Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

การเพิ่ม เว็บไซต์และไฟล์ให้ Gemini Deep Research เป็นวิธีทำให้การค้นคว้ามีขอบเขตชัดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเรามีเว็บไซต์ เอกสาร PDF รายงาน ตารางข้อมูล หรือข้อมูลเฉพาะที่ต้องการให้ Gemini นำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจาก Google Search
ปัจจุบัน Google ระบุว่า Deep Research ใช้ Google Search เป็นแหล่งข้อมูลเริ่มต้น และผู้ใช้สามารถอัปโหลดไฟล์ เพิ่ม Gmail, Google Drive และ NotebookLM Notebook เป็น Sources เพิ่มเติมได้ตามสิทธิ์ของบัญชี
สำหรับ “เว็บไซต์” มีจุดที่ควรเข้าใจก่อนว่า ในหน้า Deep Research ปัจจุบัน Google ไม่ได้ระบุปุ่ม Source ชื่อ “Website” แยกต่างหากเหมือนการอัปโหลดไฟล์ วิธีทั่วไปจึงเป็นการระบุ URL หรือโดเมนที่ต้องการศึกษาไว้ใน Prompt แล้วให้ Deep Research ใช้ Google Search ค้นคว้าเว็บไซต์นั้นร่วมกับเว็บอื่น
หากต้องการควบคุมเว็บไซต์เป็น Source แบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น อีกวิธีคือเพิ่ม URL เข้า NotebookLM หรือ Notebook ก่อน แล้วใช้ Notebook ดังกล่าวเป็นฐานข้อมูลสำหรับการค้นคว้า
การ Research ทั่วไปมักเริ่มจากการให้ Gemini ค้นเว็บด้วย Google Search
แต่บางโจทย์เรารู้อยู่แล้วว่าแหล่งข้อมูลสำคัญอยู่ที่ไหน เช่น
การระบุ Sources เหล่านี้ช่วยให้ Gemini มีข้อมูลตั้งต้นที่ตรงกับโจทย์มากขึ้น
ตัวอย่างเช่น
ต้องการวิเคราะห์คู่แข่ง 3 เว็บไซต์
แทนที่จะสั่งเพียงว่า
“วิเคราะห์คู่แข่งธุรกิจรับทำ SEO”
สามารถใส่ URL ของคู่แข่งทั้ง 3 รายลงไปใน Prompt แล้วระบุว่าต้องการให้ศึกษาเว็บไซต์เหล่านั้นเป็นพิเศษ
หรือหากเรามีรายงานตลาดเป็น PDF ก็สามารถอัปโหลด PDF พร้อมกันแล้วให้ Gemini เปรียบเทียบข้อมูลในรายงานกับข้อมูลปัจจุบันบนเว็บได้
เริ่มจากเข้าสู่ Gemini แล้วเปิด Deep Research
บริเวณช่อง Prompt ให้เลือกเมนูเพิ่มไฟล์หรือเครื่องมือ แล้วเลือก
Deep Research
จากนั้นสามารถเตรียม Prompt และ Sources ก่อนเริ่มการค้นคว้า
Google ระบุว่าบนคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้สามารถเลือก Deep Research จากช่อง Prompt อัปโหลดไฟล์ เลือก Sources เพิ่มเติม แล้วส่งคำถามเพื่อให้ Gemini สร้าง Research Plan ก่อนกด Start research
หากมีเว็บไซต์เฉพาะที่ต้องการให้ Gemini วิเคราะห์ วิธีง่ายที่สุดคือใส่ URL ลงใน Prompt
“ทำ Deep Research เว็บไซต์ต่อไปนี้
https://example1.com
https://example2.com
https://example3.com
วิเคราะห์สินค้า บริการ ราคา กลุ่มลูกค้า จุดแข็ง จุดอ่อน Content Strategy และ SEO Strategy ของแต่ละเว็บไซต์ พร้อมสร้างตารางเปรียบเทียบ”
Deep Research จะใช้ URL เหล่านั้นเป็นบริบทของโจทย์ และ Google Search สามารถค้นข้อมูลจากเว็บเพิ่มเติมเพื่อสร้างรายงาน
อย่าใส่ URL อย่างเดียว
ตัวอย่างที่ไม่ชัดคือ
“ศึกษา https://example.com”
ควรเปลี่ยนเป็น
“ทำ Deep Research เว็บไซต์ https://example.com โดยวิเคราะห์ธุรกิจ บริการ ราคา กลุ่มลูกค้า Positioning Content Strategy จุดแข็ง จุดอ่อน และคู่แข่งหลัก”
ยิ่งกำหนดเกณฑ์ชัด Gemini ก็ยิ่งรู้ว่าต้องค้นหาอะไรจากเว็บไซต์นั้น
หากต้องการให้ Gemini เน้นเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง ควรบอกอย่างชัดเจนใน Prompt
“ใช้เว็บไซต์ https://example.com เป็นเว็บไซต์หลักในการวิเคราะห์ ศึกษาหน้าสำคัญ เนื้อหา บริการ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แล้วใช้ Google Search ตรวจสอบและเพิ่มเติมบริบทจากแหล่งอื่น”
Prompt แบบนี้กำหนดบทบาทของเว็บไซต์ได้ชัดกว่าเพียงวาง URL
สามารถระบุว่า
“เน้นข้อมูลจาก example.com และแยกข้อมูลจากแหล่งอื่นออกจากข้อมูลที่พบในเว็บไซต์นี้อย่างชัดเจน”
อย่างไรก็ตาม หากเปิด Google Search อยู่ Deep Research ยังสามารถค้นเว็บอื่นได้ เพราะ Google Search เป็น Source เริ่มต้นของระบบ
ดังนั้นหากต้องการควบคุม Sources อย่างเข้มงวดมาก ควรพิจารณาใช้ NotebookLM หรือ Notebook เป็นขั้นกลาง
Deep Research เหมาะมากกับการวิเคราะห์เว็บไซต์หลายแห่งพร้อมกัน
ตัวอย่างงาน เช่น
“ทำ Deep Research เว็บไซต์คู่แข่งต่อไปนี้
[URL 1]
[URL 2]
[URL 3]
[URL 4]
วิเคราะห์แต่ละเว็บไซต์ในด้าน
จากนั้นสร้างตารางเปรียบเทียบและเสนอ Competitive Gap”
วิธีนี้เหมาะมากกับเจ้าของธุรกิจและนักการตลาด
Deep Research รองรับการเพิ่มไฟล์หรือรูปภาพพร้อม Prompt ได้โดยตรง
Google ระบุว่า หลังเลือก Deep Research สามารถเลือก Add files → Files เพื่ออัปโหลดไฟล์ก่อนเริ่ม Research ได้
ไฟล์ที่ควรเพิ่มคือไฟล์ที่มีข้อมูลซึ่ง Gemini หาเองจากเว็บไม่ได้ง่าย หรือข้อมูลที่เราต้องการให้มีน้ำหนักในการวิเคราะห์
เหมาะกับ
เหมาะกับ
เหมาะกับ
Google ระบุว่าสามารถเพิ่มไฟล์หรือรูปภาพพร้อม Prompt สำหรับ Deep Research ได้ด้วย
รูปภาพอาจเหมาะกับ
ถ้ามีไฟล์หลายไฟล์ อย่าให้ Gemini ต้องเดาว่าแต่ละไฟล์มีบทบาทอะไร
“วิเคราะห์ไฟล์พวกนี้”
“ไฟล์ Market-Report.pdf เป็นรายงานตลาดเดิม
ไฟล์ Sales.xlsx เป็นยอดขายของบริษัท
ไฟล์ Competitor.pdf เป็นข้อมูลคู่แข่ง
ให้ใช้ทั้งสามไฟล์ร่วมกับ Google Search เพื่อวิเคราะห์ว่าตลาดปัจจุบันเปลี่ยนจากรายงานเดิมอย่างไร และบริษัทควรปรับกลยุทธ์ด้านใด”
นี่คือวิธีใช้ Context ของ Deep Research ได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
หนึ่งใน Workflow ที่มีประโยชน์มากที่สุดคือ
Website + File + Google Search
เพราะทำให้ Gemini มีทั้งข้อมูลเฉพาะและข้อมูลปัจจุบันจากเว็บ
มีไฟล์
market-report.pdf
และต้องการศึกษาเว็บไซต์คู่แข่ง 3 แห่ง
สามารถ Prompt ว่า
“ใช้ market-report.pdf เป็นรายงานตลาดตั้งต้น จากนั้นวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งต่อไปนี้
[URL 1]
[URL 2]
[URL 3]
และใช้ Google Search ค้นข้อมูลปัจจุบันเพิ่มเติม
เปรียบเทียบว่าตลาดเปลี่ยนจากข้อมูลใน PDF อย่างไร คู่แข่งแต่ละรายตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และมี Market Gap อะไรที่น่าสนใจ”
นี่คือหนึ่งในกรณีที่ Deep Research มีประโยชน์มากกว่าการถาม AI แบบปกติ
หากต้องการรวบรวมเว็บไซต์จำนวนมากให้เป็นชุดข้อมูลที่ควบคุมได้มากขึ้น สามารถใช้ Notebook เป็นตัวช่วย
Google ระบุว่า Gemini Notebook รองรับ Web URLs เป็น Source โดยตรง รวมถึงไฟล์ PDF, Documents, Spreadsheets, Images และข้อมูลประเภทอื่น
สร้าง Notebook สำหรับหัวข้อที่ต้องการ
จากนั้นเพิ่ม
เข้า Notebook
ระบบ Notebook รองรับการเพิ่มหลาย Web URLs และสามารถแยกลิงก์ด้วยช่องว่างหรือขึ้นบรรทัดใหม่ได้
วิธีนี้เหมาะกับการสร้าง Knowledge Base เช่น
คู่แข่ง SEO
ภายใน Notebook อาจมีเว็บไซต์คู่แข่ง 20 แห่ง
หรือ
Google Gemini Research
อาจประกอบด้วย
แล้วใช้ Notebook เป็นฐานสำหรับงาน Research ต่อ
Google ระบุว่า Deep Research สามารถเพิ่ม NotebookLM notebooks เป็นแหล่งข้อมูลได้
ดังนั้นหากต้องการควบคุมเว็บไซต์แบบเป็นชุด สามารถใช้ Workflow ดังนี้
สร้าง NotebookLM Notebook
เพิ่มเว็บไซต์ที่ต้องการเป็น Sources
NotebookLM รองรับ Web URLs โดยตรง
เพิ่ม PDF หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
กลับมาเปิด Deep Research
เลือก NotebookLM Notebook ดังกล่าวเป็น Source
เริ่ม Research
Workflow นี้เหมาะมากเมื่อมี Sources จำนวนมากและต้องการจัดเตรียม Knowledge Base ก่อนเริ่มค้นคว้าเชิงลึก
เว็บไซต์ไม่ได้มีโครงสร้างเหมือนกันทั้งหมด
ในระบบ Notebook Google ระบุว่าเมื่อเพิ่ม Web URL ระบบจะนำ เนื้อหาข้อความจากหน้า HTML มาใช้เป็น Source แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนำภาพ วิดีโอที่ฝังอยู่ หรือหน้าเว็บย่อยทุกหน้ามาด้วย และหน้าเว็บที่ติด Paywall อาจไม่รองรับ
หาก Gemini อ่านเว็บไซต์ไม่ครบ วิธีที่ง่ายที่สุดอาจเป็นการบันทึกข้อมูลที่ต้องการเป็น PDF หรือคัดลอกข้อความมาเป็น Source
หลังเริ่ม Deep Research ไม่ควรสมมติว่า Gemini ใช้ทุก URL ที่ใส่ไว้ตามที่เราคิด
Google มีส่วนแสดงเว็บไซต์ที่ Deep Research กำลังศึกษา โดยระหว่างการทำงานสามารถดูรายการเว็บไซต์ที่ถูก Browse ได้จากส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Sites browsed
ถ้าเห็นว่าทิศทางผิด สามารถปรับโจทย์หรือ Research Plan ใหม่ได้
หลังส่ง Prompt Gemini จะสร้าง Research Plan ก่อนเริ่มค้นคว้า
Google รองรับการเลือก Edit plan เพื่อแก้แผนก่อนกด Start research
ตัวอย่างเช่น หากเราบอกให้
“เปรียบเทียบเว็บไซต์ A, B และ C กับไฟล์ market.pdf”
แต่ Research Plan ไม่มีการเปรียบเทียบเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง
ให้แก้ Plan ก่อน
“เพิ่มการวิเคราะห์เว็บไซต์ B”
“เพิ่มการเปรียบเทียบข้อมูลจาก PDF กับข้อมูลปัจจุบัน”
“ใช้เว็บไซต์บริษัทเป็น Primary Source”
“เพิ่มการตรวจราคาในหน้า Product ของแต่ละเว็บไซต์”
นี่ช่วยลดโอกาสเสียเวลารอรายงานแล้วพบว่าข้อมูลไม่ครบ
หากต้องการรู้ว่าข้อมูลใดมาจากไหน ควรกำหนดไว้ใน Prompt
“แบ่งรายงานออกเป็น 3 ส่วน
จากนั้นเปรียบเทียบว่ามีข้อมูลส่วนใดตรงกัน ขัดแย้งกัน หรือเปลี่ยนแปลงไปแล้ว”
Prompt แบบนี้มีประโยชน์มากสำหรับการ Fact-check และ Update Report
นี่เป็น Use Case ที่เหมาะกับ Deep Research มาก
สมมติว่ามีรายงานตลาดที่สร้างเมื่อหลายปีก่อน
แทนที่จะทิ้งรายงานนั้น สามารถใช้เป็น Baseline
“ใช้ไฟล์ market-report.pdf เป็นข้อมูลตั้งต้น ตรวจสอบทุกประเด็นสำคัญกับข้อมูลปัจจุบันจาก Google Search แล้วแบ่งผลลัพธ์เป็น
พร้อมอ้างอิง Sources ที่ใช้ตรวจสอบ”
วิธีนี้ช่วยเปลี่ยนเอกสารเก่าให้เป็น Research ใหม่ได้เร็วขึ้น
“ทำ Deep Research เว็บไซต์คู่แข่งต่อไปนี้
[URL 1]
[URL 2]
[URL 3]
ใช้ไฟล์ competitor-notes.pdf ที่แนบมาเป็นข้อมูลประกอบ
วิเคราะห์สินค้า บริการ ราคา Positioning กลุ่มลูกค้า Content Strategy SEO จุดแข็ง จุดอ่อน และ Competitive Gap พร้อมตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google Search”
“ใช้ไฟล์ market-report.pdf เป็นข้อมูลตั้งต้น แล้วทำ Deep Research ข้อมูลตลาดปัจจุบันจาก Google Search พร้อมศึกษาเว็บไซต์บริษัทหลักในตลาดต่อไปนี้
[URL 1]
[URL 2]
[URL 3]
เปรียบเทียบสิ่งที่เปลี่ยนจากรายงานเดิมและสรุปแนวโน้มปัจจุบัน”
“ใช้ไฟล์ Brief ที่แนบมาเป็นข้อกำหนดของบทความ จากนั้นทำ Deep Research หัวข้อ [หัวข้อ] โดยเน้นข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการและ Primary Sources ก่อน แล้วสร้าง Key Findings และ FAQ สำหรับนำไปเขียนบทความ”
“ศึกษา Product Page ต่อไปนี้
[URL 1]
[URL 2]
[URL 3]
ใช้ไฟล์ requirements.pdf เป็นความต้องการของผู้ซื้อ แล้วเปรียบเทียบว่าสินค้าใดตอบโจทย์มากที่สุดในด้านราคา คุณสมบัติ ประสิทธิภาพ ข้อจำกัด และความคุ้มค่า”
Gemini รู้เว็บไซต์ แต่ไม่รู้เป้าหมาย
บริบทมากไม่ได้หมายถึงบริบทดี
ข้อมูลบางเรื่องควรตรวจหลาย Sources
ไฟล์เก่าอาจมีข้อมูลที่ไม่ตรงกับปัจจุบัน
ทำให้ Gemini Research ผิดทิศทางตั้งแต่ต้น
หาก Google Search ยังเปิดอยู่ ระบบสามารถค้นเว็บไซต์อื่นเพิ่มเติมได้
รายงาน AI ยังสามารถสรุปหรือเชื่อมโยงข้อมูลผิดได้
ใส่ URL ที่ต้องการครบหรือยัง
บอกหรือยังว่าต้องการวิเคราะห์อะไรจากเว็บไซต์
อัปโหลดเอกสารสำคัญครบหรือยัง
บอก Gemini หรือยังว่าไฟล์แต่ละไฟล์คืออะไร
ต้องการให้ค้นเว็บอื่นเพิ่มเติมหรือไม่
มี Sources จำนวนมากจนควรจัดไว้ใน Notebook ก่อนหรือไม่
ตรวจแผนก่อน Start Research แล้วหรือยัง
จะตรวจแหล่งข้อมูลหลังรายงานเสร็จหรือไม่
ได้ Google ระบุว่าสามารถอัปโหลดไฟล์หรือรูปภาพพร้อม Prompt ก่อนเริ่ม Deep Research ได้
Deep Research ใช้ Google Search ค้นเว็บไซต์เป็นค่าเริ่มต้น และสามารถระบุ URL หรือเว็บไซต์ที่ต้องการศึกษาไว้ใน Prompt ได้ อย่างไรก็ตาม คู่มือ Deep Research ปัจจุบันไม่ได้แสดง Source Selector ชื่อ Website แยกต่างหากแบบเดียวกับ Files, Gmail หรือ Drive
สามารถระบุ URL หลายเว็บไซต์ใน Prompt เพื่อกำหนดขอบเขตการ Research ได้ และหากต้องการจัด URL จำนวนมากเป็น Sources แบบเป็นระบบ สามารถเพิ่มเข้า NotebookLM หรือ Gemini Notebook ซึ่งรองรับ Web URLs โดยตรง
สามารถอัปโหลดไฟล์พร้อม Prompt ได้ ก่อนเริ่มสร้าง Research Plan และรายงาน
ได้ Google Search เป็น Source เริ่มต้นของ Deep Research และสามารถเพิ่มไฟล์เข้าไปประกอบ Prompt ได้
ได้ Google ระบุว่าสามารถยกเลิกการเลือก Google Search เพื่อจำกัด Research ให้ใช้ Sources อื่นที่เลือกไว้ได้
หากต้องจัดการ Sources จำนวนมาก การสร้าง Notebook แล้วเพิ่ม Web URLs เป็นชุดจะเป็นระบบกว่า โดย Notebook รองรับเว็บไซต์ เอกสาร และไฟล์หลายประเภท
การเพิ่มเว็บไซต์และไฟล์ให้ Gemini Deep Research สามารถทำได้หลายวิธีตามประเภทของข้อมูล
ถ้ามี เว็บไซต์เฉพาะ ให้ระบุ URL และสิ่งที่ต้องการศึกษาไว้ใน Prompt
ถ้ามี PDF หรือเอกสาร ให้ใช้ Add files แล้วอัปโหลดไฟล์ก่อนเริ่ม Research
ถ้าต้องการข้อมูลล่าสุดจากโลกภายนอก ให้เปิด Google Search
ถ้ามีเว็บไซต์และเอกสารจำนวนมาก ให้พิจารณาจัด Sources เข้า NotebookLM หรือ Notebook ก่อน
Workflow ที่ใช้งานได้ดีสำหรับงานจำนวนมากคือ
เว็บไซต์ + ไฟล์ + Google Search + Prompt ที่ชัด + ตรวจ Research Plan
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเพิ่ม Sources ให้มากที่สุด แต่คือการเลือกเว็บไซต์และไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับโจทย์จริง ๆ พร้อมบอก Gemini อย่างชัดเจนว่าแต่ละ Source ต้องถูกนำไปใช้วิเคราะห์ในด้านใด
เมื่อทำเช่นนี้ Deep Research จะไม่ได้เพียง “ค้นข้อมูลเยอะขึ้น” แต่จะสามารถค้นคว้าโดยมีบริบทที่ตรงกับงานของเรามากขึ้นด้วย