Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

ถ้าคุณใช้ RAND แล้วได้แค่ตัวเลข 0–1
👉 มันยัง “ไม่พอสำหรับงานจริง”
เพราะในชีวิตจริง เราต้องการ:
👉 นี่คือหน้าที่ของ RANDBETWEEN
👉 ใช้ง่ายและใช้จริง
RANDBETWEEN คือฟังก์ชันที่ใช้ “สุ่มตัวเลขระหว่างค่าที่กำหนด”
📌 เช่น:
👉 ได้เป็น “จำนวนเต็ม”
=RANDBETWEEN(bottom, top)
📌 ตัวอย่าง:
=RANDBETWEEN(1,100)
=RANDBETWEEN(1,100)
=RANDBETWEEN(100,1000)
=RANDBETWEEN(A1,B1)
👉 เหมือน RAND
👉 Copy → Paste Value
👉 เช่น รายชื่อ
=RANDBETWEEN(0,100)
=RANDBETWEEN(1000,5000)
=RANDBETWEEN(5000,20000)
👉 ต้องล็อคค่า
👉 ใช้ RAND แทน
| ฟังก์ชัน | ต่างกัน |
|---|---|
| RAND | 0–1 |
| RANDBETWEEN | กำหนดช่วง |
👉 สุ่มชื่อ
=IF(RANDBETWEEN(1,2)=1,"Yes","No")
👉 สุ่มลำดับ
👉 ใช้จริงใน Data Analysis
👉 ใช้บ่อยมากในงานจริง
คุณยังสุ่มข้อมูลแบบมั่ว ๆ…
หรือใช้ RANDBETWEEN ควบคุมช่วงแล้ว?