Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Credential Guard เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของ Windows Server 2025 และเป็นเทคโนโลยีที่ Microsoft ออกแบบมาเพื่อป้องกันการโจมตีประเภท Credential Theft หรือการขโมยข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบ
ในอดีต ผู้โจมตีมักพยายามดึงข้อมูลจากหน่วยความจำของระบบ โดยเฉพาะข้อมูลที่เก็บอยู่ใน Local Security Authority Subsystem Service (LSASS) เพื่อขโมย Username, Password Hash และ Kerberos Tickets จากนั้นนำไปใช้โจมตีระบบอื่นภายในองค์กร
Credential Guard ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง
Credential Guard คือฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยี Virtualization-Based Security (VBS) แยกข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบออกจากระบบปฏิบัติการหลัก
พูดง่าย ๆ คือ
แม้ผู้โจมตีจะเข้าถึง Windows ได้บางส่วน ก็ยังไม่สามารถดึงข้อมูลสำคัญจาก LSASS ได้ง่ายเหมือนในอดีต
ข้อมูลที่ได้รับการป้องกัน
ภัยคุกคามที่ Credential Guard ช่วยลดความเสี่ยง
โดยเฉพาะในระบบ Active Directory ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่มีความสำคัญมาก
Credential Guard ใช้
สร้างพื้นที่แยกพิเศษสำหรับเก็บข้อมูลรับรอง
ทำให้แม้ Malware จะรันด้วยสิทธิ์ระดับสูง ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้โดยตรง
Server ควรรองรับ
ตรวจสอบสถานะ Virtualization
systeminfo
หรือ
Get-ComputerInfo
เปิด
gpedit.msc
ไปที่
Computer Configuration
└ Administrative Templates
└ System
└ Device Guard
เปิดนโยบาย
Turn On Virtualization Based Security
ตั้งค่า
Enabled
เลือก
Credential Guard
จากนั้น Restart Server
เปิด PowerShell แบบ Administrator
New-ItemProperty -Path "HKLM:\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\DeviceGuard" -Name EnableVirtualizationBasedSecurity -Value 1 -PropertyType DWORD
จากนั้นรีบูตเครื่อง
วิธีนี้เหมาะสำหรับการ Deploy จำนวนมาก
ใช้คำสั่ง
Get-CimInstance Win32_DeviceGuard
ผลลัพธ์ที่ควรเห็น
SecurityServicesRunning
หากแสดงค่า
1
แสดงว่า Credential Guard กำลังทำงาน
เปิด
msinfo32
ค้นหา
Credential Guard
หากแสดง
Running
แสดงว่าระบบเปิดใช้งานสำเร็จ
ในระบบส่วนใหญ่
Credential Guard แทบไม่ส่งผลต่อ Performance
แต่จะเพิ่มความปลอดภัยอย่างมาก
โดยเฉพาะ
สาเหตุ
Credential Guard ต้องใช้ Secure Boot
บางกรณีต้องเปิด Hyper-V Feature ก่อน
ตรวจสอบ Group Policy ระดับ Domain
ทีมงาน comsiam มักแนะนำให้เปิด Credential Guard บน Domain Controller และเครื่อง Administrator ทุกเครื่องก่อนเป็นลำดับแรก เพราะเป็นจุดที่ผู้โจมตีมักพยายามขโมยข้อมูลรับรองมากที่สุด
Antivirus มีหน้าที่
Credential Guard มีหน้าที่
ทั้งสองระบบควรใช้งานร่วมกัน
องค์กรจำนวนมากที่เปิด Defender แต่ไม่เปิด Credential Guard ยังคงมีความเสี่ยงด้าน Credential Theft อยู่
จำเป็นสำหรับองค์กรที่ใช้ Active Directory
ช่วยลดความสามารถของ Mimikatz ได้อย่างมาก
แนะนำให้ใช้ TPM 2.0
จำเป็นหลังเปิดใช้งาน
Credential Guard เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ทรงพลังที่สุดของ Windows Server 2025 โดยใช้ Virtualization-Based Security แยกข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบออกจากระบบปฏิบัติการหลัก ช่วยลดความเสี่ยงจาก Pass-the-Hash, Credential Dumping และการโจมตีที่มุ่งขโมยข้อมูล Administrator ได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรที่ใช้ Active Directory ควรเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้โดยเร็วที่สุด
หากผู้โจมตีสามารถดึง Password Hash ของ Domain Admin ออกจากเซิร์ฟเวอร์ของคุณได้ในวันนี้ ระบบ Active Directory ทั้งองค์กรจะยังปลอดภัยอยู่หรือไม่?