพื่อให้เกิดการสนทนา หลีกเลี่ยงศัพท์ยากโดยไม่อธิบาย และสร้างแบบฝึกหัดสั้นหลังจบบทเรียนเมื่อเหมาะสม”
Gem นี้สามารถใช้ซ้ำทุกวันโดยไม่ต้องอธิบายระดับผู้เรียนใหม่ตลอดเวลา
ถ้า Gem ต้องใช้ข้อมูลเฉพาะ สามารถเพิ่มไฟล์ในส่วน
Knowledge
เลือก
Add files
จากนั้นเลือกไฟล์ที่ต้องการ
Knowledge เหมาะกับข้อมูลเช่น
ช่วยให้ Gem มีข้อมูล Reference ที่ตรงกับงานมากขึ้น
ในส่วน Knowledge สามารถเลือก Upload File จากอุปกรณ์
เหมาะเมื่อมีไฟล์อยู่ในคอมพิวเตอร์ เช่น
ตามประเภทไฟล์และ Limits ที่ Gemini รองรับในเวลานั้น
หลัง Upload ควรตรวจว่าระบบรับไฟล์สำเร็จ
สามารถเลือกไฟล์จาก Google Drive เป็น Knowledge ได้ตามเงื่อนไขของบัญชี
การใช้ Drive เหมาะเมื่อ Source ถูกจัดเก็บไว้ใน Google Workspace อยู่แล้ว
การเพิ่มไฟล์จาก Drive อาจต้อง
หากยังไม่ได้เชื่อม ระบบสามารถแสดงตัวเลือกให้ตั้งค่าต่อ
อย่าใส่ผิดที่
บอก
Gem ต้องทำอย่างไร
เช่น
“ตอบเป็นภาษาไทย”
“อย่าแต่งราคา”
บอก
Gem ใช้ข้อมูลอะไร
เช่น
Product Catalog
Brand Guide
Policy
Instructions = Behavior
Knowledge = Reference
อย่าเพียง Upload ไฟล์แล้วหวังว่า Gem จะรู้ว่าต้องใช้อย่างไร
เพิ่ม Rule เช่น
“เมื่อตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้า ให้ใช้ Product Guide ใน Knowledge เป็นแหล่งข้อมูลหลัก”
หรือ
“ใช้ Brand Style Guide ใน Knowledge เป็นแนวทางเรื่อง Tone”
ช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Rule กับ Source ชัดขึ้น
เมื่อ Gem ใช้ Knowledge Files ระบบสามารถแสดง Citation ที่เชื่อมไปยังไฟล์ Knowledge เพื่อช่วยให้รู้ว่าข้อมูลมาจากไหน
ในการตั้งค่า Knowledge ปัจจุบันยังมีตัวเลือกสำหรับปิด Knowledge Citations ได้
ถ้าใช้ Gem สำหรับ Research หรือ Fact-heavy Work การเห็น Citation อาจช่วยตรวจข้อมูลได้ง่ายขึ้น
ถ้าไม่จำเป็นค่อยพิจารณาปิดตาม Workflow
ด้านหนึ่งของหน้าสร้าง Gem จะมีพื้นที่ Preview
ให้ทดลอง Prompt เหมือนกำลังใช้งาน Gem จริง
“สร้าง Outline เรื่อง Gemini Gems”
ตรวจว่า
หากไม่ดี
กลับไปแก้ Instructions
แล้ว Preview ใหม่
นี่เป็นจุดที่ควรจำ
การพิมพ์ Prompt ทดลองใน Preview
ไม่ได้บันทึก Gem ให้โดยอัตโนมัติ
หลังทดลองจนพอใจแล้วต้องกด
Save
ด้วยตัวเอง
ถ้าออกจากหน้าก่อน Save อาจไม่ได้ Custom Gem ตามที่ตั้งใจ
อย่าทดลอง Prompt เดียว
สมมติสร้าง SEO Writer
ทดสอบอย่างน้อย
“Gemini คืออะไร”
“วิธีเปิด Gemini Canvas”
“Gemini vs ChatGPT”
“Gemini เปิดไม่ได้แก้ยังไง”
ดูว่า Gem สามารถรักษา Style และ Rules ได้หลาย Intent หรือไม่
ลองถามสิ่งที่อยู่นอก Scope
เช่น SEO Writer Gem
“ช่วยเขียน Python Calculator”
ดูว่า Gem ตอบอย่างไร
ถ้าต้องการให้ Gem โฟกัสเฉพาะ SEO สามารถเพิ่ม Rule
“หากงานไม่เกี่ยวกับ Content หรือ SEO ให้แจ้งว่างานอยู่นอกหน้าที่ของ Gem”
ทำให้ Role ชัดขึ้น
เช่น Product Gem มีข้อมูลสินค้า A
แต่ถามสินค้า B ที่ไม่มี
ดูว่า Gem
ยอมรับว่าไม่มีข้อมูล
หรือ
แต่งข้อมูลขึ้นมา
ถ้าแต่ง ให้เพิ่ม Rule
“หากไม่มีข้อมูลใน Knowledge ให้ระบุว่าไม่พบข้อมูล ห้ามเดา”
นี่เป็น Rule ที่มีประโยชน์มาก
เมื่อ
ให้กด
Save
จึงถือว่า Custom Gem ถูกสร้างเรียบร้อย
New Gem → Name → Instructions → Knowledge → Preview → Save
หลัง Save จะอยู่ในรายการ Gems ของบัญชี
จากนั้นสามารถเปิด Gem แล้วเริ่ม Chat ใหม่ด้วย Gem นั้น
เมื่อใช้บัญชีเดียวกัน Custom Gem ยังสามารถปรากฏใน Gemini Mobile App และบริบท Google Workspace ที่รองรับได้
จึงไม่จำเป็นต้องสร้างซ้ำทุกอุปกรณ์
เปิด Gem ที่สร้างไว้
จากนั้น Prompt สามารถสั้นลงมาก
ตัวอย่าง SEO Writer Gem
จากเดิมต้องพิมพ์ Prompt กติกา 20 บรรทัด
อาจเหลือเพียง
“เขียนบทความเรื่อง Gemini Deep Research”
เพราะ Instructions หลักอยู่ใน Gem แล้ว
จำเป็น
Gem ไม่ได้แทน Prompt ทั้งหมด
Gem ใช้เก็บ Rules ที่คงที่
Prompt ใช้บอกงานของครั้งนี้
Gem Instructions
“คุณเป็น SEO Writer”
Prompt วันนี้
“เขียนบทความเรื่อง Gemini Canvas สำหรับผู้เริ่มต้น”
วันพรุ่งนี้
“เขียนบทความเรื่อง Gemini Gems”
Gem = กติกาประจำ
Prompt = งานรอบนี้
ตัวอย่างไม่ควรใส่
“วันนี้เขียนบทความหัวข้อ Gemini Canvas”
ลง Instructions ของ Gem
เพราะ Instructions ควรเป็น Rule ที่ใช้ซ้ำ
ส่วนหัวข้อวันนี้ควรอยู่ใน Prompt
Permanent Rule
→ Instructions
Temporary Task
→ Prompt
Reference Data
→ Knowledge
นี่คือวิธีออกแบบ Gem ที่เป็นระบบ
Gem ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ตั้งแต่วันแรก
หลังใช้งานจริงอาจพบว่า
ให้กลับไปแก้ Instructions ตาม Error ที่เกิดซ้ำ
Create → Use → Observe → Improve
ไม่ใช่ Create ครั้งเดียวแล้วไม่แตะอีกเลย
Generative AI มีความแปรผัน
หาก Output แปลกหนึ่งครั้ง อาจไม่จำเป็นต้องเพิ่ม Rule ใหม่ทันที
ให้ดูว่าปัญหาเกิดซ้ำไหม
เพิ่ม Rule
ลอง Prompt ชัดขึ้นก่อน
ไม่เช่นนั้น Instructions จะยาวขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มขัดกันเอง
หลังใช้ Gem ไปนาน ๆ Instructions อาจสะสม Rule จำนวนมาก
ควร Review เป็นระยะ
ลบกติกาที่
Instructions ที่ชัดและเป็นระบบมักดีกว่า Instructions ยาวแบบไม่มีโครงสร้าง
หาก Instructions ยาว สามารถจัดเป็นหมวด
เป็นใคร
ทำอะไร
ทำอย่างไร
ตอบแบบไหน
ห้ามทำอะไร
ใช้ Source ไหน
ช่วยให้แก้ภายหลังง่าย
ใช้ Template นี้เป็นฐานได้
คุณคือ [บทบาท]
หน้าที่หลักคือ [งาน]
ผู้อ่านหรือผู้ใช้คือ [กลุ่ม]
ใช้ [Format]
ใช้ [Tone]
ใช้ไฟล์ที่กำหนดเป็น Reference เมื่องานเกี่ยวข้อง
Template นี้สามารถนำไปปรับกับ Gem หลายประเภท
ถ้าเพิ่งเริ่ม Gems แนะนำสร้างเพียงหนึ่งตัว
เลือกงานที่
ตัวอย่าง
SEO Writer
ใช้จริง 1–2 สัปดาห์
ดูว่าลด Prompt ซ้ำได้หรือไม่
ถ้าดีค่อยสร้าง Gem ถัดไป
สมมติ Gem เดิมคือ SEO Writer
แต่เริ่มเพิ่ม Rule
แสดงว่า Scope เริ่มกว้างเกิน
ควรสร้าง Gem แยกตามหน้าที่
SEO Writer
Data Analyst
Customer Reply
แยกกัน
ง่ายต่อการควบคุมกว่า Super Gem ตัวเดียว
เมื่อเข้าใจแล้วสามารถสร้างหลาย Gem ตาม Role
รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
เขียน Draft
ตรวจภาษาและความซ้ำ
วิเคราะห์ข้อมูล
เหมือนสร้าง AI Workflow แบบแบ่งหน้าที่
แต่ยังต้องมีมนุษย์ตรวจงานสำคัญ
หากสร้าง Gem ให้ทีมใช้ร่วมกัน ควรกำหนด Standard เช่น
และเพิ่ม Knowledge ที่เป็น Source กลาง
ช่วยลดความแตกต่างระหว่างคนในทีม
Knowledge เหมาะกับเอกสาร Reference
ไม่ควรใช้เป็นที่เก็บ
Gem ไม่ควรถูกออกแบบให้เป็น Password Manager
ก่อน Upload File เข้า Knowledge ให้ถามว่า
Gem จำเป็นต้องใช้ข้อมูลนี้จริงไหม
หากไฟล์มีข้อมูลจำนวนมากแต่ Gem ต้องใช้เพียงบางส่วน อาจจัดทำ Version ที่ลดข้อมูลเหลือเท่าที่จำเป็น
หลักคือ
ให้ AI เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อ Task
หาก Gem ใช้
ข้อมูลเหล่านี้สามารถเปลี่ยน
ดังนั้นควรมี Workflow ตรวจและ Update Knowledge
Gem ที่มีไฟล์เก่าอาจตอบตามข้อมูลเก่าได้
สำหรับเอกสารที่เปลี่ยนบ่อย สามารถตั้งชื่อไฟล์ให้ชัด เช่น
Product Guide – 2026-08
Policy – v3
Pricing – August 2026
ช่วยให้รู้ว่า Knowledge ที่ Gem ใช้อ้างอิงเป็น Version ไหน
แม้ Instructions ดีและ Knowledge ครบ
Gem ยังเป็น Generative AI
ยังสามารถ
ได้
โดยเฉพาะเรื่อง
ต้องตรวจตามความเสี่ยง
แนวคิดที่เหมาะคือ
Gem ช่วยทำงาน
ไม่ใช่
Gem ตัดสินแทนคนทุกเรื่อง
ตัวอย่าง Customer Service
Gem สร้าง Draft
พนักงานตรวจ
แล้วค่อยส่ง
ตัวอย่าง Data Analyst
Gem หา Insight
Analyst ตรวจ Calculation
แล้วค่อย Report
บทความนี้พูดถึง Classic Custom Gem
คือ AI Assistant ที่ตั้ง
สำหรับ Chat ซ้ำ
ปัจจุบัน Gemini ยังมี
Gems from Google Labs
ซึ่งเน้น AI mini-app และ Workflow หลายขั้นตอน
หากเป้าหมายคือ
“สร้าง AI Writer ส่วนตัวที่ใช้คุยทุกวัน”
Classic Gem เหมาะกว่า
ถ้าต้องการ
“สร้าง mini-app ที่รับไฟล์แล้วทำหลายขั้นตอนอัตโนมัติ”
อาจพิจารณา Gems from Google Labs แทน
ใช้ลำดับนี้ได้กับ Gem ส่วนใหญ่
หา Workflow ที่ทำซ้ำ
กำหนดหน้าที่เดียว
ตั้งชื่อให้รู้ทันทีว่าทำอะไร
กำหนดบทบาท
บอกงานหลัก
ให้ข้อมูลพื้นฐาน
กำหนดรูปแบบคำตอบ
กำหนดสิ่งที่ห้ามทำ
เพิ่มไฟล์ถ้าจำเป็น
ทดลองหลายโจทย์
แก้ Instructions
บันทึก Gem
นำไปใช้งานจริง
ดู Error ที่เกิดซ้ำ
ปรับ Gem ให้ดีขึ้น
นี่คือวงจรที่ช่วยให้ Gem มีประโยชน์จริงในระยะยาว
สามารถใช้โครงนี้เป็นจุดเริ่มต้น
คุณคือ [บทบาทของ AI]
หน้าที่ของคุณคือ [งานหลัก]
ผู้ใช้หรือกลุ่มเป้าหมายคือ [Audience]
เป้าหมายคือ [ผลลัพธ์ที่ต้องการ]
เมื่อได้รับงาน:
ใช้ [รูปแบบ]
ใช้ [น้ำเสียง]
เมื่องานเกี่ยวข้อง ให้ใช้ Knowledge Files ที่กำหนดเป็น Reference
Template นี้สามารถใช้สร้าง SEO Writer, Tutor, Analyst หรือ Customer Service ได้
“ทำงานตัวอย่างหนึ่งชิ้นตามหน้าที่ของคุณ”
“ทำงานนี้โดยฉันให้ข้อมูลเพียงครึ่งเดียว”
ดูว่า Gem เดาหรือแจ้งว่าข้อมูลไม่พอ
“ช่วยทำงานที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ของคุณ”
ดูว่ากลับเข้าสู่ Role ได้หรือไม่
ใส่ตัวเลขแล้วดูว่า Gem เปลี่ยนหรือไม่
ดูว่า Structure ตรง Instructions หรือไม่
ทำทุกอย่างจนไม่ต่างจาก Gemini ปกติ
แต่ไม่บอก Task
ใช้คำว่า “ทำให้ดีที่สุด” โดยไม่มีเกณฑ์
ทำให้ Output ไม่นิ่ง
AI อาจใช้ Context ไม่ตรง
รู้ปัญหาหลัง Save
Gem ไม่ถูกบันทึก
จัดการยาก
ตอบข้อมูลเก่า
Gem ยังผิดได้
รู้หน้าที่ทันทีไหม
ชัดไหม
มีงานหลักชัดเจนไหม
รู้ว่าใครใช้ไหม
กำหนดหรือยัง
ตรงกับงานไหม
กำหนดสิ่งที่ห้ามทำหรือยัง
จำเป็นไหม และเป็น Version ปัจจุบันไหม
ทดลองหลายโจทย์หรือยัง
อย่าลืมกดหลัง Preview
Custom Gem แบบ Classic Gem สร้างผ่าน Gemini Web โดยเปิดส่วน Gems แล้วเลือก New Gem
อย่างน้อยควรมีชื่อ Gem และ Instructions ส่วน Knowledge เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม
ได้ สามารถเขียนคำอธิบายสั้น ๆ แล้วใช้ Gemini ช่วย Rewrite และขยาย Instructions จากนั้นควรตรวจและแก้ด้วยตัวเองก่อน Save
ได้ สามารถเพิ่มไฟล์จากอุปกรณ์หรือ Google Drive ตามความสามารถและข้อกำหนดของบัญชี
อาจต้องเปิด Keep Activity และเชื่อม Google Workspace กับ Gemini Apps ก่อนจึงจะเพิ่มไฟล์จาก Drive เป็น Knowledge ได้
ได้ สามารถทดลอง Prompt ใน Preview ก่อน Save เพื่อดูว่า Instructions ทำงานตามต้องการหรือไม่
ไม่ ต้องกด Save เองหลังทดลอง Preview
ได้ Custom Gem ที่สร้างบน Gemini Web สามารถนำไปใช้ใน Gemini Mobile App ด้วยบัญชีเดียวกันตามความสามารถที่รองรับ
Gem เก็บ Rules และ Context ที่ใช้ซ้ำ ส่วน Prompt ใช้กำหนดงานของครั้งนั้น
Instructions กำหนดวิธีทำงาน ส่วน Knowledge เป็นข้อมูล Reference
ไม่ Gem ยังเป็น Generative AI และยังสามารถให้ข้อมูลผิดได้ จึงต้องตรวจ Fact ตามความสำคัญของงาน
การสร้าง Custom Gem ที่มีประโยชน์ไม่ได้เริ่มจากการเขียน Prompt ให้ยาวที่สุด
แต่เริ่มจากคำถามว่า
“ฉันมีงานอะไรที่ทำซ้ำบ่อย?”
จากนั้นเปลี่ยน Workflow นั้นให้เป็น Gem
ขั้นตอนหลักคือ
Gemini Web → Gems → New Gem → ตั้งชื่อ → เขียน Instructions → เพิ่ม Knowledge → Preview → Save
สูตร Instructions ที่ใช้ได้กับงานส่วนใหญ่คือ
Persona + Task + Context + Format + Constraints
ตัวอย่าง SEO Writer
Persona
นักเขียน SEO
Task
สร้างบทความ
Context
ผู้เริ่มต้นในประเทศไทย
Format
H1 H2 H3 + FAQ + Summary
Constraints
ห้ามแต่งตัวเลขและ Fact
หากมีข้อมูลเฉพาะของธุรกิจหรือ Workflow ก็สามารถเพิ่มเป็น
Knowledge
ได้
ก่อน Save ควรทดลอง Gem หลาย Prompt และจำไว้ว่า
Preview ไม่ได้ Save Gem ให้อัตโนมัติ
เมื่อพอใจแล้วจึงกด Save
หลังจากนั้น Gem จะกลายเป็น AI ผู้ช่วยประจำ Role ที่สามารถเรียกใช้ซ้ำโดยไม่ต้องพิมพ์ Instructions ชุดเดิมทุกครั้ง
หลักสำคัญที่สุดคือ
Rules ที่ใช้ซ้ำ → Gem Instructions
ข้อมูลอ้างอิง → Knowledge
งานของวันนี้ → Prompt
หากแยกสามอย่างนี้ได้ชัด การสร้าง Gemini Gem จะเป็นระบบมากขึ้น และสามารถเปลี่ยน Gemini จาก AI ทั่วไปให้กลายเป็น AI Writer, Tutor, Analyst, Customer Service หรือผู้ช่วยเฉพาะงานที่เข้ากับ Workflow ของเราได้จริง