Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Google Gemini สามารถช่วยอธิบายเรื่องซับซ้อนให้เข้าใจง่ายขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น AI, การเงิน, วิทยาศาสตร์, คอมพิวเตอร์, โปรแกรมมิ่ง, SEO, ธุรกิจ หรือบทเรียนที่เต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะ
แต่ถ้าสั่งเพียงว่า
อธิบายให้ง่ายหน่อย
Gemini อาจยังใช้ศัพท์ยาก อธิบายเร็วเกินไป หรือคิดว่าเรามีพื้นฐานบางอย่างอยู่แล้ว
ถ้าต้องการให้เข้าใจง่ายจริง ควรกำหนดให้ชัดว่า ต้องอธิบายให้คนระดับไหนเข้าใจ ใช้คำแบบไหน ต้องมีตัวอย่างหรือไม่ และมีอะไรที่ไม่ควรข้าม
หนึ่งใน Prompt ที่ใช้ได้ง่ายที่สุดคือ
อธิบายเรื่องนี้เหมือนกำลังอธิบายให้เด็กอายุ 12 ปีที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน
เพียงเพิ่มระดับผู้ฟังเข้าไป Gemini ก็สามารถปรับคำศัพท์ ความยาวประโยค ตัวอย่าง และระดับความลึกของคำอธิบายให้เหมาะสมขึ้นได้
แนวคิดนี้มักเรียกว่า Explain Like I’m Five หรือ ELI5
แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องอธิบายทุกเรื่องให้เด็กอายุ 5 ขวบจริง ๆ
ใจความสำคัญคือ
อธิบายเรื่องซับซ้อนด้วยภาษาธรรมดา โดยไม่สมมติว่าคนอ่านมีความรู้พื้นฐานมาก่อน
ตัวอย่าง
ถ้าถามว่า
API คืออะไร?
คำอธิบายเชิงเทคนิคอาจเป็น
API คือ Interface ที่กำหนดวิธีสื่อสารระหว่าง Software Components
แต่ถ้าสั่งให้เข้าใจง่าย Gemini อาจอธิบายว่า
API เปรียบเหมือนพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร เราบอกพนักงานว่าอยากได้อะไร พนักงานนำคำสั่งไปให้ครัว แล้วนำอาหารกลับมาให้เรา โปรแกรมก็ใช้ API เพื่อขอข้อมูลหรือสั่งงานอีกระบบในลักษณะคล้ายกัน
แนวคิดเดียวกัน แต่เข้าใจง่ายกว่าอย่างมาก
วิธีง่ายที่สุดคือกำหนดระดับผู้ฟัง
ตัวอย่าง
อธิบายสำหรับเด็กอายุ 10 ปี
อธิบายสำหรับนักเรียนมัธยม
อธิบายสำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีพื้นฐาน IT
อธิบายสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ไม่เคยเรียนเรื่องการเงิน
อธิบายสำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยเขียนโปรแกรม
การระบุ Audience ช่วยให้ Gemini เลือกระดับภาษาได้เหมาะกว่าแค่สั่งว่า “ง่าย ๆ”
Prompt ที่มีประโยชน์มากคือ
สมมติว่าฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน
หรือ
เริ่มจากศูนย์และอย่าข้ามความรู้พื้นฐานที่จำเป็น
ตัวอย่าง
อธิบาย Cloud Computing โดยสมมติว่าฉันไม่เคยรู้เรื่อง Server หรือ Network มาก่อน
Gemini จะมีแนวโน้มอธิบายคำพื้นฐานก่อนเข้าสู่แนวคิดที่ซับซ้อนขึ้น
สามารถกำหนดตรง ๆ ว่า
ใช้ภาษาไทยง่าย ๆ และหลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคที่ไม่จำเป็น
หากมีศัพท์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้เพิ่มว่า
ถ้าจำเป็นต้องใช้ศัพท์เฉพาะ ให้อธิบายความหมายทันทีด้วยภาษาง่าย
ตัวอย่าง
แทนที่จะเขียนเพียง
Latency สูง
Gemini ควรอธิบายว่า
Latency คือเวลาที่ข้อมูลใช้เดินทางไปกลับ ยิ่งใช้เวลานาน เราจะรู้สึกว่าระบบตอบสนองช้า
เนื้อหาที่ใช้ศัพท์ง่ายแต่ประโยคยาวมากก็ยังอ่านยาก
ใช้ Prompt เช่น
ใช้ประโยคสั้น ๆ และอธิบายทีละแนวคิด
หรือ
หนึ่งย่อหน้าอธิบายเพียงหนึ่งประเด็น
ช่วยลด Cognitive Load หรือภาระในการทำความเข้าใจ
นี่เป็นหนึ่งในเทคนิคที่ช่วยให้เรื่องยากเข้าใจเร็วที่สุด
Prompt เช่น
ทุกแนวคิดสำคัญให้ยกตัวอย่างจากชีวิตประจำวัน
ตัวอย่างเรื่อง Cache
Cache เหมือนวางของที่ใช้บ่อยไว้บนโต๊ะ แทนที่จะต้องเดินไปหยิบจากตู้ทุกครั้ง
ตัวอย่างเรื่อง Cloud Storage
Cloud Storage เหมือนฝากไฟล์ไว้ในตู้เก็บของออนไลน์ที่เราเปิดได้จากหลายอุปกรณ์
ตัวอย่างเรื่อง Database
Database เหมือนตู้เก็บเอกสารที่จัดหมวดหมู่ไว้ ทำให้ค้นข้อมูลได้ง่าย
ถ้าเรื่องเป็นนามธรรม สามารถสั่งว่า
ใช้การเปรียบเทียบกับสิ่งที่คนทั่วไปคุ้นเคย
ตัวอย่าง
เหมือนสมองที่ประมวลผลคำสั่ง
เหมือนโต๊ะทำงาน ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งวางงานที่กำลังทำพร้อมกันได้มาก
เหมือนตู้เก็บของ ใช้เก็บข้อมูลระยะยาว
Analogy ช่วยสร้างภาพในหัวได้เร็ว
การเปรียบเทียบช่วยให้เข้าใจง่าย แต่บางครั้งอาจทำให้เข้าใจผิดได้
จึงควรเพิ่มว่า
ใช้ตัวอย่างเปรียบเทียบเพื่อช่วยเข้าใจ แต่หลังจากนั้นให้อธิบายว่าความจริงแตกต่างจากตัวอย่างตรงไหนบ้าง
นี่เหมาะกับเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคนิคที่ต้องการความแม่นยำ
ก่อนเจาะรายละเอียด ให้ Gemini ตอบว่า
เรื่องนี้คืออะไร?
Prompt ตัวอย่าง
เริ่มด้วยคำอธิบาย 2–3 ประโยคว่าเรื่องนี้คืออะไรและทำไมจึงสำคัญ จากนั้นค่อยอธิบายรายละเอียด
เมื่อคนอ่านเข้าใจภาพรวมแล้ว รายละเอียดจะเชื่อมโยงกันง่ายขึ้น
Prompt เช่น
อธิบายจากแนวคิดพื้นฐานที่สุดไปสู่ส่วนที่ซับซ้อนขึ้นทีละขั้น
ตัวอย่างการอธิบาย AI
ดีกว่าเริ่มต้นด้วย Neural Network, Token และ Transformer ทันที
ถ้าหัวข้อใหญ่ เช่น
Blockchain
อย่าพยายามอธิบายทุกอย่างใน Paragraph เดียว
Prompt เช่น
แบ่งเรื่องนี้ออกเป็นหัวข้อย่อยเล็ก ๆ และอธิบายทีละหัวข้อ
ตัวอย่าง
การแบ่งเนื้อหาช่วยให้เรียนรู้เป็นขั้นตอน
ถ้าหัวข้อมีศัพท์เฉพาะเยอะ
ใช้
ก่อนใช้ศัพท์เทคนิคใหม่ ให้อธิบายศัพท์นั้นก่อน
ตัวอย่าง
ก่อนพูดถึง
Indexing
ควรอธิบายว่า
Indexing คือกระบวนการที่ Search Engine เก็บข้อมูลหน้าเว็บไว้ในฐานข้อมูลเพื่อใช้แสดงในผลการค้นหา
จากนั้นจึงใช้คำว่า Indexing ต่อในบทความ
Prompt
หลังคำอธิบาย ให้สร้าง Glossary ของศัพท์สำคัญ 5–10 คำ
ตัวอย่าง
ชุดกฎหรือขั้นตอนที่ใช้แก้ปัญหาหรือประมวลผลข้อมูล
ข้อมูลที่ระบบนำไปใช้
ระบบที่เรียนรู้ Pattern จากข้อมูลและใช้สร้างผลลัพธ์
เหมาะกับการเรียนหัวข้อใหม่มาก
บางแนวคิดเข้าใจง่ายขึ้นเมื่อเห็นทั้งสองด้าน
Prompt
ยกตัวอย่างที่ถูก 2 ตัวอย่าง และตัวอย่างที่เข้าใจผิด 2 ตัวอย่าง
ตัวอย่างเรื่อง Keyword Stuffing
ใช้ Keyword อย่างเป็นธรรมชาติในตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง
ใส่ Keyword ซ้ำจำนวนมากเพียงเพื่อหวัง Ranking
วิธีนี้ช่วยลดความเข้าใจผิด
สำหรับเด็กหรือมือใหม่ Story ช่วยจำได้ดี
Prompt เช่น
อธิบายเรื่องนี้ผ่านเรื่องเล่าสั้น ๆ
ตัวอย่าง Network
ลองจินตนาการว่าคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องเป็นบ้าน และสาย Network เป็นถนนที่เชื่อมบ้านเหล่านั้นเข้าด้วยกัน…
เหมาะกับแนวคิดนามธรรม
Prompt
อธิบายเป็นรูปแบบถาม-ตอบเหมือนครูกำลังคุยกับนักเรียน
ตัวอย่าง
อินเทอร์เน็ตคือเครือข่ายขนาดใหญ่ที่เชื่อมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์จำนวนมากทั่วโลกเข้าด้วยกัน
เว็บไซต์ถูกเก็บอยู่บนคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Server
Format นี้อ่านง่ายและเหมาะกับมือใหม่
ถ้าใช้เพื่อเรียน สามารถสั่งว่า
หลังอธิบายแต่ละส่วน ให้ถามคำถามสั้น ๆ 1 ข้อเพื่อตรวจว่าฉันเข้าใจ
ตัวอย่าง
RAM มีหน้าที่เก็บข้อมูลถาวรหรือชั่วคราว?
ผู้เรียนตอบแล้วค่อยไปต่อ
นี่เปลี่ยน Gemini จากผู้ตอบคำถามเป็น Tutor ได้
ถ้าเนื้อหายากมาก ใช้
สอนฉันทีละหัวข้อ และรอให้ฉันพิมพ์ว่า “เข้าใจแล้ว” ก่อนสอนหัวข้อต่อไป
เหมาะกับ
เพราะไม่ทำให้ข้อมูลเข้ามามากเกินไปพร้อมกัน
เรื่องซับซ้อนบางประเภทอาจเต็มไปด้วยสูตรและตัวเลข
สามารถสั่งว่า
รอบแรกอธิบาย Concept โดยยังไม่ใช้สูตร จากนั้นค่อยอธิบายสูตรในส่วนถัดไป
ตัวอย่าง Compound Interest
รอบแรกเข้าใจว่า
ดอกเบี้ยที่ได้รับจะถูกนำไปคิดดอกเบี้ยต่อ
เมื่อเข้าใจ Concept แล้วจึงค่อยเรียนสูตร
Prompt ที่ดีคือ
อธิบายเวอร์ชันง่ายที่สุดก่อน แล้วค่อยเพิ่มรายละเอียดในส่วน “ถ้าอยากรู้ลึกขึ้น”
ทำให้คนอ่านเลือกระดับที่ต้องการได้
สามารถใช้ Prompt
อธิบายเรื่องนี้ 3 ระดับ:
- เด็กอายุ 10 ปี
- นักเรียนมัธยม
- ผู้ใหญ่ที่ต้องการรายละเอียดทางเทคนิค
วิธีนี้ทำให้เห็นว่าแนวคิดเดียวกันสามารถอธิบายในระดับต่าง ๆ ได้อย่างไร
อธิบาย AI ให้เด็กอายุ 10 ปีเข้าใจ โดยใช้ภาษาไทยง่าย ๆ หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิค และยกตัวอย่างจากชีวิตประจำวัน 3 ตัวอย่าง
อธิบาย Generative AI สำหรับคนที่ไม่เคยใช้ AI มาก่อน เริ่มจากความหมายง่าย ๆ แล้วอธิบายว่า AI สร้างข้อความและรูปภาพได้อย่างไร ใช้ Analogy ที่เข้าใจง่าย และสรุปท้ายเรื่อง 5 ข้อ
อธิบาย SEO เหมือนกำลังสอนเจ้าของร้านที่ไม่เคยทำเว็บไซต์มาก่อน ใช้ภาษาไทยง่าย ยกตัวอย่างร้านกาแฟ และหลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคที่ไม่จำเป็น
อธิบาย Backlink ให้เด็กมัธยมเข้าใจ โดยเปรียบเทียบกับการที่เว็บไซต์หนึ่งแนะนำเว็บไซต์อีกแห่ง จากนั้นอธิบายว่าทำไม Google จึงอาจใช้ลิงก์เป็นหนึ่งในสัญญาณเกี่ยวกับเว็บไซต์
อธิบาย Web Hosting โดยเปรียบเทียบเว็บไซต์กับบ้าน Domain กับที่อยู่ และ Hosting กับพื้นที่ที่บ้านตั้งอยู่ จากนั้นอธิบายข้อจำกัดของการเปรียบเทียบนี้
อธิบาย Cloud Computing สำหรับคนทั่วไปโดยใช้ตัวอย่างจาก Google Drive หรือการเก็บไฟล์ออนไลน์ อธิบายคำว่า Server เพิ่มด้วย และไม่ใช้ศัพท์ Network ขั้นสูง
อธิบาย Database ให้เด็กอายุ 12 ปี โดยเปรียบกับตู้เก็บข้อมูลของโรงเรียน และยกตัวอย่างว่าระบบร้านค้าออนไลน์เก็บข้อมูลอะไรไว้ใน Database
อธิบาย API เหมือนพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร จากนั้นอธิบายตัวอย่างจริงว่าแอปพยากรณ์อากาศสามารถขอข้อมูลจากระบบอื่นอย่างไร
อธิบาย Algorithm ให้เด็กเข้าใจโดยใช้สูตรทำอาหารเป็นตัวอย่าง แล้วเชื่อมกลับมาว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใช้ Algorithm อย่างไร
อธิบาย RAM โดยเปรียบเทียบกับโต๊ะทำงาน จากนั้นอธิบายว่าทำไม RAM มากขึ้นจึงช่วยให้เปิดหลายโปรแกรมพร้อมกันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกโปรแกรมเร็วขึ้นเสมอไป
อธิบาย CPU สำหรับมือใหม่โดยใช้ Analogy ง่าย ๆ แล้วอธิบายต่อว่า Core และ Clock Speed คืออะไร โดยไม่ลงลึกระดับวิศวกรรม
อธิบาย Blockchain ให้คนที่ไม่รู้เรื่อง Cryptocurrency เข้าใจ โดยเริ่มจากการเก็บบันทึกข้อมูลร่วมกัน ใช้ตัวอย่างสมุดบัญชี และหลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคในช่วงแรก
อธิบาย Bitcoin สำหรับนักเรียนมัธยม โดยอธิบายว่าเป็นอะไร ทำไมคนจึงให้มูลค่า วิธีโอนทำงานอย่างไร และมีความเสี่ยงอะไร โดยไม่เชียร์ให้ซื้อหรือลงทุน
อธิบายดอกเบี้ยทบต้นให้เด็กอายุ 12 ปี โดยใช้ตัวอย่างเงิน 1,000 บาท และอธิบายทีละปีโดยยังไม่ใช้สูตรในช่วงแรก
อธิบายเงินเฟ้อด้วยตัวอย่างราคาข้าวหรืออาหารที่เพิ่มขึ้นตามเวลา อธิบายว่าทำไมเงินจำนวนเท่าเดิมจึงซื้อของได้น้อยลง
อธิบาย Income Statement เหมือนกำลังสอนเจ้าของร้านเล็ก ๆ โดยใช้ตัวอย่างยอดขาย ต้นทุน ค่าใช้จ่าย และกำไร
ถ้ามีข้อความเทคนิคอยู่แล้ว
ใช้
Rewrite ข้อความด้านล่างให้เด็กอายุ 12 ปีเข้าใจ โดยรักษาข้อเท็จจริงเดิม อธิบายศัพท์ยาก และเพิ่มตัวอย่างเมื่อช่วยให้เข้าใจเร็วขึ้น
อ่านเอกสารนี้แล้วอธิบายเนื้อหาใหม่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีพื้นฐาน แบ่งเรื่องใหญ่เป็นหัวข้อเล็ก ใช้ H2/H3 และสร้างส่วน “สรุปง่าย ๆ” หลังแต่ละหัวข้อหลัก
อธิบาย [หัวข้อ] ให้เด็กอายุ [อายุ] เข้าใจ โดยสมมติว่าไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ใช้ภาษาไทยง่าย ประโยคสั้น และยกตัวอย่างจากชีวิตประจำวัน
อธิบาย [หัวข้อ] สำหรับ [กลุ่มผู้ฟัง]
เงื่อนไข:
- เริ่มจากพื้นฐาน
- ใช้ภาษาไทยง่าย
- หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิค
- หากจำเป็นต้องใช้ศัพท์เฉพาะ ให้อธิบายทันที
- ใช้ตัวอย่างจากชีวิตประจำวัน
- อธิบายจากง่ายไปยาก
- แบ่งเป็นหัวข้อสั้น ๆ
- สรุปท้ายเรื่อง 5 ข้อ
Explain Like I’m 5: อธิบาย [หัวข้อ] โดยใช้คำธรรมดา ตัวอย่างที่เห็นภาพ และไม่สมมติว่าฉันมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้
ถ้าหัวข้อนั้นซับซ้อนเกินไปสำหรับเด็ก 5 ขวบจริง ๆ สามารถเปลี่ยนเป็น
Explain Like I’m 12
มักให้สมดุลระหว่างความง่ายและความถูกต้องได้ดีกว่า
อธิบาย [หัวข้อ] โดยใช้ Analogy จากชีวิตประจำวันหนึ่งตัวอย่าง จากนั้นอธิบายความจริงเชิงเทคนิคแบบง่าย ๆ และระบุด้วยว่า Analogy แตกต่างจากระบบจริงตรงไหน
ทำหน้าที่เป็นครู สอนฉันเรื่อง [หัวข้อ] โดยสมมติว่าฉันเป็นมือใหม่ เริ่มจากแนวคิดพื้นฐานที่สุด สอนทีละส่วน ใช้ตัวอย่าง และหลังแต่ละส่วนถามฉันหนึ่งคำถามเพื่อตรวจความเข้าใจ
อธิบาย [หัวข้อ] 3 ระดับ:
ระดับ 1: เด็กอายุ 10 ปี
ระดับ 2: นักเรียนมัธยม
ระดับ 3: ผู้ใหญ่ที่ต้องการเข้าใจรายละเอียดทุกระดับต้องรักษาความหมายหลักให้ถูกต้อง
หลังสร้างคำตอบ สามารถสั่งต่อว่า
ตรวจคำอธิบายนี้อีกครั้งและหาคำที่เด็กอายุ 12 ปีอาจไม่เข้าใจ จากนั้นเปลี่ยนเป็นคำที่ง่ายกว่า
หรือ
ถ้ามีศัพท์เทคนิคที่ยังไม่ได้อธิบาย ให้เพิ่มคำอธิบายสั้น ๆ
นี่เป็น Self-Review ที่เหมาะกับ Simplification มาก
ถ้าคำตอบแรกยังยาก
ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่
ใช้
ยังยากเกินไป ลดระดับภาษาลงอีกหนึ่งขั้น และเพิ่มตัวอย่าง
หรือ
ตัดรายละเอียดทางเทคนิคออกก่อน ให้ฉันเข้าใจ Concept หลักก่อน
ใช้
ตอนนี้เข้าใจพื้นฐานแล้ว ช่วยเพิ่มรายละเอียดอีกระดับโดยยังใช้ภาษาง่ายเหมือนเดิม
นี่คือวิธีเรียนแบบ Progressive Learning
จากง่าย → กลาง → ลึก
นี่เป็นข้อควรระวังสำคัญ
คำอธิบายง่ายเกินไปอาจทำให้
จึงควรเพิ่ม Prompt ว่า
ทำให้ง่ายที่สุดเท่าที่ทำได้โดยไม่ทำให้ข้อเท็จจริงผิด
การใช้ภาษาง่ายไม่ได้หมายความว่าต้องให้ข้อมูลผิด
ตัวอย่าง
การบอกว่า
CPU คือสมองของคอมพิวเตอร์
ช่วยให้มือใหม่เห็นภาพ
แต่ในเชิงเทคนิค CPU ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนสมองมนุษย์ทุกอย่าง
ดังนั้นควรบอกต่อว่า
นี่เป็นเพียงการเปรียบเทียบเพื่อช่วยให้เข้าใจ
ไม่เสมอไป
บางหัวข้อ เช่น
สามารถอธิบายพื้นฐานให้ง่ายได้ แต่เมื่อจะนำไปตัดสินใจจริง ต้องอ่านรายละเอียดและข้อจำกัดเพิ่มเติม
ดังนั้น ELI5 เหมาะกับ
การสร้างความเข้าใจพื้นฐาน
ไม่ใช่การแทนรายละเอียดระดับผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด
ทำเรื่องเดิมให้อ่านง่ายขึ้น
ลดจำนวนข้อมูลลง
ตัวอย่างเอกสาร 2,000 คำ
เราอาจ Rewrite เป็นภาษาง่าย 2,000 คำ นี่คือ Simplification
หรือย่อเหลือ 300 คำ นี่คือ Summary
ถ้าต้องการทั้งสองอย่าง ให้สั่ง
สรุปและอธิบายด้วยภาษาง่าย
คล้ายกัน แต่ไม่เหมือนทั้งหมด
การอธิบายสำหรับเด็กอาจใช้
ส่วนมือใหม่ที่เป็นผู้ใหญ่อาจเข้าใจ Concept ซับซ้อนได้ แต่ไม่รู้ศัพท์เฉพาะ
ดังนั้นหลายงานใช้คำว่า
สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่มีพื้นฐาน
อาจเหมาะกว่า
ไม่กำหนดระดับ
ทำให้ยังไม่เหมาะกับมือใหม่
คนอ่านอาจเข้าใจเพียงตัวอย่าง
ง่ายเกินไปก็มีปัญหา
ทำให้มือใหม่ตามไม่ทัน
เรื่องนามธรรมจึงยังจับต้องยาก
ทำให้มีช่องว่างในการเรียน
แม้ศัพท์ง่ายก็อ่านยาก
คำที่ดูง่ายสำหรับผู้เชี่ยวชาญอาจยากสำหรับมือใหม่
อาจตัดข้อมูลมากเกินที่ต้องการ
ตรวจว่า Prompt ระบุแล้วหรือยังว่า
① ต้องอธิบายเรื่องอะไร
② ใครเป็นคนฟัง
③ อายุหรือระดับความรู้เท่าไร
④ ต้องเริ่มจากศูนย์หรือไม่
⑤ ใช้ศัพท์เทคนิคได้แค่ไหน
⑥ ต้องมีตัวอย่างหรือไม่
⑦ ต้องใช้ Analogy หรือไม่
⑧ ควรอธิบายทีละขั้นหรือไม่
⑨ ต้องมี Glossary หรือไม่
⑩ ต้องตรวจความเข้าใจหรือไม่
⑪ ต้องรักษารายละเอียดใดไว้
⑫ ต้องสรุปท้ายเรื่องหรือไม่
ถ้าต้องการให้ Gemini อธิบายเรื่องยากให้ง่ายจริง อย่าสั่งเพียง
อธิบายให้ง่าย
ควรกำหนดอย่างน้อย
หัวข้อ + ระดับผู้ฟัง + พื้นฐาน + ภาษา + ตัวอย่าง + ลำดับการอธิบาย
Prompt พร้อมใช้คือ
อธิบาย [หัวข้อ] ให้เด็กอายุ 12 ปีที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเข้าใจ ใช้ภาษาไทยง่ายและประโยคสั้น อธิบายจากพื้นฐานไปหาส่วนที่ยากขึ้น หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิค หากจำเป็นต้องใช้ให้อธิบายความหมายทันที ใช้ตัวอย่างจากชีวิตประจำวันหรือ Analogy เพื่อช่วยให้เห็นภาพ และสรุปท้ายเรื่อง 5 ข้อ โดยทำให้ง่ายที่สุดเท่าที่ทำได้แต่ห้ามทำให้ข้อเท็จจริงผิด
หัวใจสำคัญคือ การอธิบายเรื่องยากไม่ได้หมายถึงการตัดข้อมูลจนเหลือน้อยที่สุด แต่คือการเปลี่ยนวิธีนำเสนอให้คนที่ไม่มีพื้นฐานสามารถสร้างความเข้าใจได้ทีละขั้น
เมื่อใช้ Prompt แบบนี้ Gemini สามารถทำหน้าที่เหมือนครูส่วนตัว ช่วยเปลี่ยนเรื่องที่เคยดูซับซ้อนให้กลายเป็นแนวคิดที่เห็นภาพ เข้าใจง่าย และพร้อมต่อยอดไปเรียนระดับที่ลึกขึ้นได้