Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

เมื่อระบบ Fiber Optic ใช้งานไม่ได้ หลายคนสงสัยว่า สายขาดตรงไหน? เพราะสายไฟเบอร์ส่วนใหญ่อยู่ในท่อ ใต้ดิน บนเสา หรือภายในอาคาร ทำให้ไม่สามารถมองเห็นจุดเสียหายได้ด้วยตาเปล่า
การค้นหาจุดสายขาดอย่างถูกวิธี จะช่วยลดเวลาในการซ่อม ลดค่าใช้จ่าย และลด Downtime ของระบบเครือข่ายได้อย่างมาก
บทความนี้จะอธิบาย วิธีหาจุดสาย Fiber Optic ขาด ตั้งแต่การตรวจสอบเบื้องต้นไปจนถึงการใช้เครื่องมือระดับมืออาชีพ ตามแนวทางที่ทีมงาน kkcable ใช้ในการทำงานจริง
อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
พบได้บ่อยกับสายอากาศ
เกิดระหว่างงานก่อสร้าง
ทำให้แกนใยแก้วเสียหาย
เกิดระหว่างการติดตั้ง
เกิด Micro Crack ภายใน
เกิด Bend Stress
พบในช่วงพายุ
น้ำเข้า
หรือถูกกระแทก
จุดเชื่อมเสียหาย
ทำให้เข้าใจผิดว่าสายขาด
สายถูกตัดโดยไม่ตั้งใจ
Jacket แตก
แกนใยแก้วเสียหาย
นอกจากหนู
ยังรวมถึงกระรอกและสัตว์ฟันแทะอื่น ๆ
สายรับแรงดึงมากเกินไป
น้ำท่วม
ดินทรุด
หรือพายุรุนแรง
เป็นเครื่องมือที่แม่นยำที่สุด
สามารถบอกได้ว่า
เหมาะสำหรับงานติดตั้งและงานซ่อมระดับมืออาชีพ
ปล่อยแสงเลเซอร์สีแดงเข้าไปในสาย
หากสายขาดในระยะใกล้
จะเห็นแสงรั่วออกจากตำแหน่งที่เสียหาย
เหมาะสำหรับสาย Patch Cord และสายภายในอาคาร
ใช้วัดกำลังแสงที่ปลายสาย
ช่วยตรวจสอบว่ามีสัญญาณเดินทางมาถึงหรือไม่
ใช้ร่วมกับ Optical Power Meter
เพื่อทดสอบการสูญเสียของลิงก์
ตรวจสอบ
เพื่อประเมินอาการเบื้องต้น
หากค่า RX เป็นศูนย์
มีโอกาสสูงที่สายขาด
หรือสัญญาณไม่เดินทางมาถึง
เหมาะสำหรับ
สามารถหาจุดเสียหายระยะใกล้ได้รวดเร็ว
วัดระยะสาย
และระบุตำแหน่งที่เสียหายอย่างแม่นยำ
เช่น
เมื่อทราบระยะจาก OTDR
ให้นำข้อมูลไปเทียบกับ
เพื่อค้นหาจุดเสียจริง
เมื่อพบตำแหน่งแล้ว
สามารถดำเนินการได้ดังนี้
เพื่อให้ค้นหาและซ่อมสายได้ง่ายในอนาคต
ควร
ทีมงาน kkcable แนะนำว่า ควรเก็บ Baseline OTDR Report ตั้งแต่วันติดตั้งระบบ เพราะเมื่อเกิดปัญหา จะสามารถเปรียบเทียบกับค่าปัจจุบันและระบุตำแหน่งความเสียหายได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าการเริ่มตรวจสอบใหม่ทั้งหมด
ได้ในบางกรณี โดยใช้ VFL สำหรับสายระยะสั้น แต่หากเป็นสายหลายร้อยเมตรหรือหลายกิโลเมตร OTDR จะให้ผลแม่นยำกว่ามาก
หากตั้งค่าถูกต้อง OTDR สามารถระบุตำแหน่งความเสียหายได้อย่างแม่นยำในระดับเมตร ทำให้ค้นหาจุดซ่อมได้รวดเร็ว
ไม่ได้ทั้งหมด VFL เหมาะกับการตรวจสอบระยะใกล้ ส่วน OTDR เหมาะกับการวิเคราะห์สายทั้งเส้นและหาจุดเสียในระยะไกล
ควรวัด Optical Power และทดสอบด้วย OTDR อีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าค่า Loss อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก่อนนำระบบกลับมาใช้งาน
การหาจุดสาย Fiber Optic ขาด ควรเริ่มจากการตรวจสอบไฟสถานะ วัดค่า Optical Power และใช้เครื่องมือที่เหมาะสม เช่น VFL สำหรับสายระยะสั้น และ OTDR สำหรับการวิเคราะห์สายทั้งเส้น การบันทึกผล OTDR ตั้งแต่วันติดตั้งและจัดทำแผนผังแนวเดินสาย จะช่วยลดเวลาในการซ่อม ลด Downtime และทำให้การบำรุงรักษาระบบ Fiber Optic มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น