Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

5G เป็นเทคโนโลยีเครือข่ายมือถือที่ให้ความเร็วสูงกว่า 4G อย่างมาก ทำให้การดูวิดีโอ ดาวน์โหลดไฟล์ และเล่นเกมออนไลน์ทำได้รวดเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลายคนสังเกตว่าเมื่อเปิดใช้งาน 5G ตลอดเวลา แบตเตอรี่ดูเหมือนจะหมดเร็วขึ้น จึงเกิดคำถามว่าควรใช้ 5G หรือกลับไปใช้ 4G จะดีกว่ากัน
บทความนี้จะอธิบายผลกระทบของ 5G ต่อแบตเตอรี่และแนวทางเลือกใช้งานให้เหมาะสม
โดยทั่วไป
ใช่
เพราะชิปโมเด็ม 5G
ใช้พลังงานมากกว่า 4G
โดยเฉพาะในช่วงที่รับส่งข้อมูลจำนวนมาก
หากอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณ 5G แรง
การใช้พลังงานจะอยู่ในระดับปกติ
แต่หากสัญญาณอ่อน
เครื่องจะพยายามค้นหาสัญญาณอยู่ตลอดเวลา
ทำให้แบตหมดเร็วขึ้น
เพราะสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่
มีชิปโมเด็มที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น
รวมถึงระบบ Smart Network
ที่ช่วยจัดการการเชื่อมต่ออัตโนมัติ
ขึ้นอยู่กับคุณภาพวิดีโอ
แต่โดยทั่วไป
การสตรีมผ่าน 5G
มักใช้พลังงานมากกว่า Wi-Fi
เล็กน้อย
ดีในแง่ของ
แต่จะใช้แบตมากกว่า Wi-Fi
โดยเฉพาะการเล่นต่อเนื่องหลายชั่วโมง
Android หลายรุ่นมีโหมด
Auto 5G
ที่สลับระหว่าง
อัตโนมัติ
ตามลักษณะการใช้งาน
ช่วยประหยัดแบตได้มาก
เหมาะกับผู้ที่
เพราะ 4G ยังคงเพียงพอสำหรับงานส่วนใหญ่
เหมาะกับ
ที่ต้องการความเร็วสูง
ไม่ทำให้แบตเสื่อมโดยตรง
แต่ทำให้ใช้พลังงานมากขึ้น
และอาจต้องชาร์จบ่อยขึ้น
ซึ่งเพิ่มรอบการชาร์จในระยะยาว
สำหรับคนส่วนใหญ่
แนะนำ
Auto 5G
หรือ
5G/4G Auto
เพราะระบบจะเลือกเครือข่ายที่เหมาะสมที่สุดเอง
ทีมงาน comsiam พบว่าวิธีนี้ให้สมดุลดีที่สุดระหว่างความเร็วและอายุแบตเตอรี่
เนื่องจากโมเด็มต้องประมวลผลข้อมูลมากขึ้น
โดยเฉพาะเมื่อ
จึงอาจทำให้เครื่องอุ่นขึ้นได้
หากเน้นแบตเตอรี่เป็นหลัก
4G
ยังคงเป็นตัวเลือกที่ประหยัดพลังงานมากกว่า
โดยเฉพาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
5G ให้ความเร็วที่เหนือกว่า 4G อย่างชัดเจน แต่ก็ใช้พลังงานมากกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สัญญาณไม่เสถียรหรือมีการรับส่งข้อมูลต่อเนื่อง
สำหรับผู้ใช้งาน Android ทุกระดับ comsiam แนะนำให้ใช้ Auto 5G หรือ 5G/4G Auto เพราะช่วยให้ได้รับทั้งความเร็วของ 5G และประหยัดแบตเตอรี่ได้ดีกว่าการบังคับใช้งาน 5G ตลอดเวลา