Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

เมื่อ Server เริ่มช้าลง หลายคนมักเปิด Task Manager ดูเพียง CPU หรือ RAM แล้วสรุปปัญหาทันที แต่ในความเป็นจริง ปัญหาอาจอยู่ที่ Disk, Network, Driver หรือ Service อื่นที่ซ่อนอยู่
Windows Server 2025 มีเครื่องมือทรงพลังที่ถูกติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานตั้งแต่แรก เรียกว่า
Performance Monitor
หรือที่ผู้ดูแลระบบส่วนใหญ่มักเรียกว่า
PerfMon
เครื่องมือนี้สามารถเก็บข้อมูล วิเคราะห์แนวโน้ม และค้นหาคอขวดของระบบได้ละเอียดกว่าการดูผ่าน Task Manager หลายเท่า
Performance Monitor
เป็นเครื่องมือสำหรับ
ของ Windows Server
แบบ Real-Time และย้อนหลัง
Task Manager แสดงข้อมูลปัจจุบัน
แต่ PerfMon สามารถ
ได้อย่างละเอียด
กด
Windows + R
พิมพ์
perfmon
แล้วกด Enter
หรือเปิดผ่าน
Server Manager
ก็ได้เช่นกัน
ประกอบด้วย
แต่ละส่วนมีหน้าที่ต่างกัน
ส่วนนี้ใช้สำหรับ
Real-Time Monitoring
แสดงข้อมูลสดของระบบ
เช่น
Counter
คือค่าที่ใช้วัดประสิทธิภาพ
ตัวอย่าง
% Processor Time
Available MBytes
Disk Queue Length
Counter คือหัวใจของ PerfMon
คลิก
+
หรือ
Add Counters
จากนั้นเลือกค่าที่ต้องการติดตาม
ค่าที่นิยมใช้
Processor\% Processor Time
ใช้วัดภาระ CPU
หากเกิน
80%
ต่อเนื่อง
ควรตรวจสอบเพิ่มเติม
ค่าที่สำคัญ
Memory\Available MBytes
ใช้ดู RAM คงเหลือ
หากต่ำเกินไป
อาจเกิด Memory Pressure
ตัวอย่าง
Memory\Pages/sec
หากค่าสูงต่อเนื่อง
อาจบ่งชี้ว่า RAM ไม่เพียงพอ
ตัวอย่าง
PhysicalDisk\Avg. Disk sec/Read
และ
PhysicalDisk\Avg. Disk sec/Write
ใช้วัด Latency ของ Storage
โดยทั่วไป
ต่ำกว่า
20 ms
ถือว่าดี
หากสูงกว่า
50 ms
ควรตรวจสอบทันที
ตัวอย่าง
Current Disk Queue Length
ใช้ตรวจสอบว่า Disk ทำงานหนักเกินไปหรือไม่
ค่าที่นิยม
Bytes Total/sec
ใช้ดูปริมาณข้อมูลผ่าน Network Interface
Windows Server 2025 รองรับ Counter สำหรับ
โดยเฉพาะ
ช่วยวิเคราะห์ VM ได้ละเอียด
Data Collector Set
ช่วยเก็บข้อมูล
แบบอัตโนมัติ
สำหรับวิเคราะห์ย้อนหลัง
เหมาะกับการหาปัญหาที่เกิดเป็นช่วงเวลา
ไปที่
Data Collector Sets
เลือก
New
จากนั้นกำหนด Counter ที่ต้องการเก็บ
ตัวอย่าง
ทุก
30 วินาที
หรือ
1 นาที
ขึ้นอยู่กับความละเอียดที่ต้องการ
หลังเก็บข้อมูล
สามารถดูผ่าน
Reports
เพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม
เช่น
ปัญหา
Server ช้าเฉพาะช่วงบ่าย
ใช้ PerfMon เก็บข้อมูล
พบว่า
Disk Queue สูงผิดปกติ
ทุกวันเวลาเดียวกัน
จึงสามารถระบุสาเหตุได้อย่างแม่นยำ
❌ ดู CPU อย่างเดียว
❌ ไม่เก็บข้อมูลย้อนหลัง
❌ ไม่สร้าง Baseline
❌ ไม่ Monitor Disk
❌ ไม่ Monitor Network
❌ ไม่วิเคราะห์แนวโน้ม
Performance Baseline
คือค่ามาตรฐานของระบบ
ในช่วงที่ทำงานปกติ
ใช้เปรียบเทียบเมื่อเกิดปัญหา
เป็นแนวทางที่ผู้ดูแลระบบมืออาชีพใช้งานเสมอ
✅ เก็บข้อมูล CPU
✅ เก็บข้อมูล RAM
✅ เก็บข้อมูล Disk
✅ เก็บข้อมูล Network
✅ สร้าง Data Collector Set
✅ สร้าง Baseline
✅ วิเคราะห์แนวโน้มระยะยาว
หลายองค์กรที่ดูแลระบบร่วมกับ comsiam มักเก็บข้อมูล PerfMon ย้อนหลังอย่างน้อย 30 วัน เพื่อใช้เปรียบเทียบและวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาได้อย่างแม่นยำ
Performance Monitor เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดบน Windows Server 2025 สำหรับการวิเคราะห์ประสิทธิภาพและค้นหาคอขวดของระบบ การใช้ Counter ที่เหมาะสม การสร้าง Data Collector Set และการเก็บข้อมูลย้อนหลัง จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำกว่าการดูข้อมูลแบบ Real-Time เพียงอย่างเดียว
องค์กรที่ใช้ PerfMon อย่างถูกต้องจะสามารถลด Downtime เพิ่มเสถียรภาพของระบบ และวางแผน Capacity ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญจาก comsiam และองค์กรระดับ Enterprise ใช้กันอย่างแพร่หลาย
หาก Server ของคุณเริ่มช้าลงในช่วงเวลาหนึ่งของทุกวัน คุณมีข้อมูลย้อนหลังเพียงพอที่จะระบุสาเหตุที่แท้จริงได้หรือไม่?