วิธีทำใบส่งของ Microsoft Word แบบมืออาชีพ ใช้งานจริงได้ทันที

ถ้าคุณขายสินค้า ส่งของให้ลูกค้า หรือทำธุรกิจที่ต้องมีเอกสารรับส่งสินค้า บทความนี้จะสอน วิธีทำใบส่งของ Word แบบง่าย ดูน่าเชื่อถือ และพร้อมพิมพ์ใช้งานทันที


① ใบส่งของคืออะไร

ใบส่งของ (Delivery Note) คือเอกสารที่ใช้ยืนยันการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า โดยมักแนบไปพร้อมสินค้า

ข้อมูลสำคัญที่ควรมี:

  • ชื่อบริษัท / ร้านค้า
  • เลขที่ใบส่งของ
  • วันที่ส่งสินค้า
  • ชื่อลูกค้า
  • ที่อยู่จัดส่ง
  • รายการสินค้า
  • จำนวน
  • ผู้ส่ง / ผู้รับเซ็นชื่อ

② เปิด Word แล้วเริ่มทำอย่างไร

  1. เปิด Microsoft Word
  2. เลือกเอกสารเปล่า
  3. ตั้งกระดาษ A4
  4. ตั้ง Margin ปกติ

แนะนำใช้ฟอนต์อ่านง่าย เช่น

  • TH Sarabun
  • Calibri
  • Arial

③ โครงสร้างใบส่งของที่ควรมี

ส่วนหัวเอกสาร

  • โลโก้บริษัท
  • ชื่อบริษัท
  • ที่อยู่
  • เบอร์โทร

ด้านขวา

  • คำว่า ใบส่งของ
  • เลขที่เอกสาร
  • วันที่

ข้อมูลลูกค้า

  • ชื่อลูกค้า
  • บริษัท
  • ที่อยู่จัดส่ง
  • เบอร์ติดต่อ

④ วิธีทำตารางรายการสินค้า

ไปที่ Insert > Table

แนะนำ 5 คอลัมน์

| ลำดับ | รายการสินค้า | จำนวน | หน่วย | หมายเหตุ |

เหมาะกับงานส่งของทุกประเภท


⑤ วิธีใส่รายละเอียดเพิ่มเติม

ด้านล่างตารางควรมี

  • เลขออเดอร์
  • วิธีขนส่ง
  • เลขพัสดุ
  • เวลาจัดส่ง
  • หมายเหตุสินค้าแตกหักง่าย

⑥ วิธีทำช่องเซ็นรับสินค้า

ด้านล่างเอกสารแบ่ง 2 ฝั่ง

ผู้ส่งสินค้า ___________________

ผู้รับสินค้า ___________________

วันที่ ___________________

นี่สำคัญมาก ใช้เป็นหลักฐานได้


⑦ เคล็ดลับให้ดูน่าเชื่อถือ

  • ใส่เลขที่เอกสารทุกใบ
  • ใช้โลโก้จริง
  • รายการสินค้าชัดเจน
  • จำนวนไม่ผิดพลาด
  • มีลายเซ็นรับของ

⑧ เหมาะกับใคร

  • ร้านค้าออนไลน์
  • ร้านอะไหล่
  • ร้านคอมพิวเตอร์
  • บริษัทขนส่ง
  • ธุรกิจขายส่ง
  • โรงงาน

⑨ ปัญหาที่คนเจอบ่อย

ลูกค้าบอกของไม่ครบ

ให้มีใบส่งของพร้อมเซ็นรับ

ส่งผิดรุ่น

ใส่รหัสสินค้าในตาราง

ตรวจย้อนหลังไม่ได้

ใช้เลขที่เอกสารเรียงลำดับ


⑩ สรุปสั้นที่สุด

ถ้าถามว่า วิธีทำใบส่งของ Word ทำยังไง

คำตอบคือ:

หัวเอกสาร + ลูกค้า + ตารางสินค้า + รายละเอียดขนส่ง + ลายเซ็นรับของ

พร้อมใช้งานจริงทันที


คำถามชวนคิด

คุณส่งของให้ลูกค้าผ่านอะไรบ่อยสุด?
ขนส่งเอกชน ไปรษณีย์ หรือส่งเอง?