Backlink แบบ Dofollow กับ Nofollow ต่างกันยังไง? แบบไหนมีผลกับ SEO มากกว่า

เวลาคนเริ่มทำ SEO มักได้ยินคำว่า:

  • Dofollow
  • Nofollow

และหลายคนเชื่อว่า “ต้องเอาแต่ Dofollow เท่านั้น” แต่ความจริง SEO ปัจจุบันซับซ้อนกว่านั้นมาก

Google ไม่ได้ดูแค่ประเภทลิงก์อย่างเดียว แต่ยังดู:

  • ความเกี่ยวข้อง
  • คุณภาพเว็บไซต์
  • Context
  • ความธรรมชาติของ Link Profile

บทความนี้จะอธิบายว่า Dofollow กับ Nofollow ต่างกันยังไง และควรใช้แบบไหนถึงดูสมจริงสำหรับ SEO


① Dofollow คืออะไร

Dofollow คือ ลิงก์ที่ส่ง authority หรือ “link juice” ไปยังเว็บไซต์ปลายทาง

Google สามารถ:

  • crawl ลิงก์
  • ติดตาม
  • และใช้เป็นสัญญาณอันดับได้

ลิงก์ประเภทนี้จึงเป็นที่นิยมใน SEO มากที่สุด


② Nofollow คืออะไร

Nofollow คือ ลิงก์ที่มีการใส่ attribute เพื่อบอก Google ว่า:
“ไม่จำเป็นต้องส่ง authority เต็มรูปแบบ”

เดิมที Google ใช้ Nofollow เพื่อ:

  • ลด spam
  • ลด paid link manipulation

เช่น:

  • comment
  • forum
  • social media

③ แล้ว Nofollow ไม่มีค่าเลยไหม

ไม่ใช่ครับ

Google ปัจจุบันมอง Nofollow เป็น “hint” มากกว่า rule ตายตัว

ดังนั้น Nofollow ยังช่วยได้ในหลายด้าน เช่น:

  • Brand Signal
  • Diversity
  • Traffic
  • Discovery
  • Natural Profile

เว็บไซต์ใหญ่จำนวนมากก็มี Nofollow ผสมอยู่ใน profile เสมอ


④ ทำไม Link Profile ควรมีทั้งสองแบบ

ในโลกจริง เว็บไซต์ธรรมชาติจะมี:

  • Dofollow
  • Nofollow
  • Brand Mention
  • Social Link

ผสมกัน

ถ้าเว็บไซต์มีแต่ Dofollow ทั้งหมด อาจดูผิดธรรมชาติได้ในบางกรณี


⑤ แล้วแบบไหนสำคัญกับ SEO มากกว่า

สำหรับการส่ง authority:

  • Dofollow สำคัญกว่า

แต่สำหรับความสมจริงของ profile:

  • Nofollow ก็สำคัญเช่นกัน

SEO ที่ดีคือ balance ระหว่าง:

  • authority
  • diversity
  • natural signal

⑥ เว็บใหม่ควรเริ่มจากอะไร

เว็บใหม่ควร:

  • เริ่มจาก Brand Link
  • Profile Link
  • Social Signal
  • Nofollow บางส่วน
  • ค่อยเพิ่ม contextual dofollow

แนวทางนี้ดูสมจริงกว่า aggressive SEO ตั้งแต่แรก


⑦ Nofollow จากเว็บใหญ่มีค่าไหม

มีครับ

ลิงก์จาก:

  • Reddit
  • Medium
  • Quora
  • Social Media
  • Wikipedia

แม้หลายส่วนจะเป็น Nofollow แต่ยังช่วย:

  • discovery
  • entity signal
  • traffic
  • trust

ได้ดี

หากกำลังศึกษาเรื่อง backlink seo ควรสร้าง Link Profile ที่มีทั้ง Dofollow และ Nofollow อย่างสมดุล เพื่อให้เว็บไซต์ดูธรรมชาติในระยะยาว


⑧ สรุป

Dofollow ช่วยส่ง authority และมีผลต่อ SEO โดยตรงมากกว่า
ส่วน Nofollow ช่วยเรื่องความธรรมชาติ ความหลากหลาย และ Brand Signal

เว็บไซต์ที่มี Link Profile สมดุล มักดูน่าเชื่อถือและปลอดภัยกว่าเว็บไซต์ที่มีแต่ Dofollow จำนวนมากเพียงอย่างเดียว

SEO ยุคใหม่คือการสร้าง authority แบบสมจริง ไม่ใช่แค่ไล่จำนวนลิงก์เพียงอย่างเดียว